ค้นหาสิ่งที่สนใจ เช่น PEP ยาคุมฉุกเฉิน >>พิมพ์ข้อความในช่อง ตามด้วยค้นหา

คลิก! แวะชมสินค้า คลิกเลย

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนจะออกแดด สำคัญมากกับค่า SPF

ครีมกันแดด

       เมื่อผิวของเราได้รับแสงแดด โดยเฉพาะแสงแดดที่แรงมากขึ้นทุก ๆ ปีในบ้านเรา เซลล์ผิวหนังก็จะสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น และบางคนอาจเกิดปัญหาฝ้า กระ ตามมา ถ้าได้รับแสงแดดจัดมาก ๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการแดงหรืออาการถูกแดดเผาได้ นอกจากนี้รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดดยังอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย


ชนิดของรังสียูวี

     แสงแดดที่แทรกชั้นบรรยากาศลงมาถึงโลกของเราได้นั้น จะมีรังสีแสงแดดที่มีผลต่อผิวหนังอย่างมาก ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ช่วงคลื่นใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ

💢ช่วงคลื่นระหว่าง 320-400 นาโนเมตร (คลื่นยาว) เราจะเรียกกันว่า รังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่สามารถแทรกซอนถึงผิวชั้นลึก ๆ หรือผิวหนังชั้นล่างได้ ทำลายเนื้อเยื่อและดีเอ็นเอของเซลล์ผิว (สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกได้ด้วย) โดยเป็นตัวทำลายคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งจนเกิดริ้วรอยลึกหรือผิวเหี่ยวย่น (++++), ทำให้เกิดฝ้า กระ (+++), มะเร็งผิวหนัง (++) และผิวหมองคล้ำ (+)
💢ช่วงคลื่นระหว่าง 290-320 นาโนเมตร (คลื่นกลาง) เราจะเรียกกันว่า รังสี UVB เป็นรังสีสามารถทะลุได้ถึงชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น จึงทำให้ผิวหนังแดงหรือผิวไหม้แดด ซึ่งเป็นตัวการหลักทำให้สีผิวของเราหมองคล้ำ หรือที่เราเรียกว่า "แดดเผา" (++++), เป็นมะเร็งผิวหนัง (+++), ทำให้เกิดริ้วรอย (++) และปัญหาฝ้า กระ (+)
💢ช่วงคลื่นระหว่าง 200-290 นาโนเมตร (คลื่นสั้น) เราจะเรียกกันว่า รังสี UVC ซึ่งในปัจจุบันยังส่องมาที่พื้นโลกได้ไม่มากนัก เพราะเกือบทั้งหมดถูกกรองไปแล้วโดยชั้นบรรยากาศโอโซนที่ห่อหุ้มโลกของเราอยู่ จึงทำให้ไม่มีผลิตภัณฑ์สำหรับการป้องกันรังสีชนิดนี้



ค่า PA ในการป้องกันรังสี UVA

        PA หรือ Protection Grade of UVA เป็นค่าที่แสดงถึงคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ (UVA) ส่วนเครื่องเครื่องหมาย + ที่ตามหลังนั้นคือค่าความสามารถในการปกป้องผิว โดยวัดเป็นเท่าของการเกิดผิวคล้ำดำ (Skin pigmentation) โดยค่า PA จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ ดังนี้

👉PA+ สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 1-4 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้น้อย
👉PA++ สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 4-8 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้ปานกลาง (ทำงานในร่ม)
👉PA+++ สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 8-16 เท่า หรือป้องกันได้มาก (ทำงานกลางแดด)
👉PA++++ สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 16 เท่าขึ้นไป หรือป้องกันได้สูงมาก (ทำงานกลางแดดตลอดเวลา)

      ค่า PA เป็นค่าที่ประเทศญี่ปุ่นคิดขึ้น ไม่ใช่ค่าสากล ดังนั้นครีมกันแดดบางยี่ห้อของต่างประเทศจึงไม่ได้ระบุค่า PA มาให้ แต่จะบอกถึงสารที่ใส่มาซึ่งสามารถป้องกันรังสี UVA ได้ เช่น avobenzone, zinc oxide, titanium dioxide เป็นต้น

       แต่อย่างไรก็ตาม ค่า PA ก็ถือเป็นค่าที่มีความสำคัญไม่แพ้ค่า SPF เลยล่ะ เพราะมีผลการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของประสิทธิภาพในการปกป้องผิวระหว่างการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF เพียงอย่างเดียว กับการทาครีมกันแดดที่มีทั้งค่า SPF และ PA ผลการทดลองพบว่า ครีมกันแดดที่มีทั้ง SPF และ PA สามารถช่วยปกป้องผิวไม่ให้คล้ำเสียได้มากกว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF เพียงอย่างเดียวอย่างเห็นได้ชัด (ระดับความไหม้ของผิวหนังต่างกันมาก)



ค่า SPF ในการป้องกันรังสี UVB

       ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีบี (UVB) เราจะเรียกว่า SPF (Sun Protection Factor) แต่ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ “ค่า SPF ก็คือ ค่าความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ไม่ให้เกิดอาการแดงของผิวหนัง” ซึ่งการจะคำนวณระยะเวลาในการป้องกันรังสี UVB จะต้องดูพื้นผิวของเราเป็นหลัก ซึ่งผิวแต่ละคนจะมีระยะเวลาในการป้องกันไม่เท่ากันอยู่แล้ว อย่างเช่น คนผิวขาวเมื่อตากแดดไปเพียง 10 นาที ผิวก็จะเริ่มแดง แต่อย่างคนทั่วไปที่มีผิวสองสีจะต้องใช้เวลาตากแดด 15 นาที ผิวถึงจะเริ่มแดง หรือถ้าเป็นคนผิวสีเข้มหรือผิวดำ ก็อาจจะต้องตากแดดนานถึง 30 นาที ผิวถึงจะเริ่มแดง เป็นต้น

       ส่วนค่าตัวเลขหลัง SPF ที่ระบุไว้ อย่าง SPF 30 นั้นจะหมายถึง “การใช้ระยะเวลานานกว่า 30 เท่าของเวลาที่ทำให้ผิวแดงเมื่อเปรียบเทียบกับตอนที่เรายังไม่ได้ทาครีมกันแดด” เช่น ถ้าเราอาบแดดในหน้าร้อนโดยไม่ได้ทาครีมกันแดดแล้วผิวจะเริ่มแดงในเวลา 10 นาที หมายความว่า SPF 30 จะสามารถป้องกันไม่ให้ผิวแดงได้นาน 300 นาที (5 ชั่วโมง) ดังนั้นหลังจาก 300 นาที ถ้าเรายังต้องโดนแสงแดดอยู่ ก็จำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำด้วยครับ แต่จากหลักการข้างต้นนี้เป็นเพียงการอธิบายถึงเวลาที่ต่อเนื่องเท่านั้น (เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย) ทำให้หลาย ๆ คนยังเข้าใจผิดคิดว่าหากถูกรังสียูวีในระยะเวลาที่น้อยกว่านี้ผิวคงไม่เป็นไร ! ทางที่ดีคุณควรคิดใหม่ว่า "แม้ปริมาณรังสียูวีที่ได้รับจะเป็นเพียงแค่ 1 ใน 15 ของระยะเวลาในการปกป้องจากครีมกันแดด แต่ก็ไม่ได้หมายความจะทำให้อิทธิพลจากรังสียูวีเป็นศูนย์"

        อีกทั้งตัวเลขเหล่านี้ก็เป็นตัวเลขที่ได้มาจากการคำนวณเท่าคร่าว ๆ นั้น เมื่อนำมาใช้จริง ๆ ก็อาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนได้บ้างพอสมควร ด้วยสาเหตุหลายประการ โดยเฉพาะปริมาณของครีมกันแดดที่เราใช้ทา ซึ่งถ้าจะให้ได้รับการป้องกันของค่า SPF ตามที่ระบุไว้ในฉลาก เราก็ต้องทาครีมกันแดดมากถึง 2 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร แต่ในชีวิตจริงเรามักทากันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ประสิทธิภาพที่บอกไว้ก็อาจจะลดลง 30-50% เช่น จากตัวเลข 5 ชั่ว ก็อาจจะเหลือแค่ 2-3 ชั่วโมง เป็นต้น







          ในปัจจุบันนี้การวัดค่า SPF จากปริมาณแสงแดดที่น้อยที่สุดที่ทำให้เกิดอาการแดงที่ผิวหนัง จะเป็นการสังเกตด้วยตาเป็นหลัก จึงอาจทำให้ค่าที่วัดได้ไม่เที่ยงตรงเท่าที่ควร เพราะจากการศึกษาพบว่า ปริมาณแสงที่น้อยกว่านี้อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังและมีการทำลายเซลล์ของผิวหนังไปแล้ว ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีการวัดการทำลายผิวหนังของแสงแดดอาการแดงที่เห็นได้ด้วยตา เช่น การดูลักษณะของเซลล์ผิวหนังที่เปลี่ยนไปจากการไหม้แดด, การดูลักษณะของเส้นใยอีลาสตินที่เปลี่ยนรูปร่าง, การลดลงของจำนวน Langerhans cell ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิต้านทาน เป็นต้น

นอกจากนี้ ค่า SPF ยิ่งสูงก็ยิ่งแสดงว่าครีมกันแดดนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้มากขึ้นด้วย ดังนี้

SPF 2 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 50%
SPF 4 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 75%
SPF 6 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 80%
SPF 8 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 87.5%
SPF 10 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 80%
SPF 15 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 93.3%
SPF 20 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 95%
SPF 25 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 96%
SPF 30 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 96.7%
SPF 45 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 97.8%
SPF 50 ป้องกันแสงแดด UVB ได้ 98%



ประเภทของครีมกันแดด

😀ครีมกันแดดชนิดเคมี (Chemical sunscreen) เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำหน้าที่ในการปกป้องแสงแดด ด้วยการดูดซับรังสีเข้าผิวหนังแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้แสงผ่านลงในชั้นผิวหนังได้ (เนื้อครีมจะเป็นข้น ๆ น้ำนมเหมือนเนื้อครีมทั่วไป ซึมซับได้ง่าย) ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพัก สารเคมีเหล่านี้ก็จะเสื่อมสภาพ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราต้องทาครีมกันแดดทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง สารป้องกันแดดประเภทนี้บางชนิดจะดูดซับได้เฉพาะรังสี UVA หรือ UVB หรือทั้งสองอย่าง สารเคมีที่ใช้ผสมในครีมกันแดด คือ Panimate O, Bensophenone, Cinnamates, Antranilate, Homosalate และ Oxybenzene ซึ่งครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย

😀ครีมกันแดดชนิดกายภาพ (Physical sunscreen) จะมีส่วนผสมของสารที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ที่ตกกระทบให้ออกไปจากผิวหนังได้ ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีผลระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยกว่าสารในกลุ่มแรก แต่ข้อเสียของครีมกันแดดประเภทนี้คือจะไม่สามารถให้ค่า SPF ที่สูงได้ เนื้อครีมจะไม่ละเอียดมากนักหรืออาจเป็นขุยหน่อย ๆ คล้ายกับมีแป้งผสมเพราะเป็นเหมือนรองพื้นในตัวได้ด้วย และเมื่อนำมาทาบนผิวหนังแล้วจะทำให้ดูวอกหรือดูขาวมากจนเกินไป (เนื่องจากสารจะเคลือบบนผิวหนังชั้นบนเพื่อรอแสงมากระทบ จึงมีการดูดซึมสู่ผิวน้อย) อีกทั้งยังล้างออกได้ยากอีกด้วย

😀ครีมกันแดดชนิดผสม (Chemical-Physical sunscreen) เป็นแบบผสมที่ช่วยเสริมข้อดีและลดข้อด้อยในแต่ละส่วน นั่นคือ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนังจากสารเคมี ลดความขาวเมื่อทาครีม และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน


สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

        💤ประโยชน์ของการครีมกันแดด เช่น ช่วยป้องกันผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยไม่ให้ผิวหนังเหี่ยวย่นหรือดูแก่ก่อนวัย ผิวแห้งกร้าน ป้องกันการเกิดฝ้า กระ ปัญหาผิวคล้ำเสีย และมะเร็งผิวหนัง

       💤วิธีการป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ ในช่วงเวลาประมาณ 09.00-16.00 น. แต่ถ้าคุณต้องออกแดด นอกจากจะต้องทาครีมกันแดดแล้วก็ยังต้องป้องกันแสงแดดด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น กางร่ม (ไม่ควรใช้ร่มใส ๆ เพราะกันแสงแดดไม่ได้), ใส่หมวก, สวมแว่นแดด เพราะบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางและมักจะไม่ได้รับการทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันดวงตาไม่ให้เสื่อมก่อนวัย และเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติในป้องกันแสงแดด อย่างเช่นผ้าฝ้ายผสมโพลีเอสเตอร์ ซึ่งจะช่วยป้องกันรังสี UV ได้ถึง 80%

      💤รังสีนอกจากจะตกกระทบโดยตรงแล้วยังมีการสะท้อนหรือหักเหอีกด้วย นั่นหมายความว่าการอยู่ในที่ร่ม อยู่บนถนน ยืนตามชายหาด หรือยืนอยู่บนหิมะ คุณก็ยังได้รับทั้งรังสีโดยตรงบวกกับการสะท้อนหักเหอีกด้วยเป็นทวีคูณ ดังนั้นในขณะที่มีแสงแดด แม้ว่าเราจะอยู่ในที่ร่มก็ต้องทาครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางที่ผสมสารป้องกันแสงแดดอยู่เสมอ ยิ่งในหน้าหนาวก็ต้องระวังกันเป็นพิเศษด้วยล่ะ เพราะแสงแดดในหน้านี้จะมีความเข้มข้นสูงอย่าบอกใครเชียว

      💤ไม่มีครีมกันแดดยี่ห้อใดที่ทาแล้วจะสามารถป้องกันรังสียูวีได้ 100% หรือป้องกันแสงแดดได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้นการทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง จึงเป็นสิ่งจำเป็น

    💤ช่วงเวลาที่คนประมาทกันมากคือ ช่วงแสงแดดในตอนเช้าและแสงแดดในช่วงพลบค่ำ เพราะแม้จะเป็นแสงแดดที่อ่อนแต่ก็ส่องเข้าหน้าได้พอดีเหมือนกัน คิดดูสิว่าแดดกระทบหน้าเข้าจัง ๆ จะเป็นยังไง ดังนั้น ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็นแค่ไหนก็ควรจะทาครีมกันแดดด้วยเช่นกัน

    💤รังสี UVA และ UVB จะมีมากที่สุดในช่วงเวลา 10.00-15.00 แต่ปริมาณของรังสี UVA จะมีตลอดทั้งวันแทบไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็นก็ต้องระมัดวังให้ดี

    💤ครีมกันแดดควรเริ่มใช้ตั้งแต่ตอนยังเด็ก ๆ เพราะถ้ามาเริ่มใช้ตอนโต ผิวของเราอาจจะมีปัญหาแล้วก็ได้

    💤ใครที่คิดว่าอยู่บ้านไม่ต้องทาครีมกันแดดก็ได้ ? คุณคิดผิดแล้ว เพราะอย่าลืมว่าในบ้านยังมีแสงจากหลอดไฟนีออน แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ดังนั้นควรทาครีมกันแดดที่ค่า SPF น้อย ๆ ในทุกเช้าแม้จะอยู่ในบ้านก็ตาม

   💤ครีมกันแดดในแป้งตลับผสมรองพื้นก็จำเป็นต้องทาซ้ำเหมือนครีมกันแดดทั่วไป

   💤การทาครีมกันแดดมากเกินไปจะก่อให้เกิดปัญหาด้านความมัน ความเหนอะหนะไม่สบายตัว และอาจมองดูไม่สวยงาม ชนิดและปริมาณของสารป้องกันแสงแดดที่มีในผลิตภัณฑ์จะทำให้ค่า SPF ต่างกัน โดยครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมักมีปัญหาในด้านความงาม (มีส่วนผสมของน้ำมันมาก ทำให้เหนียวเหนอะหนะ) และมีราคาแพงกว่า

    💤เครื่องสำอางที่ผสมสารป้องกันแสงแดดนั้นจัดเป็น “เครื่องสำอางควบคุม” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเครื่องสำอางเหล่านี้จะผสมสารป้องกันแสงแดดหลายชนิด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB

    💤การชโลมเบบี้ออยล์ น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันอะไรก็ตาม ไม่ได้ช่วยป้องกันผิวไม่ให้เกรียมแดงได้เลย เพราะการชโลมน้ำมันแล้วไปตากแดดนั้นเป็นก็เหมือนกับเราเอาผิวหนังไปย่างอย่างไรอย่างนั้น



การเลือกซื้อครีมกันแดด

😉ครีมกันแดดที่ดีควรมีทั้งสารที่ช่วยป้องกันรังสี UVA และรังสี UVB เช่น สาร anthranilates ซึ่งพบได้บ่อยในครีมกันแดดทั่วไป ส่วนสารที่กันได้เฉพาะรังสี UVA คือ benzophenones และส่วนที่กันได้เฉพาะรังสี UVB คือ cinnamates, PABA, PABA derivatives

😉ถ้าทำงานในร่มเป็นหลักควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 มาใช้ (หรือน้อยกว่านี้ก็ได้สัก SPF 8-12) และมีค่า PA++ ก็พอครับ แต่ถ้าต้องทำงานออกแดดหรือจำเป็นต้องโดนแดดให้เลือกซื้อครีมกันแดดที่ค่า PA+++ มีค่า SPF 15-20 มาใช้ครับ แต่ถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยาน ก็ให้เลือกเป็น SPF 20-30, เล่นกีฬาทางทะเล ก็ให้เลือกเป็น SPF 50 แต่ถ้าต้องออกแดดกลางแจ้งเป็นเวลานานและมีแดดแรงมากก็ให้เลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไป แต่สำหรับคนเอเชียอย่างเรา ๆ ที่ไม่รู้จะเลือกอะไร ก็ให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30-40 ก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ เพราะใช้ได้ทุกงาน :)

😉การเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นนัก เพียงแต่ขอให้ครีมกันแดดนั้นมีประสิทธิภาพจริงตามที่ระบุไว้ในฉลากก็พอ แต่อย่าลืมว่าจากการตรวจสอบครีมกันแดดบางยี่ห้อกลับพบว่ามีคุณสมบัติในการป้องกันด้อยกว่าในฉลากที่ระบุไว้

😉เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดควรเป็นชนิดทนน้ำหรือทนเหงื่อ และควรทาก่อนออกอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น หากทาเสร็จปุ๊ปแล้วออกไปรับแดดทันทีหรือออกไปแล้วจึงค่อยทาจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

😉ถ้าจะลงเล่นน้ำควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่กันน้ำได้และทาซ้ำบ่อย ๆ อย่าง Water resistant จะออกฤทธิ์กันแดดได้สูงสุด 40 นาที และ Waterproof จะออกฤทธิ์กันแดดได้สูงสุด 80 นาที เพราะฉะนั้นต้องทาซ้ำทุก ๆ 40-80 นาทีตามแต่ชนิด

😉ผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อครีมกันแดดมาใช้จึงต่างกันไปด้วย ถ้าเป็นคนผิวมันอยู่แล้วยังไปเลือกใช้ครีมกันแดดที่มันหรือมีค่า SPF สูง ๆ ก็จะยิ่งทำให้ไม่อยากทาครีมกันแดด และยังอาจทำให้เกิดสิวอุดตันได้ด้วย ดังนั้นการเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าผิวแห้งมากก็อย่าใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือถ้าเป็นคนผิวแพ้ง่าย ก็ยิ่งต้องเลือกมากหน่อยเป็นพิเศษ

😉คุณควรทดสอบการแพ้ครีมกันแดดก่อนใช้เสมอ ด้วยการนำครีมกันแดดมาทาใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสังเกตว่ามีอาการบวมแดงหรือไม่ (แต่บางคนอาจใช้เวลานานกว่านั้นกว่าจะปรากฏอาการแพ้ ดังนั้นจึงต้องรอดูอาการถึง 1-3 วัน เพื่อความแน่ใจ) ถ้ามีอาการดังกล่าวแสดงว่าเราแพ้สารเคมีจากครีมกันแดดชนิดนั้น ๆ

😉ควรสังเกตวันหมดอายุของครีมกันแดดด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีกำหนดอายุประมาณ 2-3 ปี นับจากวันที่ผลิต และไม่ควรเก็บครีมกันแดดไว้ในที่ร้อน ๆ


การทาครีมกันแดด

👌 🎇🎇ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ตั้งแต่ SPF 30 ขึ้นไป ในกรณีที่ต้องตากแดดเป็นเวลานานติดต่อกัน และให้ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำกว่าในกรณีที่โดนแสงแดดเป็นครั้งคราวระหว่างวัน

👌ควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้ก่อนการออกแดดประมาณ 15 – 30 นาที และต้องทาซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่ายังมีสารกันแดดทำหน้าที่ปกป้องผิวอยู่

👌 ปริมาณของครีมกันแดดที่เป็นมาตรฐานของค่า SPF นั้น “ต้องทาครีมกันแดดปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร” แต่จากผลการวิจัยกลับพบว่า “คนส่วนใหญ่จะทาครีมกันแดดเพียง 0.5-1.5 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งจะได้ผลเพียงแค่ 20-50% ของค่า SPF ที่ระบุไว้” แต่ถ้าทาซ้ำ ๆ ในปริมาณที่พอดีจะได้ผลเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 เท่า !

👌 การทาครีมกันแดดสำหรับใบหน้าให้ใช้ในขนาดเท่าไข่มุกเม็ดใหญ่ 2 เม็ด หรือหากใช้โลชั่นให้ใช้ขนาดเหรียญ 10 และอย่าลืมทาใบหูด้วย เพราะใบหูเป็นส่วนที่ไหม้แดดได้ง่าย โดยวิธีการทาครีมกันแดดบนใบหน้าก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เแต้มครีมกันแดดลงบนใบหน้าเล็กน้อยในตำแหน่ง 5 จุด คือ หน้าผาก 1 จุด, แก้ม 2 จุด, จมูก 1 จุด และคางอีก 1 จุด จากนั้นก็ค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่วหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้นิ้วกลางและนิ้วนางวนเป็นวงกลมบนใบหน้าเบา ๆ จนเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวหน้าจนหมดไม่เห็นครีมสีขาว ๆ และให้ทาไปถึงลำคอและด้านหลังที่ไม่มีเสื้อปกปิดด้วย เพื่อป้องกันแสงแดดและไม่ทำให้หน้าลอยหรือหลอกมาก

👌 นอกจากการทาหน้าและลำคอแล้ว การทาครีมกันแดดเคลือบริมฝีปากและบริเวณรอบ ๆ ตา ซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้ากังวลว่าทาครีมกันแดดแล้วริมฝีปากจะไม่สวย คุณอาจหาซื้อครีมกันแดดสำหรับทาริมฝีปากที่มีลักษณะคล้าย ๆ ลิปสติกที่ทาเคลือบให้ริมฝีปากชุ่มชื้นมาใช้ก็ได้

การทาครีมกันแดดบริเวณผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย เช่น แขน ขา ให้เลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับทาตัวโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะมีความมันและมีราคาที่ถูกกว่าครีมกันแดดสำหรับใบหน้า


ปัจจัยที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของครีมกันแดด

🎇การทา นั้นต้องทาครีมกันแดดปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร หากทาบางเกินไปก็จะมีประสิทธิภาพที่ลดลงและป้องกันแสงแดดไม่ค่อยได้

🎇การสวมใส่เสื้อผ้า แม้การสวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ จะช่วยป้องกันรังสีได้ดี แต่การสวมเสื้อผ้าทันทีหลังการทาครีมกันแดดจะทำให้ครีมไปติดอยู่ที่เสื้อผ้า จนทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดลดลงได้

🎇เหงื่อออก การมีเหงื่อออกจะละลายครีมกันแดดออกไปกับเหงื่อได้

🎇การว่ายน้ำหรือการถูกน้ำ ก็สามารถละลายเอาครีมกันแดดออกไปได้ด้วยเช่นกัน

🎇ลมพัด ลมที่พัดก็มีส่วนพัดพาเอาครีมกันแดดที่ทาแล้วบนผิวหนังให้หลุดออกไปได้เช่นกัน

🎇ทากันแดดแบบผิดวิธี ในขณะที่ตากแดดและทาครีมกันแดดซ้ำหลังจากว่ายน้ำ การใช้ครีมกันแดดจะต้องใช้เมื่อผิวแห้งสะอาดก่อน แล้วจึงลูบตัวยาให้เสมอ ๆ กันไปในทางเดียวกัน คือ ไม่ทาย้อนขึ้นย้อนลง เพราะจะเป็นเหมือนการถูไถ ทำให้ครีมกันแดดนี้หลุดออกไป






Vitara Sunscreen Silky Mousse SPF50+ 20g 

ไวทาร่า ซันสกรีน ซิลกี้ มูส ขนาด 20 กรัม

BLUE LIGHT TECHNOLOGY
- LONG LASTING OIL CONTROL
- EXTRA COVER WITH SILKY TOUCH
- WATER RESISTENT
มูสกันแดด เนื้อนุ่มดุจใยไหม
ปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีเอ1 ยูวีเอ2 และยูวีบี
ควบคุมความมันยาวนานตลอดวันด้วย Oil Control Complex
ปกปิดและลดเลือนจุดด่างดำ และความหมองคล้ำอันเนื่องมาจากมลภาวะทางแสงด้วย Blue Light Technology




Vitara Facial Sunscreen SPF50 PA++ 25g

ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับผู้มีปัญหาฝ้าและผิวหน้าหมองคล้ำ เพื่อผิวหน้าเนียนกระจ่างใส ครีมกันแดดสูตรผสมกลูต้าไธโอนที่ช่วยปกป้องและบำรุงผิวให้กระจ่างใสในขั้นตอนเดียว ปกป้องผิวจากอันตรายของรังสียูวีเอและยูวีบี ด้วยการผสมผสาน 2 กลไก คือ Physical sunscreen และ Chemical sunscreen ครีมสีเนื้ออ่อน เหมาะกับทุกเฉดสีผิว เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ

คุณสมบัติ
--กันแดดสำหรับผู้มีปัญหาฝ้าและผิวหน้าหมองคล้ำ
--เพื่อผิวหน้าเนียนกระจ่างใส ครีมกันแดดสูตรผสมกลูต้าไธโอน
--ช่วยปกป้องและบำรุงผิวให้กระจ่างใสในขั้นตอนเดียว


Vitara Facial Sunscreen SPF40 PA++ 
ครีมกันแดดคุณภาพสูง SPF40 Berich Vitara Facial Suncreen 25g - VTR_005_FSC - ครีมกันแดด SPF40 + / PA ++ ไม่ลอยอยู่ในน้ำ
ด้วย Nano L-Glutathione & Alovera ช่วยให้ผิวเย็นและชุ่มชื้น
ผลิตภัณฑ์นี้สร้างเลเยอร์กันแดดสุดยอดเพื่อการปกป้องจากแสงแดดสูงที่ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้อย่างสบายท่ามกลางแสงแดดโดยไม่ต้องกังวลกับจุดด่างดำ
ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว









COS Coseutics Facial Sunscreen SPF50 PA+++ ครีมกันแดด 20 กรัม
เนื้อโลชั่น สูตรบางเบา แห้งสบาย ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันผิวหน้าจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปกป้องผิวจากรังสียูวี (Double UVA/UVB Protection) ด้วยส่วนผสมที่ช่วยดูดซับรังสีและสะท้อนรังสียูวี ช่วยลดการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
ปราศจากสารกันแดดกลุ่ม PABA และ Benzophenone ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวหนัง
มีส่วนผสม Vitamin B3 ช่วยลดการส่งผ่านเม็ดสีมายังผิวชั้นนอก
ปราศจากน้ำหอม ช่วยลดการระคายเคือง



Helionof A SPF 50 PA +++ 30 ml. 

เฮลิโอนอฟ เอ กันแดดเนื้อเจลนุ่ม สูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย เหมาะกับใช้เป็นประจำทุกวัน
เฮลิโอนอฟ เอ ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวหน้าจากแสงแดด สูตรพัฒนาสำหรับโรงพยาบาลและคลินิกผิวหนังชั้นนำของไทย
ปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีอย่างเต็มประสิทธิภาพจากอนุมูลอิสระ สาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย ดูแลปกป้องผิวอย่างต่อเนื่องตลอดวันด้วยแมทติฟายเออร์ ซิสเต็ม เนื้อเจลซิลิโคนนุ่ม ทาและเกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับการใช้เป็นประจำทุกวัน สามารถใช้เป็นเบสก่อนลงเครื่องสำอางได้
ขนาด 30 มิลลิลิตร ขวดปั๊มใช้ง่าย

Helionof Z SPF 50+ PA++ 50 ml. เฮลิโอนอฟ z ครีมกันแดดสูตรพัฒนาสำหรับโรงพยาบาลและคลินิก

เป็นสารกันแดดสูตรเจลที่ใช้ได้ทั้งผิวแห้งและผิวมัน ซิลิโคนเบสในเฮลิโอน๊อฟ เอ
จะช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน สำหรับผิวมัน แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการระเหย
ของน้ำออกจากผิวในผิวแห้งได้ด้วย SPF 50 ป้องกัน UVB (อันทำให้ผิวไหม้) ได้
มากกว่า 95%, PA +++ ซึ่งจะช่วยกรอง UVA (อันทำให้ผิวคล้ำแดด) ได้อย่างมั่นใจ
เฮลิโอน๊อฟ เอ จึงเหมาะสำหรับเป็นสารกันแดดในดวงใจสำหรับคุณผู้หญิง
เพราะทำให้แต่งหน้าได้ง่าย และสำหรับคุณผู้ชายเพราะไม่ขาววอกหลอกตาให้เสียบุคคลิก

ส่วนประกอบสำคัญ: Dimethicone Crosspolymer, Ethylhexyl methoxycinnamate, Bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl Triazine, Diethylaminohydroxybenzoyl hexyl benzoate

ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ใช้

สินค้าใหม่มาแรงในวงการแพทย์ผิวหนังไทย ขายดีในโรงพยาบาลและคลีนิคผิวหนังชื่อดังในประเทศ
เพราะเป็นสูตรที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ระคายเคืองผิว หรือก่อให้เกิดอาการแพ้



ไมนัสซันโพรเทคชั่นไวท์ครีม SPF40 25กรัม

คุณสมบัติ
: ไมนัสซันโพรเทคชั่นไวท์ครีม SPF40 25กรัม ครีมกันแดดเนื้อดุจใยไหม ใช้ได้ทุกวัน ไม่มันเหนอะหนะ ผ่านการรับรองจากสถาบัน ISPE ประเทศอิตาลี เพื่อผิวที่ต้องการแลดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติอยู่เสมอ เนื้อครีมนุ่มเบา ที่แพทย์ผิวหนังอเมริกันเลือกใช้ ด้วยคุณสมบัติสะท้อนและดูดซับรังสี UVA/UVB พร้อมการกันน้ำอย่างยอดเยี่ยม

ส่วนประกอบ
: ไซโคลเมทิโคน, ซิงค์ ออกไซด์, ไททาเนียม ไดออกไซด์, เอทิลเฮกซิลเมทอกซี่ ซินนาเมต, ไคโตซาน, วีพี/เฮซาดีซีน โคโพลิเมอร์, ดิโซพรอพพี ดีเมอร์ ไดลิโนเลท, โพลีกลี""ซ์-4 ไอโซเทเรท

วิธีใช้
: ทาครีมให้ทั่วผิวหน้า ลำคอ และบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำทุกวัน ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องเผชิญแสงแดดแรงๆ เพื่อประสิทธิผลสูงสุด







 Jolie Holly : Perfect Brightening Sunscreen SPF 50 PA+++ 
 กันแดดหน้าใส ปกปิดบางเบา ไม่อุดตัน ไม่ก่อสิว (No-Chemical Sunscreen)
เนื้อครีมเป็นเอกลักษณ์ บางเบา เนียนนุ่น เกลี่ยง่าย สบายผิว
ปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น ดูสุขภาพดี
กักเก็บน้ำ หล่อเลี้ยงผิว ให้ผิวสวยทั้งวัน ผิวไม่แก่ก่อนวัย
ปราศจาก Alcohol ไม่ระคายเคืองผิว
ผลิตภายใต้ระบบมาตรฐานสากล
Physical Sunscreen ปลอดภัยแม้ผิวแพ้ง่าย
บรรจุภัณฑ์ระบบสูญญากาศ ป้องกันการเกิด Oxidation




PEACH  MATO Body Serum SUNSCREEN SPF 30PA+++
ใหม่ล่าสุด!!! กับนวัตกรรมดูแลผิวกายจากประเทศญี่ปุ่น 3 in 1 เซรั่มกันแดดที่ช่วย ฟื้นฟู บำรุง ปกป้อง ในหนึ่งเดียว

ซึบซาบเข้าสู่ผิว รู้สึกถึงการบำรุง เย็นผ่อนคลายผิว พร้อมปกป้องผิวจาก UVA UVB ถึง 30 เท่า ไม่เหนียวเหนอะหนะ แตกต่างจากกันแดดทุกตัวที่คุณเคยใช้มา
ปรับผิวให้กระจ่างใสทันที 1 ระดับ อย่างธรรมชาติ ไม่วอก ไม่ลอย และไม่กันน้ำ เพราะไม่ใช่ BB DD CC จึงให้ความเป็นธรรมชาติกับผิวได้มากกว่า
เหมาะกับการใช้ประจำทุกๆวัน สามารถใช้ได้เช้า-เย็น เพราะมีสารอาหารผิวมากมาย อาทิเช่น สารสกัดการพีช สารสกัดจากมะเขือเทศ กูลต้าไทโอน คอลลาเจน และยังมีเม็ดบีสไลโคปีน ที่เข้าดูแลผิวโดยตรง
รับรองว่าจะเป็นบำรุงตัวที่คุณจะคลั่งที่สุดเลยยยย^^


ช่องทางติดต่ออื่นๆ
มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด่น! วันนี้

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....

เรื่องที่น่าสนใจฮอตฮิตตลอดกาล



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2019

คลิก>> www.imorya.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/Morya24

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan