ค้นหาสิ่งที่คุณสนใจ..... เช่น PEP ท้องหรือไม่ ยาคุมฉุกเฉิน Amoxicillin

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2562

เจ็บคอ

เจ็บคอ

เจ็บคอ (Sore Throat) เป็นอาการเจ็บ คัน หรือระคายเคืองที่ลำคอ และอาจส่งผลทำให้ยากต่อการกลืนน้ำหรืออาหาร อาการเจ็บคออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คอแห้ง เสียงแหบ ต่อมทอนซิลบวมและแดง มีจุดขาวหรือหนอง และส่วนใหญ่มักจะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน ยกเว้นกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน
เจ็บคอ
สาเหตุของอาการเจ็บคอ
การติดเชื้อไวรัส โดยโรคจากเชื้อไวรัสที่อาจนำมาซึ่งอาการเจ็บคอ มีดังนี้
  • โรคหวัด (Cold) เกิดขึ้นได้จากเชื้อไวรัส Coronaviruses หรือ Rhinoviruses เป็นต้น โดยอาจทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม ปวดศีรษะ ปวดตามเนื้อตัว และมีไข้ร่วมด้วย
  • โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu) เป็นโรคจากเชื้อไวรัส Influenza ที่นอกจากจะมีอาการเจ็บคอแล้วยังอาจมีอาการอื่น ๆ คล้ายโรคไข้หวัดธรรมดา แต่มักมีความรุนแรงกว่า โดยอาการที่จะสังเกตได้ว่าแตกต่างจากโรคไข้หวัดธรรมดาคือ ไข้สูง ปวดตามกล้ามเนื้อหรือร่างกายอย่างรุนแรง และอ่อนเพลียมาก
  • โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส (Mononucleosis) เกิดจากเชื้อไวรัส Epstein-Barr ที่ติดต่อได้ทางน้ำลาย มักทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีไข้
  • โรคหัด ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส (Measles) เป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่าย นอกจากเจ็บคอแล้วยังอาจทำให้เกิดผื่นขึ้นชัดเจนและมีไข้
  • โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) เชื้อไวรัส Varicella เป็นสาเหตุของการติดเชื้อชนิดนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการเจ็บบริเวณผิวหนัง
  • คอตีบเทียม (Croup) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Parainfluenza ที่กล่องเสียง มักพบได้บ่อยในเด็ก โดยจะทำให้มีอาการไอรุนแรงและเสียงดัง
  • ไข้ตาเหลืองตัวเหลือง (Glandular Fever) ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยล้า เป็นไข้ และมีก้อนที่คอ
  • โรคคางทูม (Mumps) เป็นการติดเชื้อจากไวรัส Mumps ส่งผลให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลาย ปวดกล้ามเนื้อ ไม่อยากอาหารและมีอาการเจ็บคอขณะกลืนได้
  • โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัส Coxsackie A มักเกิดในเด็ก โดยทำให้มีอาการเจ็บและอักเสบที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และภายในปาก รวมถึงมีอาการเจ็บคอ
  • การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในระยะแรกอาจมีอาการเจ็บคอและอาการอื่น ๆ คล้ายหวัด บางรายมีอาการเรื้อรังหรือกลับมาเจ็บคออีกครั้งเนื่องจากการติดเชื้อทุติยภูมิ เช่น การติดเชื้อราช่องปาก (Oral Thrush) และโรคติดเชื้อไซโตเมกะโลไวรัส (Cytomegalovirus Infection) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่อันตรายต่อผู้ที่มีระบบภูมิคู้มกันอ่อนแอ
การติดเชื้อแบคทีเรีย อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียอาจบ่งบอกถึงโรคต่าง ๆ ได้ดังนี้
  • โรคคออักเสบ (Streptococcal Pharyngitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcuspyogenes บริเวณลำคอ มักรุนแรงกว่าอาการเจ็บคอโดยทั่วไป เป็นอาการเจ็บคอร่วมกับรู้สึกมีก้อนที่คอ กลืนลำบาก และต่อมทอนซิลอักเสบ และยังอาจนำไปสู่อาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคไข้รูมาติก เป็นต้น
  • โรคคอตีบ (Diphtheria) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียอย่างรุนแรงที่จะส่งผลกระทบต่อเยื่อเมือกของลำคอและจมูก มักมีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต เหนื่อยล้า และปรากฏเป็นแผ่นหนาสีเทาด้านหลังลำคอ ทำให้หายใจลำบาก
  • โรคไอกรน (Whooping Cough) ส่งผลต่อเยื่อเมือกในระบบทางเดินหายใจ อาการแรกเริ่มของโรคนี้มักคล้ายไข้หวัด แต่จะไอมาก ไอเป็นชุด และมีเสียงวี้ดแหลมขณะหายใจหรือหายใจลำบาก
  • ฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscessแม้จะพบได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยจะส่งผลให้มีอาการเจ็บที่หลังคอเนื่องจากการสะสมของหนอง และในรายที่อาการรุนแรง อาจทำให้อ้าปากหรือกลืนลำบาก
  • ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ (Epiglottitis) อาการเจ็บคอจากโรคนี้พบได้ไม่มาก แต่หากเป็นรุนแรงจะสามารถส่งผลให้เสียงแหบ บางครั้งหายใจลำบากและกลืนอาหารลำบากร่วมได้
  • ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitisเกิดเป็นจ้ำสีแดงหรือขาวและบวมที่บริเวณต่อมทอนซิล มีก้อนที่ลำคอ กลืนลำบาก อาจมีไข้ เสียงเปลี่ยน หรือมีกลิ่นปาก
  • หนองบริเวณโพรงข้างคอหอย (Retropharyngeal Abscess) เกิดจากการติดเชื้อและอาจมีอาการเป็นไข้ ลำคอส่วนบนบวม กลืนแล้วเจ็บ เป็นต้น
อาการเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
  • การเผชิญสารก่อภูมิแพ้ เชื้อรา รังแคสัตว์ เกสรดอกไม้ หรือสิ่งระคายเคืองก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำมูกที่หลังจมูกได้ เมื่อน้ำมูกที่หลังคอสะสมจนมากเกินไปจึงทำให้เกิดการระคายเคืองต่อคอ ทำให้เจ็บและพุพองอักเสบ
  • อากาศแห้ง การเสียดสีและเจ็บระคายเคืองในลำคออาจเกิดจากอุณหภูมิที่ไม่ชุ่มชื้น โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน นอกจากนี้ การหายใจทางปากเนื่องจากคัดจมูกก็ทำให้คอแห้งและเกิดอาการเจ็บได้
  • การได้รับสารก่อความระคายเคือง เช่น มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ หรือสารเคมีต่าง ๆ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บเรื้อรังที่คอได้เช่นกัน
  • พฤติกรรมการรับประทานบางอย่าง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารเผ็ด หรือแม้แต่การเคี้ยวยาสูบก็อาจก่อความระคายเคืองและอักเสบที่คอ
  • การใช้เสียงมากเกินไป การตะโกนหรือพูดคุยติดต่อเป็นเวลานานก็อาจทำให้คอตึงจนเจ็บได้
  • โรคกรดไหลย้อน เมื่อกรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก เกิดก้อนบวมในลำคอและทำให้เจ็บคอได้
  • มีก้อนเนื้องอก เนื้องอกที่อาจกลายเป็นมะเร็งที่คอ ลิ้น หรือกล่องเสียงสามารถทำให้เจ็บคอ เสียงแหบ มีก้อนในคอ กลืนลำบาก มีเลือดในน้ำลายหรือเสมหะ หรือหายใจเสียงดังได้
การวินิจฉัยอาการเจ็บคอ
ในการตรวจเบื้องต้น แพทย์จะซักถามอาการและใช้ไฟฉายส่องดูลำคอ รวมถึงหูและโพรงจมูกเพื่อตรวจหาสัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงอาการคออักเสบ เช่น แผลอักเสบหรือจ้ำขาว ๆ นอกจากนี้แพทย์อาจสัมผัสที่คอว่ามีก้อนที่คอหรือไม่ รวมถึงตรวจฟังเสียงการหายใจผู้ป่วยด้วยหูฟังหรือเครื่องสเตโทสโคป (Stethoscope)
ขั้นต่อไปอาจเป็นการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการเก็บตัวอย่างเชื้อจากลำคอเพื่อส่งตรวจหาการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรียในลำคอ แพทย์จะใช้ก้านสำลีทำความสะอาดเช็ดบริเวณหลังคอ และนำส่งตรวจผลทางห้องปฏิบัติการทันทีเพื่อตรวจหาเชื้อที่สงสัย และส่งตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
กรณีที่สงสัยภาวะภูมิแพ้ แพทย์อาจส่งต่อไปวินิจฉัยกับผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เพื่อตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ที่อาจเป็นต้นเหตุอาการเจ็บคอ หรือแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูกซึ่งจะใช้กล้องส่องตรวจดูระบบทางเดินอาหาร และหากเป็นอาการเจ็บคอที่เป็นมานานก็อาจมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจหาเนื้อร้ายร่วมด้วย
การรักษาอาการเจ็บคอ
อาการเจ็บคอจากเชื้อไวรัส
อาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอย่างโรคหวัดมักจะหายไปเองภายใน 5-7 วันโดยไม่ต้องใช้ยารักษา ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการเจ็บคอด้วยการกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ ดื่มน้ำอุ่น อมเกล็ดน้ำแข็ง หรือรับประทานยาเพื่อลดอาการเจ็บและมีไข้ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา เช่น ยาพาราเซตามอล นอกจากนี้ ข้อสำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรระมัดระวังในการใช้ยาบรรเทาปวด ลดไข้ กับทารกและเด็ก และการให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่กำลังฟื้นตัวจากโรคอีสุกอีใสหรือมีอาการคล้ายหวัดรับประทานยาแอสไพริน เพราะอาจทำให้แพ้และเกิดอันตรายร้ายแรงได้
อาการเจ็บคอจากเชื้อแบคทีเรีย
กรณีที่มีอาการเจ็บคอนานกว่า 7 วัน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น หายใจลำบาก กลืนลำบาก เจ็บข้อต่อ เจ็บหู ผื่นขึ้น มีไข้สูง เสมหะเป็นเลือด มีก้อนในลำคอ หรือเสียงแหบ ผู้ป่วยควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจรับการรักษา
หากพบว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ เช่น ยากลุ่มเพนิซิลิน (Penicillin) หรืออะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) ซึ่งส่วนใหญ่มักดีขึ้นได้ภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดแม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อแบคทีเรียถูกกำจัดหมด การหยุดยาก่อนกำหนดอาจทำให้ไม่หายดีและมีอาการเจ็บคออีกครั้งได้
นอกจากนี้การใช้ยาปฏิชีวนะ หากไม่ได้รับยาตามปริมาณและเวลาที่แพทย์กำหนด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ อาจแย่ลงและแพร่ไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย และในเด็กยังเสี่ยงต่อการเป็นไข้รูมาติกและเกิดการอักเสบของไตอย่างรุนแรงได้ด้วย
ส่วนผู้ป่วยที่จะใช้ยาสมุนไพรใด ๆ รักษาร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะยาสมุนไพรอาจเกิดปฏิกิริยาต่อยาปฏิชีวนะ และจะเป็นอันตรายต่อเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้
อาการเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
การรักษาอาการเจ็บคอเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ นั้นแตกต่างกันไปตามต้นเหตุหรือโรคที่เป็นอยู่ เช่น ผู้ที่เจ็บคอจากภูมิแพ้ควรเลี่ยงสารที่อาจก่อทำให้แพ้หรือสารก่อความระคายเคืองทั้งหลาย เลี่ยงการสูบหรือสูดดมควันบุหรี่ และใช้ยาต้านฮีสทามีนเพื่อบรรเทาอาการแพ้ ส่วนโรคกรดไหลย้อนที่ตามมาด้วยอาการเจ็บคอ สามารถรักษาที่โรคต้นเหตุโดยรับประทานยายับยั้งการหลั่งกรด อาการเจ็บคอที่เกิดจากเนื้องอกบริเวณลำคอหรือกล่องเสียงควรรักษาด้วยการผ่าตัด การทำเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัด เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อนของอาการเจ็บคอ
อาการเจ็บคอที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียหรือคออักเสบที่ไม่ได้รับการรักษาโดยยาปฏิชีวนะ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายอย่างหูชั้นกลางหรือโพรงจมูกต่อไป
การป้องกันอาการเจ็บคอ
การป้องกันตนเองจากเชื้อโรคและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการเจ็บคอ ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสของที่ใช้ร่วมกันหลายคนหรือบ่อยครั้ง ควรล้างมือบ่อย ๆ เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียสะสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อโรคหวัดหรือโรคอื่น ๆ ได้
  • ไม่ใช้ช้อนรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นหรือดื่มน้ำจากแก้วเดียวกัน เพราะโรคบางโรคสามารถแพร่ผ่านน้ำลายได้ เช่น โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส
  • หลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา และฝุ่น
  • เลี่ยงการรับควันบุหรี่ไม่ว่าจากการสูบเองหรือจากผู้อื่นที่อาจส่งผลระคายเคืองต่อคอจนมีอาการเจ็บ และยังเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้องอกบริเวณลำคอได้
  • รักษาความชื้นในบ้านไม่ให้อากาศแห้ง และดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ให้คอแห้ง

เจ็บคอ (Sore Throat) เป็นอาการเจ็บ คัน หรือระคายเคืองที่ลำคอ และอาจส่งผลทำให้ยากต่อการกลืนน้ำหรืออาหาร อาการเจ็บคออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คอแห้ง เสียงแหบ ต่อมทอนซิลบวมและแดง มีจุดขาวหรือหนอง และส่วนใหญ่มักจะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน ยกเว้นกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน
เจ็บคอ
สาเหตุของอาการเจ็บคอ
การติดเชื้อไวรัส โดยโรคจากเชื้อไวรัสที่อาจนำมาซึ่งอาการเจ็บคอ มีดังนี้
  • โรคหวัด (Cold) เกิดขึ้นได้จากเชื้อไวรัส Coronaviruses หรือ Rhinoviruses เป็นต้น โดยอาจทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม ปวดศีรษะ ปวดตามเนื้อตัว และมีไข้ร่วมด้วย
  • โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu) เป็นโรคจากเชื้อไวรัส Influenza ที่นอกจากจะมีอาการเจ็บคอแล้วยังอาจมีอาการอื่น ๆ คล้ายโรคไข้หวัดธรรมดา แต่มักมีความรุนแรงกว่า โดยอาการที่จะสังเกตได้ว่าแตกต่างจากโรคไข้หวัดธรรมดาคือ ไข้สูง ปวดตามกล้ามเนื้อหรือร่างกายอย่างรุนแรง และอ่อนเพลียมาก
  • โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส (Mononucleosis) เกิดจากเชื้อไวรัส Epstein-Barr ที่ติดต่อได้ทางน้ำลาย มักทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีไข้
  • โรคหัด ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส (Measles) เป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่าย นอกจากเจ็บคอแล้วยังอาจทำให้เกิดผื่นขึ้นชัดเจนและมีไข้
  • โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) เชื้อไวรัส Varicella เป็นสาเหตุของการติดเชื้อชนิดนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการเจ็บบริเวณผิวหนัง
  • คอตีบเทียม (Croup) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Parainfluenza ที่กล่องเสียง มักพบได้บ่อยในเด็ก โดยจะทำให้มีอาการไอรุนแรงและเสียงดัง
  • ไข้ตาเหลืองตัวเหลือง (Glandular Fever) ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยล้า เป็นไข้ และมีก้อนที่คอ
  • โรคคางทูม (Mumps) เป็นการติดเชื้อจากไวรัส Mumps ส่งผลให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลาย ปวดกล้ามเนื้อ ไม่อยากอาหารและมีอาการเจ็บคอขณะกลืนได้
  • โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัส Coxsackie A มักเกิดในเด็ก โดยทำให้มีอาการเจ็บและอักเสบที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และภายในปาก รวมถึงมีอาการเจ็บคอ
  • การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในระยะแรกอาจมีอาการเจ็บคอและอาการอื่น ๆ คล้ายหวัด บางรายมีอาการเรื้อรังหรือกลับมาเจ็บคออีกครั้งเนื่องจากการติดเชื้อทุติยภูมิ เช่น การติดเชื้อราช่องปาก (Oral Thrush) และโรคติดเชื้อไซโตเมกะโลไวรัส (Cytomegalovirus Infection) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่อันตรายต่อผู้ที่มีระบบภูมิคู้มกันอ่อนแอ
การติดเชื้อแบคทีเรีย อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียอาจบ่งบอกถึงโรคต่าง ๆ ได้ดังนี้
  • โรคคออักเสบ (Streptococcal Pharyngitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcuspyogenes บริเวณลำคอ มักรุนแรงกว่าอาการเจ็บคอโดยทั่วไป เป็นอาการเจ็บคอร่วมกับรู้สึกมีก้อนที่คอ กลืนลำบาก และต่อมทอนซิลอักเสบ และยังอาจนำไปสู่อาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคไข้รูมาติก เป็นต้น
  • โรคคอตีบ (Diphtheria) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียอย่างรุนแรงที่จะส่งผลกระทบต่อเยื่อเมือกของลำคอและจมูก มักมีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต เหนื่อยล้า และปรากฏเป็นแผ่นหนาสีเทาด้านหลังลำคอ ทำให้หายใจลำบาก
  • โรคไอกรน (Whooping Cough) ส่งผลต่อเยื่อเมือกในระบบทางเดินหายใจ อาการแรกเริ่มของโรคนี้มักคล้ายไข้หวัด แต่จะไอมาก ไอเป็นชุด และมีเสียงวี้ดแหลมขณะหายใจหรือหายใจลำบาก
  • ฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscessแม้จะพบได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยจะส่งผลให้มีอาการเจ็บที่หลังคอเนื่องจากการสะสมของหนอง และในรายที่อาการรุนแรง อาจทำให้อ้าปากหรือกลืนลำบาก
  • ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ (Epiglottitis) อาการเจ็บคอจากโรคนี้พบได้ไม่มาก แต่หากเป็นรุนแรงจะสามารถส่งผลให้เสียงแหบ บางครั้งหายใจลำบากและกลืนอาหารลำบากร่วมได้
  • ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitisเกิดเป็นจ้ำสีแดงหรือขาวและบวมที่บริเวณต่อมทอนซิล มีก้อนที่ลำคอ กลืนลำบาก อาจมีไข้ เสียงเปลี่ยน หรือมีกลิ่นปาก
  • หนองบริเวณโพรงข้างคอหอย (Retropharyngeal Abscess) เกิดจากการติดเชื้อและอาจมีอาการเป็นไข้ ลำคอส่วนบนบวม กลืนแล้วเจ็บ เป็นต้น
อาการเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
  • การเผชิญสารก่อภูมิแพ้ เชื้อรา รังแคสัตว์ เกสรดอกไม้ หรือสิ่งระคายเคืองก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำมูกที่หลังจมูกได้ เมื่อน้ำมูกที่หลังคอสะสมจนมากเกินไปจึงทำให้เกิดการระคายเคืองต่อคอ ทำให้เจ็บและพุพองอักเสบ
  • อากาศแห้ง การเสียดสีและเจ็บระคายเคืองในลำคออาจเกิดจากอุณหภูมิที่ไม่ชุ่มชื้น โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน นอกจากนี้ การหายใจทางปากเนื่องจากคัดจมูกก็ทำให้คอแห้งและเกิดอาการเจ็บได้
  • การได้รับสารก่อความระคายเคือง เช่น มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ หรือสารเคมีต่าง ๆ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บเรื้อรังที่คอได้เช่นกัน
  • พฤติกรรมการรับประทานบางอย่าง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารเผ็ด หรือแม้แต่การเคี้ยวยาสูบก็อาจก่อความระคายเคืองและอักเสบที่คอ
  • การใช้เสียงมากเกินไป การตะโกนหรือพูดคุยติดต่อเป็นเวลานานก็อาจทำให้คอตึงจนเจ็บได้
  • โรคกรดไหลย้อน เมื่อกรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก เกิดก้อนบวมในลำคอและทำให้เจ็บคอได้
  • มีก้อนเนื้องอก เนื้องอกที่อาจกลายเป็นมะเร็งที่คอ ลิ้น หรือกล่องเสียงสามารถทำให้เจ็บคอ เสียงแหบ มีก้อนในคอ กลืนลำบาก มีเลือดในน้ำลายหรือเสมหะ หรือหายใจเสียงดังได้
การวินิจฉัยอาการเจ็บคอ
ในการตรวจเบื้องต้น แพทย์จะซักถามอาการและใช้ไฟฉายส่องดูลำคอ รวมถึงหูและโพรงจมูกเพื่อตรวจหาสัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงอาการคออักเสบ เช่น แผลอักเสบหรือจ้ำขาว ๆ นอกจากนี้แพทย์อาจสัมผัสที่คอว่ามีก้อนที่คอหรือไม่ รวมถึงตรวจฟังเสียงการหายใจผู้ป่วยด้วยหูฟังหรือเครื่องสเตโทสโคป (Stethoscope)
ขั้นต่อไปอาจเป็นการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการเก็บตัวอย่างเชื้อจากลำคอเพื่อส่งตรวจหาการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรียในลำคอ แพทย์จะใช้ก้านสำลีทำความสะอาดเช็ดบริเวณหลังคอ และนำส่งตรวจผลทางห้องปฏิบัติการทันทีเพื่อตรวจหาเชื้อที่สงสัย และส่งตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
กรณีที่สงสัยภาวะภูมิแพ้ แพทย์อาจส่งต่อไปวินิจฉัยกับผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เพื่อตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ที่อาจเป็นต้นเหตุอาการเจ็บคอ หรือแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูกซึ่งจะใช้กล้องส่องตรวจดูระบบทางเดินอาหาร และหากเป็นอาการเจ็บคอที่เป็นมานานก็อาจมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจหาเนื้อร้ายร่วมด้วย
การรักษาอาการเจ็บคอ
อาการเจ็บคอจากเชื้อไวรัส
อาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอย่างโรคหวัดมักจะหายไปเองภายใน 5-7 วันโดยไม่ต้องใช้ยารักษา ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการเจ็บคอด้วยการกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ ดื่มน้ำอุ่น อมเกล็ดน้ำแข็ง หรือรับประทานยาเพื่อลดอาการเจ็บและมีไข้ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา เช่น ยาพาราเซตามอล นอกจากนี้ ข้อสำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรระมัดระวังในการใช้ยาบรรเทาปวด ลดไข้ กับทารกและเด็ก และการให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่กำลังฟื้นตัวจากโรคอีสุกอีใสหรือมีอาการคล้ายหวัดรับประทานยาแอสไพริน เพราะอาจทำให้แพ้และเกิดอันตรายร้ายแรงได้
อาการเจ็บคอจากเชื้อแบคทีเรีย
กรณีที่มีอาการเจ็บคอนานกว่า 7 วัน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น หายใจลำบาก กลืนลำบาก เจ็บข้อต่อ เจ็บหู ผื่นขึ้น มีไข้สูง เสมหะเป็นเลือด มีก้อนในลำคอ หรือเสียงแหบ ผู้ป่วยควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจรับการรักษา
หากพบว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ เช่น ยากลุ่มเพนิซิลิน (Penicillin) หรืออะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) ซึ่งส่วนใหญ่มักดีขึ้นได้ภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดแม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อแบคทีเรียถูกกำจัดหมด การหยุดยาก่อนกำหนดอาจทำให้ไม่หายดีและมีอาการเจ็บคออีกครั้งได้
นอกจากนี้การใช้ยาปฏิชีวนะ หากไม่ได้รับยาตามปริมาณและเวลาที่แพทย์กำหนด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ อาจแย่ลงและแพร่ไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย และในเด็กยังเสี่ยงต่อการเป็นไข้รูมาติกและเกิดการอักเสบของไตอย่างรุนแรงได้ด้วย
ส่วนผู้ป่วยที่จะใช้ยาสมุนไพรใด ๆ รักษาร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะยาสมุนไพรอาจเกิดปฏิกิริยาต่อยาปฏิชีวนะ และจะเป็นอันตรายต่อเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้
อาการเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
การรักษาอาการเจ็บคอเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ นั้นแตกต่างกันไปตามต้นเหตุหรือโรคที่เป็นอยู่ เช่น ผู้ที่เจ็บคอจากภูมิแพ้ควรเลี่ยงสารที่อาจก่อทำให้แพ้หรือสารก่อความระคายเคืองทั้งหลาย เลี่ยงการสูบหรือสูดดมควันบุหรี่ และใช้ยาต้านฮีสทามีนเพื่อบรรเทาอาการแพ้ ส่วนโรคกรดไหลย้อนที่ตามมาด้วยอาการเจ็บคอ สามารถรักษาที่โรคต้นเหตุโดยรับประทานยายับยั้งการหลั่งกรด อาการเจ็บคอที่เกิดจากเนื้องอกบริเวณลำคอหรือกล่องเสียงควรรักษาด้วยการผ่าตัด การทำเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัด เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อนของอาการเจ็บคอ
อาการเจ็บคอที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียหรือคออักเสบที่ไม่ได้รับการรักษาโดยยาปฏิชีวนะ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายอย่างหูชั้นกลางหรือโพรงจมูกต่อไป
การป้องกันอาการเจ็บคอ
การป้องกันตนเองจากเชื้อโรคและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการเจ็บคอ ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสของที่ใช้ร่วมกันหลายคนหรือบ่อยครั้ง ควรล้างมือบ่อย ๆ เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียสะสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อโรคหวัดหรือโรคอื่น ๆ ได้
  • ไม่ใช้ช้อนรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นหรือดื่มน้ำจากแก้วเดียวกัน เพราะโรคบางโรคสามารถแพร่ผ่านน้ำลายได้ เช่น โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส
  • หลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา และฝุ่น
  • เลี่ยงการรับควันบุหรี่ไม่ว่าจากการสูบเองหรือจากผู้อื่นที่อาจส่งผลระคายเคืองต่อคอจนมีอาการเจ็บ และยังเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้องอกบริเวณลำคอได้
  • รักษาความชื้นในบ้านไม่ให้อากาศแห้ง และดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ให้คอแห้ง

ขอบคุณที่มา https://www.pobpad.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2019

คลิก>> www.imorya.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/Morya24

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan