ค้นหาสิ่งที่สนใจ เช่น PEP ยาคุมฉุกเฉิน >>พิมพ์ข้อความในช่อง ตามด้วยค้นหา

คลิก! แวะชมสินค้า คลิกเลย

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2562

สาเหตุของการไอ จริงๆแล้วคืออะไร ภูมิแพ้ไอ

ไอ (Cough)

          อาการที่ร่างกายมีการตอบสนองและกำจัดสิ่งที่กีดขวางระบบทางเดินหายใจ อย่างมูก เสมหะ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคืองภายในลำคอ อย่างละอองฝุ่นหรือควัน เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอด การไอมี 2 ลักษณะ คือ ไอแห้ง กับไอแบบมีเสมหะ การไอที่เกิดขึ้นทั่วไปและไม่ได้เป็นสัญญาณสำคัญของโรคร้ายแรงใด จะมีอาการดีขึ้นและหายไปภายในเวลาไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ แต่หากมีอาการสำคัญอื่นเกิดขึ้นร่วมกับการไอ ไออย่างรุนแรง ไอจนเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้ออยู่ในลำคอ ไอเป็นเลือด ไออย่างเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานานแล้วไม่ทุเลาลงเกินกว่า 3 สัปดาห์ ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาต่อไป



อาการของการไอ

ไอแห้ง - มีอาการคันและระคายเคืองภายในลำคอ โดยไม่มีเสมหะหรือมูกหนาเกิดขึ้น

ไอแบบมีเสมหะ - มีเสมหะภายในลำคอ ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นเพื่อช่วยกำจัดสารหรือสิ่งสกปรกที่ติดค้างภายในลำคอ

สาเหตุของการไอ

    อาการไอมีสาเหตุมาจากอะไร ?

   อาการไอที่มีระยะเวลาน้อยกว่า 3 สัปดาห์ จะหมายถึงอาการไอชนิดที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือชนิดเฉียบพลัน และอาการไอที่มีระยะเวลาติดต่อกันนานกว่า 8 สัปดาห์ขึ้นไป (4 สัปดาห์สำหรับเด็ก) จะหมายถึงอาการไอที่เกิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหรือชนิดเรื้อรัง

😁สาเหตุของอาการไอที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือชนิดเฉียบพลันที่พบได้บ่อย ได้แก่😁

การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Respiratory Tract infection: URTI) ที่ส่งผลกระทบกับคอ ท่อลม หรือไซนัส เช่น ไข้หวัด กล่องเสียงอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ หรือโรคไอกรน
การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Respiratory Tract Infection: LRTI) ที่ส่งผลกระทบกับปอดหรือทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมอักเสบหรือปอดบวม
ภูมิแพ้ เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือไข้ละอองฟาง (Hay Fever)
อาการไอที่กำเริบจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรังบางโรค เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
การสูดสารที่ก่อการระคายเคือง เช่น ฝุ่นหรือควัน เป็นต้น

สาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่พบได้บ่อย ได้แก่

การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
โรคหืด นอกจากจะทำให้เกิดอาการไอแล้ว ยังทำให้เกิดอาการอื่น ๆ เช่น หายใจมีเสียง แน่นหน้าอก หรือหายใจตื้น
โรคกรดไหลย้อน
การสูบบุหรี่ นอกจากจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคร้ายมากมายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งทำให้เกิดอาการไอได้
โรคหลอดลมโป่งพอง ภาวะที่หลอดลมโป่งกว้างหรือพองออกผิดปกติถาวรจากการอักเสบ
โรคภูมิแพ้ เช่น แพ้ไรฝุ่น แพ้อาหาร หรือแพ้ยาบางชนิด
วัณโรค เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน 3 สัปดาห์ขึ้นไป หรือไอเป็นเลือด และมีไข้ต่ำ ๆ
น้ำมูกไหลลงคอ อาจเกิดจากโรคเยื่อจมูกอักเสบหรือโพรงจมูกอักเสบ
ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต

        นอกจากนั้น อาการไอเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะที่รุนแรง เช่น มะเร็งปอด ภาวะหัวใจวาย โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรือวัณโรค แต่จะเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก

การวินิจฉัยการไอ

       โดยทั่วไปแล้ว อาการไอจะดีขึ้นและหายไปภายในเวลาไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ แต่หากมีอาการสำคัญอื่นเกิดขึ้นร่วมกับการไอ ไออย่างรุนแรง ไอจนเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เจ็บคอ รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้ออยู่ในลำคอ ไอเป็นเลือด หรือไออย่างเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานานแล้วอาการไม่ทุเลาลงเกินกว่า 3 สัปดาห์ ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา ดังต่อไปนี้

       การตรวจเบื้องต้น แพทย์จะซักประวัติทางการแพทย์ ประวัติการป่วย อาการป่วยในปัจจุบัน โรคประจำตัว ประวัติการสูบบุหรี่และการใช้สารเสพติด และสภาพแวดล้อมที่ทำงานหรือที่อยู่อาศัย หลังจากนั้นแพทย์จะตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น ทดสอบการทำงานของปอดด้วยการใช้หูฟัง ฟังเสียงหายใจเข้าและออก หากมีเสียงหวีดแสดงว่าปอดทำงานผิดปกติ หากตรวจพบความผิดปกติเช่นนี้ จะนำไปสู่การส่งตรวจหาโรคในขั้นต่อไป เช่น การเอกซเรย์ช่องอกเพื่อตรวจหาความผิดปกติของปอด การตรวจหาการติดเชื้อจากเสมหะภายในลำคอ เพื่อให้ทราบสาเหตุปัญหาที่ทำให้เกิดอาการไอ และทำการรักษาให้ตรงกับโรคต่อไป

การรักษาอาการไอ

       วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอาการไอ คือ รักษาตามโรคและอาการป่วยที่เป็นสาเหตุของการไอ

    ส่วนอาการไอที่เกิดจากการระคายเคืองต่อสารและเชื้อโรคที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ แม้อาการจะทุเลาลงและหายดีภายในเวลาไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ แต่หากอาการไอรบกวนการใช้ชีวิต มีวิธีที่จะช่วยรักษาและบรรเทาอาการ ได้แก่

👉ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อให้เสมหะไม่ข้นเหนียวและขับออกมาได้ง่าย ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการคอแห้งที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย

👉รับประทานน้ำผึ้ง น้ำชา น้ำขิงร้อน หรือน้ำมะนาว แต่ต้องไม่ให้เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี รับประทานน้ำผึ้ง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโบทูลิซึมในเด็ก ซึ่งเป็นผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเด็ก

👉ใช้น้ำเกลืออุ่น ๆ กลั้วคอเพื่อกำจัดมูกและเสมหะสกปรกที่ติดค้างในลำคอ

👉หลีกเลี่ยงการเผชิญมลภาวะที่เป็นพิษ เช่น ฝุ่น ควัน ควันบุหรี่

👉การใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ ไอแห้ง ใช้กลุ่มยากดอาการไอ (Antitussives) เพื่อบรรเทาอาการไอแห้งที่เกิดขึ้น ส่วนไอแบบมีเสมหะ ใช้กลุ่มยากำจัดเสมหะ (Expectorants) หรือยาขับเสมหะ ซึ่งกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้มูกเหลวและเสมหะมีความเหนียวข้นลดน้อยลง จึงสามารถขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ลดการอุดตันบริเวณลำคอที่ทำให้เกิดอาการไอ และยาขยายหลอดลม (Bronchodilators) ทำให้มีการหดเกร็งตัวของหลอดลมน้อยลง หลอดลมขยายขึ้นทำให้หายใจสะดวกมากยิ่งขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนของการไอ

       อาจเกิดอาการหรือภาวะแทรกซ้อนจากการไอได้ หากไออย่างรุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น อาการเจ็บหน้าอก เจ็บคอ คอบวม ปวดหัว วิงเวียน อ่อนล้า นอนหลับไม่สนิท ไม่สามารถนอนหลับได้ ปัสสาวะเล็ด หรือกระทั่งซี่โครงร้าวซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่มีโอกาสพบได้น้อยมาก หากพบภาวะแทรกซ้อนที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นปัญหา ควรหาทางรักษาและไปพบแพทย์

การป้องกันอาการไอ

     การไอที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคหรืออาการป่วยที่ร้ายแรง จะเป็นการกำจัดสิ่งแปลกปลอมและสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ การป้องกันไม่ให้เกิดการไอจึงทำได้โดย

👉ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ เพื่อรักษาสุขภาพปอดและหัวใจ
👉หลีกเลี่ยงมลภาวะ เช่น ฝุ่นจากการก่อสร้าง ควันบนท้องถนน
👉หากเป็นโรคภูมิแพ้ หรือแพ้ยา แพ้สารใด ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นในชีวิตประจำวัน
👉รับประทานอาหารบำรุงสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง เนื้อสัตว์ เนื้อปลา นม ธัญพืช
👉 อาหารที่มีไขมันต่ำ เพื่อสร้างภูมิต้านทานที่ดี
👉ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ เพื่อสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง





1. มะนาว

          มะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอินทรีย์ มีรสเปรี้ยว ช่วยบรรเทาอาการอักเสบในลำคอได้ โดยในตำรับยาไทยนิยมใช้ทั้งน้ำคั้นจากผลสด ผสมเกลือเล็กน้อย เติมน้ำอุ่นอีกสักหน่อย แล้วจิบแก้ไอ นอกจากนี้ยังมีการใช้ผลมะนาวแห้ง นำไปดอง แล้วจิบน้ำมะนาวดองเป็นยาขับเสมหะแก้ไอ แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน เพราะในมะนาวมีวิตามินซีค่อนข้างสูงนั่นเอง


2. มะขามป้อม

          มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยวของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดี โดยหากต้องการใช้มะขามป้อมแก้ไอก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำมะขามป้อมไปคั้นหรือต้มแล้วนำมาดื่ม หรือจะนำมะขามป้อมไปอมกับเกลือเฉย ๆ ก็ได้ ซึ่งการอมมะขามป้อมนอกจากจะช่วยแก้ไอและละลายเสมหะแล้ว ยังทำให้เราชุ่มคอ และช่วยบำรุงเสียงให้ใส ป้องกันเสียงแห้งอีกด้วยค่ะ   

3. ขิง

          ขิงเป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้อน ในตำรายาไทยใช้เหง้าขิงแก่ทั้งสดและแห้ง เป็นยาขับลม แก้อาเจียน แก้ไอ ขับเสมหะ และขับเหงื่อ โดยใช้เหง้าสดขนาดนิ้วหัวแม่มือต้มกับน้ำหรือใช้ผงขิงแห้งชงน้ำดื่ม

4. มะขาม

          สารสำคัญในมะขามคือ กรดทาร์ทาริก (Tartaric) มีฤทธิ์บรรเทาอาการไอ แก้อักเสบ โดยวิธีใช้ก็เพียงนำฝักแก่ของมะขามเปียกมาจิ้มเกลือรับประทาน หรือนำมะขามเปียกมาต้มกับน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย จะได้ยาขับเสมหะที่มีรสกลมกล่อม ทว่าเนื่องจากมะขามเปียกก็มีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะเดี๋ยวจะถ่ายท้องนะคะ

5. กระเทียม

          กระเทียมเป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้อน ช่วยขยายทางเดินหายใจ ทำให้หายใจสะดวกขึ้น อีกทั้งกระเทียมยังมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบ กระเทียมจึงเป็นสมุนไพรอีกตัวที่ช่วยบรรเทาอาการไอแบบมีเสมหะได้ โดยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไอมากขึ้น แนะนำให้ใช้กระเทียมและขิงสดอย่างละเท่ากัน ตำละเอียดแล้วละลายกับน้ำอ้อยสด เสร็จแล้วคั้นจนได้น้ำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดมาจิบแก้ไอ ขับเสมหะ และทำให้เสมหะแห้ง หรือจะคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาว แล้วเติมเกลือใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้

6. มะเขือเปราะ

          มะเขือเปราะหรือมะเขือแจ้ มีฤทธิ์ช่วยลดไข้ ลดอาการอักเสบ แก้ไอ แก้พิษร้อนในร่างกาย  แถมยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกต่างหาก ถ้ามีติดครัวในบ้านอยู่ก็ลองนำมะเขือเปราะมาจิ้มน้ำพริกกินแก้ไอได้เลยค่ะ


7. พริกไทยดำ

          พริกไทยดำมีความเผ็ดร้อน ช่วยขับลมไล่สิ่งขจัดขัดขวางทางเดินหายใจได้ดีเยี่ยม จึงทำให้จมูกโล่งและหายใจได้คล่องขึ้น แต่สูตรแก้ไอด้วยพริกไทยดำควรมีน้ำผึ้งเป็นตัวช่วยด้วย เนื่องจากน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะชนิดอ่อน ช่วยฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย สูตรนี้จึงเหมาะมากกับคนที่มีอาการไอแบบมีเสมหะและมีน้ำมูก

          วิธีชงก็ไม่ยาก เพียงแค่ผสมพริกไทยดำสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะในน้ำร้อนจัด 1 แก้ว จากนั้นก็เติมน้ำผึ้งแท้ลงไป 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็ปิดฝาแก้วทิ้งไว้ 15 นาที กรองเอากากออกแล้วก็ดื่มทันที อาการไอแบบมีเสมหะก็จะหายไป แต่สูตรนี้ไม่เหมาะกับอาการไอแห้งนะคะ

8. สับปะรด

          สับปะรดจัดเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำที่มีรสหวานอมเปรี้ยว ช่วยเพิ่มความชุ่มคอในคนที่มีอาการไอแห้ง ๆ โดยถ้ามีอาการเจ็บคอร่วมด้วยอาจดื่มน้ำสับปะรดผสมเกลือเล็กน้อย หรือจะกินสับปะะรดเป็นชิ้น ๆ จิ้มเกลือก็ได้เช่นเดียวกัน ทว่าหากยังท้องว่าง ไม่ได้กินอะไร ก็อย่าเพิ่งกินสับปะรดนะคะ เพราะเอนไซม์ในสับปะรดอาจกัดกระเพาะเอาได้ ดังนั้นกินสับปะรดแก้ไอหลังมื้ออาหารจะดีที่สุด ได้ทั้งบรรเทาอาการคอแห้ง ไอแห้ง ๆ อีกทั้งยังได้เอนไซม์ในสับปะรดช่วยย่อยอาหารให้ด้วย 

9. บ๊วย

          ผลบ๊วยเป็นพืชสมุนไพรซึ่งมีกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มการหลั่งน้ำลาย ช่วยบรรเทาอาการไอ เคลือบเยื่อบุทางเดินหายใจ ลดอาการระคายเคือง โดยนำผลบ๊วยมาต้มกับน้ำแล้วจิบเป็นยาแก้ไอ หรือจะอมผลบ๊วยให้ชุ่มคอเพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองที่คอก็ได้เช่นกัน



10. กระเจี๊ยบแดง

          กระเจี๊ยบแดงมีสารอาหารค่อนข้างมาก ทั้งเพกติน วิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระชนิดแอนโทไซยานิน จึงมีสรรพคุณช่วยแก้อักเสบ และเมื่อนำกลีบดอกกระเจี๊ยบแดงมาต้มเป็นน้ำสมุนไพร น้ำกระเจี๊ยบก็จะออกรสเปรี้ยวอมหวาน มีสรรพคุณทำให้ชุ่มคอ ลดอาการระคายเคืองและช่วยบรรเทาอาหารไอได้

11. มะแว้งต้น/มะแว้งเครือ

          มะแว้งต้นหรือมะแว้งเครือ เป็นสมุนไพรที่มีวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และมีสารสำคัญคืออัลคาลอยด์ ชนิดโซลาโซดีน (Solasodine) และโซลานีน (Solanine) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและระบบการหายใจ จึงช่วยบรรเทาอาการไอได้ นอกจากนี้ ในผลมะแว้งต้นและมะแว้งเครือยังมีสารลิกนิน (Lignin) และซาโปนิน (Saponin) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนยาปฏิชีวนะช่วยระงับการอักเสบและละลายเสมหะได้ดี

          โดยการใช้มะแว้งแก้ไอตามตำรับยาแผนโบราณจะใช้ผลมะแว้งสด 5-6 ผล ล้างให้สะอาด นำมาเคี้ยวอมไว้ กลืนเฉพาะน้ำจนหมดรสขมแล้วคายกากทิ้ง หรือจะกลืนทั้งน้ำและเนื้อก็ได้ หรือจะใช้ผลแก่สด 5-10 ผล นำมาโขลกพอแหลก คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อย ๆ เวลาไอ สำหรับเด็กจะใช้น้ำที่คั้นจากผลมะแว้ง เป็นน้ำกระสายยา กวาดคอแก้ไอและขับเสมหะ

12. ดอกดีปลี

            ดอกดีปลีเป็นพืชสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยในระบบทางเดินหายใจให้ทำงานสะดวกขึ้น ลดอาการระคายเคือง แก้ไอได้ โดยใช้ดีปลีประมาณครึ่งผล ตำละเอียด แล้วเติมน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ

13. ชะเอมเทศและอำมฤควาที

          ชะเอมเทศถูกบรรจุไว้ในตำรับยาสามัญประจำบ้านหลายตำรับ และที่สำคัญคือตำรับยาแก้ไออำมฤควาทีที่ใช้ชะเอมเทศจำนวนมากกว่าตัวยาอื่น ๆ โดยตัวยาประกอบด้วยรากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ 7 ส่วน ชะเอมเทศหนัก 43 ส่วน นำส่วนผสมทั้งหมดบดเป็นผง เวลาใช้ให้ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอแก้ไอขับเสมหะ

          ทั้งนี้การใช้ตำรับยาแก้ไอชะเอมเทศและอำมฤควาที ก็มีข้อควรระวังบางประการ เช่น หากใช้มากเกินไปอาจเกิดอาการท้องเสียได้ หรือควรระวังการใช้ยาตำรับนี้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากการบริโภครากชะเอมเทศต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ และเพิ่มความดันโลหิตให้สูงเกินปกติได้

          สมุนไพรทั้ง 13 ชนิดนี้มีฤทธิ์เพียงช่วยบรรเทาอาการไอได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถรักษาถึงต้นเหตุของอาการไอได้ ดังนั้นหากมีไข้ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ก็ควรเข้ารับการรักษาแผนปัจจุบันร่วมด้วย

          นอกจากนี้การรับประทานยาสมุนไพรแก้ไอในแบบสำเร็จรูป ยังควรต้องระมัดระวังในเรื่องของน้ำตาลที่ผสมมากับตัวยา หรือมีปริมาณเกลือแกงผสมอยู่มากเกินไป ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต หรือบุคคลที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลและเกลือในร่างกายก็ควรต้องตรวจสอบฉลากบรรจุภัณฑ์ให้ดีก่อนซื้อยาสมุนไพรมารับประทาน หรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา









ยาน้ำบรรเทาอาการไอ ทางร้านขอแนะนำ



ยาน้ำแก้ไอมะขามป้อม ตรายู-อี คอฟ 120 ซีซี



 

ยาน้ำแก้ไอ ผสมชวนป๋วย120ซีซี





                                       




ยาน้ำแก้ไอ ตรา ไอรยา 60 ซีซี







ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob


ร้องเรียนติชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------





















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด่น! วันนี้

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....

เรื่องที่น่าสนใจฮอตฮิตตลอดกาล



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2019

คลิก>> www.imorya.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/Morya24

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan