ค้นหาสิ่งที่สนใจ เช่น PEP ยาคุมฉุกเฉิน >>พิมพ์ข้อความในช่อง ตามด้วยค้นหา

คลิก! แวะชมสินค้า คลิกเลย

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562

ไข้กาฬหลังแอ่น

ไข้กาฬหลังแอ่น

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) คือโรคติดเชื้อที่บริเวณเยื่อหุ้มสมอง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis) ซึ่งเป็นเชื้อที่มีอันตรายสูง เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในทารก เด็ก และวัยรุ่น ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่อันตราย เนื่องจากเป็นโรคที่มีการลุกลามค่อนข้างเร็ว แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ และถึงแม้จะสามารถรักษาได้ ก็เสี่ยงต่อความพิการ หรือเสียชีวิตได้เช่นกัน ไข้กาฬหลังแอ่นที่มักพบได้บ่อยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
  • ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Meningitis) เป็นไข้กาฬหลังแอ่นชนิดที่มีการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง
  • ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดติดเชื้อในกระแสเลือด (Meningococcal Septicemia หรือ Meningococcemia) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด จนทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย และทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้มีอาการเลือดออกที่ผิวหนังและอวัยวะได้
570 Meningococcal diseaseRe
อาการไข้กาฬหลังแอ่น
อาการของไข้กาฬหลังแอ่นค่อนข้างอันตรายและเฉียบพลัน โดยอาการของทั้ง 2 ชนิดค่อนข้างคล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ติดเชื้อ ดังนี้
ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการจะค่อนข้างเฉียบพลันและรุนแรง โดยไข้กาฬหลังแอ่นจะมีระยะเพาะเชื้อประมาณ 4 วัน และอาจเริ่มมีอาการให้เห็นตั้งแต่ประมาณ 2-10 วันหลังจากสัมผัสเชื้อ ทั้งนี้อาการทั่วไปที่สามารถพบในผู้ป่วยกาฬหลังแอ่น ได้แก่
  • ไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะ
  • คอแข็ง
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ตาไวต่อแสงผิดปกติ
  • มีอาการมึนงง
ทว่าในเด็กทารก ผู้ปกครองอาจสังเกตอาการข้างต้นได้ยาก ดังนั้นผู้ปกครองอาจสังเกตได้จากอาการอื่น ๆ เช่น เด็กอาจมีอการเคลื่อนไหวที่ช้า หรือไม่ตอบสนอง หงุดหงิดง่าย อาเจียน หรือกินนมแม่ได้น้อย
ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดติดเชื้อในกระแสเลือด อาการที่สามารถเห็นได้ชัดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นชนิดนี้ ค่อนข้างอันตราย เพราะนอกจากจะมีอาการแสดงให้เห็นภายนอกแล้ว เชื้อแบคทีเรียยังเข้าไปทำงานในหลอดเลือด ทำให้เกิดเลือดออกภายในร่างกายได้ ทั้งนี้อาการที่สามารถสังเกตได้ในเบื้องต้นได้แก่
  • มีไข้
  • อ่อนเพลีย
  • อาเจียน
  • มือและเท้าเย็น มีอาการหนาวสั่น
  • มีอาการปวดอย่างรุนแรงที่กล้ามเนื้อ ข้อต่อ หน้าอก และบริเวณท้อง
  • หายใจหอบ
  • ท้องเสีย
ในรายที่อาการรุนแรงและเข้าสู่ระยะหลัง ๆ ที่ผิวหนังจะมีลักษณะม่วงเข้มเป็นปื้น ๆ ซึ่งเกิดมาจากเลือดออกที่บริเวณผิวหนัง
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการที่ผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เนื่องจากอาการของไข้กาฬหลังแอ่นเกิดขึ้นค่อนข้างเฉียบพลัน หากไม่รีบทำการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น
สาเหตุของไข้กาฬหลังแอ่น
ไข้กาฬหลังแอ่นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis) ซึ่งมีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ได้แก่ A, B, C, W, X และ Y เมื่อเชื้อดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแสดงอาการให้เห็นประมาณ 4 วัน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ โดยทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะ คือมีเชื้อนี้อยู่ในร่างกายแต่ไม่มีอาการ ผ่านการจูบ การกอด และการหายใจ ไอ จามรดกัน หรืออยู่ใกล้ชิดกัน โดยกลุ่มเสี่ยงที่อาจติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนกลุ่มอื่นคือกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้
  • อายุ ทารก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ตอนต้น
  • ที่อยู่อาศัย อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่แออัด
  • มีเงื่อนไขสุขภาพบางอย่าง เช่น ผู้ป่วยไม่มีม้ามในร่างกาย
  • เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ที่มีการแพร่กระจายของเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น
  • ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเชื้อ เช่น ผู้ที่ทำงานกับเชื้อดังกล่าวโดยตรง หรือผู้ที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่นอย่างใกล้ชิด
การวินิจฉัยไข้กาฬหลังแอ่น
หากผู้ป่วยมีอาการไข้สูงอย่างเฉียบพลัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะและคอแข็ง ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที เนื่องจากไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่ต้องรีบทำการรักษา หากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเสียชีวิตได้
ทั้งนี้แพทย์จะเริ่มทำการตรวจด้วยการซักประวัติ เรื่องปัญหาสุขภาพ หรือความเป็นไปได้ที่อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับเชื้อ จากนั้นแพทย์จะทำการสั่งตรวจด้วยการเจาะน้ำไขสันหลัง และนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น ก็จะสามารถพบเชื้อได้ในน้ำไขสันหลัง
นอกจากนี้ แพทย์อาจสั่งเจาะเลือดเพิ่มเติมเพื่อนำมาเพาะเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว เพื่อระบุชนิดของเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis) ที่ก่อให้เกิดโรค และเมื่อแพทย์สามารถสรุปการวินิจฉัยได้แล้วก็จะรีบวางแผนและเริ่มต้นการรักษาทันที
การรักษาไข้กาฬหลังแอ่น
หากผู้ป่วยมีอาการแสดงของไข้กาฬหลังแอ่นที่ค่อนข้างชัดเจน และหากแพทย์มั่นใจว่าผู้ป่วยป่วยด้วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น แพทย์จะให้ผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวภายในโรงพยาบาลทันที และจะรีบทำการรักษาโดยด่วน เนื่องจากหากทำการรักษาล่าช้าอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โดยแพทย์จะทำการรักษาดังนี้
  • ใช้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ เพื่อรักษาการติดเชื้อ และลดความเสี่ยงการเสียชีวิต ยาที่มักใช้ได้แก่ ยาแอมพิซิลิน (Ampicillin) ยาเพนิซิลิน (Penicillin) ยาโคลแรมเฟนิคอล (Chloramphenicol) และเซฟไตรแอโซน (Ceftriaxone) นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ร่วมด้วยโดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันอาการชักจากไข้สูง และการสูญเสียการได้ยินซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของไข้กาฬหลังแอ่น
นอกจากนี้อาจมีการใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่น ๆ เพื่อทำการรักษาอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากไข้กาฬหลังแอ่น ได้แก่
  • การให้ออกซิเจนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
  • การใช้ยาเพื่อลดความดันโลหิต
  • รักษาบาดแผลที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากโรคไข้กาฬหลังแอ่น
ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย หากมีแนวโน้มว่าอาจได้รับเชื้อจากผู้ป่วย แพทย์ก็จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะไประยะหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อตามมาในภายหลัง
ภาวะแทรกซ้อนของไข้กาฬหลังแอ่น
แม้ว่าจะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องพบภาวะแทรกซ้อนจากไข้กาฬหลังแอ่น เนื่องจากโรคนี้มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภาวะแทรกซ้อนที่มักพบได้แก่
  • พิการ แม้จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ แต่เชื้อแบคทีเรียที่จู่โจมสมอง อาจส่งผลกระทบให้เกิดความพิการ เช่น หูหนวก ตาบอด สูญเสียแขนขา สมองและระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย โดยมีผู้ป่วย 11-19 คนจากผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น 100 คนที่เกิดความพิการในระยะยาว
  • เสียชีวิต แม้ว่าจะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแล้ว แต่ก็มีผู้ป่วย 10-15 คนจากผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น 100 คน ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียส่งผลค่อนข้างร้ายแรง หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาทันทีหลังแสดงอาการก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 3 วัน
การป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น
ไข้กาฬหลังแอ่นสามารถป้องกันได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น ก็จะช่วยให้ความเสี่ยงลดลงได้ แต่ถ้าได้รับเชื้อควรรีบมาพบแพทย์ อาจจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ โรคไข้กาฬหลังแอ่นยังสามารถป้องกันได้เบื้องต้นด้วยการฉีดวัคซีน แต่เนื่องจากในประเทศไทย สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดคือสายพันธุ์บี ซึ่งสายพันธุ์นี้ยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้โดยตรง ดังนั้นจึงยังไม่มีการแนะนำให้คนไทยฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น แต่สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคหรือผู้ที่ต้องเดินทางไปในประเทศที่มีการระบุให้ทำการฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นก่อนเดินทางไป แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจิดิส ก่อนเดินทาง สำหรับในประเทศไทย วัคซีนที่ใช้สามารป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นได้ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ A, C, Y และ W-135 ซึ่งวัคซีนจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย ๆ ได้แก่
  • วัคซีนชนิดคอนจูเกต (Conjugated Tetravalent Meningococcal Vaccine)
  • วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccraride Tetravalent Meningococcal Vaccine)
ทั้งนี้เมื่อผู้ป่วยได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องรอประมาณ 7-10 วัน ภูมิคุ้มกันของโรคนี้จึงจะเพิ่มขึ้น โดยสามารถป้องกันได้นาน 3-5 ปี

ขอบคุณที่มา https://www.pobpad.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด่น! วันนี้

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....

เรื่องที่น่าสนใจฮอตฮิตตลอดกาล



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2019

คลิก>> www.imorya.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/Morya24

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan