ค้นหาสิ่งที่สนใจ เช่น PEP ยาคุมฉุกเฉิน >>พิมพ์ข้อความในช่อง ตามด้วยค้นหา

คลิก! แวะชมสินค้า คลิกเลย

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

ซีด

ซีด เป็นภาวะที่ผิวหนังหรือเยื่อเมือกในร่างกายมีสีซีดลง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย หรืออาจเกิดเพียงบริเวณเดียว และมักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า เยื่อบุในปาก ลิ้น และดวงตา
ซีด
ซีดมักเกิดจากภาวะที่ทำให้การหมุนเวียนโลหิตบริเวณนั้นลดลง เช่น โรคโลหิตจาง เป็นลม หรือภาวะช็อก นอกจากนั้น อาการซีดอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายแรงได้ และหากเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
อาการซีด
ภาวะซีดทำให้ผิวหนังหรือเยื่อเมือกมีสีซีดลงผิดปกติ อาจเกิดทั่วทั้งร่างกาย หรือเพียงบริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยมักเกิดบริเวณเยื่อบุภายในช่องปาก ดวงตา เปลือกตาล่าง ลิ้น เล็บ หรือฝ่ามือ
อาการซีดต่างจากการเสียเม็ดสีผิวบริเวณผิวหนัง เพราะอาการซีดเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือด บางรายอาจสับสนระหว่างการเสียเม็ดสีผิว เช่น ภาวะผิวเผือก (Albinism) ที่ทำให้ผิวซีดได้เช่นกัน ส่วนผู้ที่มีผิวคล้ำ อาจสังเกตได้ลำบากแต่จะทราบได้จากการตรวจสอบเยื่อเมือก
อาการซีดพบบ่อยในผู้ป่วยโลหิตจาง โดยผู้ที่มีภาวะโลหิตจางอย่างเฉียบพลันจะมีอาการซีดและอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น หัวใจเต้นเร็ว เจ็บหน้าอก รู้สึกเหนื่อย ความดันโลหิตต่ำ หายใจไม่อิ่ม หรือหมดสติ ส่วนผู้ป่วยภาวะโลหิตจางเรื้อรัง จะมีอาการซีดร่วมกับร่างกายไวต่อความเย็น และอ่อนเพลีย
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการซีดจากหลอดเลือดแดงอุดตัน หรือเลือดขาดการไหลเวียน อาจมีอาการซีดบริเวณที่เกิดการอุดตัน ซึ่งมักพบอาการที่แขน ขา หรือนิ้ว เกิดอาการเจ็บปวดและผิวหนังบริเวณนั้นเย็น
หากพบว่าตนเองมีอาการซีดพร้อมกับอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้ เป็นลม อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้อง มีเลือดออกจากทวารหนัก หรือมีอาการรุนแรง เช่น หายใจไม่อิ่ม เจ็บหรือชาตามแขนขา หรือเจ็บหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันที
สาเหตุของซีด
สาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการซีด ได้แก่
  • โรคโลหิตจาง เป็นสาเหตุที่พบบ่อย เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้อย่างเพียงพอ โดยโรคโลหิตจางชนิดเฉียบพลันอาจเกิดจากการเสียเลือดมากอย่างกะทันหัน และโลหิตจางชนิดเรื้อรังอาจเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี12 โฟเลต หรืออาจเป็นกรรมพันธ์ุ เช่น โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว และโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย
  • ผิวหนังขาดเลือดหล่อเลี้ยง เนื่องจากการอุดตันของเส้นเลือดแดง หรือขาดการหมุนเวียนโลหิตไปยังบริเวณปลายมือปลายเท้า
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ  
  • เป็นลม
  • ภาวะช็อก
  • การใช้ยารักษาโรคบางชนิด
  • ป่วยด้วยโรคติดเชื้อเรื้อรัง
  • เป็นโรคมะเร็ง
  • เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคตับ เป็นต้น
  • การเสียเลือดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง เช่น เลือดออกในระบบทางเดินอาหารและอวัยวะภายใน หรือประจำเดือนมามาก
  • เนื้อเยื่อถูกทำลายเพราะความเย็นจัด หรือสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น
  • ขาดการสัมผัสกับแสงแดด
  • เป็นสีผิวตามธรรมชาติ
การวินิจฉัยซีด
ในเบื้องต้น แพทย์จะซักประวัติและสอบถามอาการของผู้ป่วย เช่น ลักษณะและบริเวณที่เกิดอาการ หรืออาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย จากนั้น แพทย์จะตรวจร่างกาย วัดความดัน และตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ โดยส่วนใหญ่ แพทย์วินิจฉัยอาการซีดได้ด้วยตาเปล่า แต่สำหรับผู้ที่มีผิวคล้ำจะทำได้ยาก ซึ่งแพทย์จะตรวจดูจากภายในเปลือกตา และเยื่อเมือกตามอวัยวะในร่างกาย
นอกจากนี้ แพทย์อาจใช้การทดสอบอื่น ๆ ประกอบการวินิจฉัย เช่น
  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและการตรวจจำแนกชนิดเม็ดเลือด เป็นการตรวจวัดความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยระบุความผิดปกติ ความไม่สมบูรณ์ของเซลล์ และความรุนแรงของภาวะซีด
  • ตรวจการทำงานของไทรอยด์ เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด หากมีระดับต่ำ อาจเป็นสาเหตุของโรคโลหิตจางได้
  • การนับเม็ดเลือดแดงที่สร้างใหม่ เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์ทราบว่าไขกระดูกของผู้ป่วยทำงานอย่างไร
  • ตรวจเลือดดูค่า BUN (Blood Urea Nitrogen) และครีเอตินีน (Creatinine) โดยแพทย์จะใช้วิธีนี้เพื่อตรวจการทำงานของไต หากไตทำงานล้มเหลว อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจนมีอาการซีดได้
  • การตรวจระดับธาตุเหล็ก วิตามิน บี12 และโฟเลต เพราะการขาดสารเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของโรคโลหิตจางได้เช่นกัน
  • การตรวจภาพถ่ายรังสีหลอดเลือดแดง (Extremity Arteriography) ช่วยให้แพทย์ตรวจดูการอุดตันของเส้นเลือดจากภาพเอกซเรย์ โดยการฉีดสีเข้าไปทางหลอดเลือดที่แขนหรือขา
  • ตรวจอุจจาระ เพื่อตรวจดูว่ามีเลือดปนหรือไม่ เพราะอาจเกิดเลือดออกในลำไส้หรือกระเพาะอาหาร
  • ตรวจการตั้งครรภ์ เพื่อตรวจหาภาวะโลหิตจาง ซึ่งมักพบในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง เป็นการใช้คลื่นเสียงเพื่อหาสิ่งผิดปกติในร่างกายผู้ป่วย
  • เอกซเรย์ช่องท้อง เพื่อตรวจดูอวัยวะภายในช่องท้องผ่านภาพฉายรังสี
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีที สแกน (CT Scan) เพื่อดูภาพฉายรังสีความละเอียดสูงบริเวณอวัยวะและหลอดเลือดภายในช่องท้อง
การรักษาซีด
ในบางครั้ง อาการซีดอาจไม่ใช่สัญญาณการเจ็บป่วยที่รุนแรง แต่หากซีดเกิดจากปัญหาสุขภาพ ควรรักษาตามโรคหรือภาวะที่เป็นสาเหตุ เช่น
  • การขาดสารอาหาร ผู้ป่วยควรรับประทานให้ถูกหลักโภชนาการอย่างสมดุล หรือรับประทานอาหารเสริมตามคำแนะนำของแพทย์
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โฟเลต หรือวิตามิน บี12 ผู้ป่วยอาจต้องรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก โฟเลต หรือวิตามิน บี12
  • โรคประจำตัวอื่น ๆ ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม รับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อยู่เสมอ เพื่อควบคุมไม่ให้อาการกำเริบ และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา
  • การเสียเลือดอย่างเฉียบพลัน หรือมีการอุดตันของเส้นเลือดแดง ผู้ป่วยอาจต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างทันท่วงที
ภาวะแทรกซ้อนของซีด
ภาวะแทรกซ้อนของอาการซีดขึ้นอยู่กับสาเหตุของการป่วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกิดจากโรคโลหิตจางที่ไม่ได้รับการรักษา ทำให้ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมกับอาการซีด เช่น
  • หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต อาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
  • อ่อนเพลียอย่างรุนแรง จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • หัวใจเต้นเร็ว เพราะภาวะโลหิตจางทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้น เพื่อชดเชยออกซิเจนในเลือดที่ขาดไป และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจโตหรือหัวใจวายได้
  • เสียเลือดปริมาณมากอย่างรวดเร็ว และอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
การป้องกันซีด
การป้องกันขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซีด หากซีดเกิดจากการขาดสารอาหาร ผู้ป่วยสามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการอย่างสมดุลอยู่เสมอ หรือหากเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กหรือวิตามิน ก็ป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการสูงและมีวิตามินที่หลากหลาย เช่น
  • ธาตุเหล็ก พบได้ในเนื้อสัตว์ ถั่ว ผักใบสีเขียวเข้ม ธัญพืชและผลไม้แห้ง
  • วิตามิน บี 12 พบได้ในเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ธัญพืช และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • วิตามิน ซี พบไดในผลไม้จำพวกมะนาวและส้ม น้ำผลไม้ บร็อคโคลี่ มะเขือเทศ พริกไทย สตอเบอร์รี่ และเมลอน
  • โฟเลต พบได้ในผลไม้และน้ำผลไม้ ผักใบสีเขียวเข้ม ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วเขียว และผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยธัญพืช เช่น ขนมปัง เมล็ดธัญพืช ข้าวและพาสต้า
ส่วนโรคโลหิตจางบางชนิดอาจไม่สามารถป้องกันได้ ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีหากต้องรับมือกับโรคและการเจ็บป่วยใด ๆ

นอกจากนั้น อาจป้องกันอาการซีดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับความเย็นหรืออากาศเย็นจัด รับแสงแดดในช่วงเวลาและระยะเวลาที่เหมาะสม ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรรับการรักษาอย่างเหมาะสม รับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อยู่เสมอ หมั่นสังเกตอาการป่วยที่เกิดขึ้น และหากพบว่าตนเองมีอาการซีดอย่างเฉียบพลัน หรือมีอาการป่วยอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องและรักษาได้อย่างทันท่วงที






ขอบคุณข้อมูลจาก pobpad.com



ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด่น! วันนี้

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....

เรื่องที่น่าสนใจฮอตฮิตตลอดกาล



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2019

คลิก>> www.imorya.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/Morya24

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan