ค้นหาสิ่งที่คุณสนใจ..... เช่น PEP ท้องหรือไม่ ยาคุมฉุกเฉิน Amoxicillin

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2562

เซบเดิม

 เซบเดิม

เซบเดิม (Seborrheic Dermatitis) หรือเซบเดิร์ม เป็นโรคการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังที่พบได้บ่อย โดยมากปรากฏในลักษณะผื่นแดง คัน และเป็นสะเก็ดรังแคบนหนังศีรษะ ส่วนตามบริเวณร่างกายเองก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน บริเวณที่เกิดมักเป็นส่วนที่มีความมัน เช่น ใบหน้า หลัง หน้าอก เป็นต้น ทั้งนี้โรคเซบเดิมอาจทำให้สับสนกับโรคสะเก็ดเงิน อีสุกอีใส หรืออาการภูมิแพ้ได้
เซบเดิม
อาการของโรคเซบเดิม
รังแคหรือสะเก็ดหนาบนหนังศีรษะถือเป็นเซบเดิมชนิดหนึ่ง โดยในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมักจะมีเกล็ดสีเหลืองหรือน้ำตาลบนศีรษะ และมักจะหายไปก่อนอายุครบ 1 ปี แต่อาจกลับไปเป็นได้อีกครั้งในช่วงวัยรุ่น ทั้งนี้โรคเซบเดิมในเด็กอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นผ้าอ้อม
นอกจากบริเวณศีรษะที่พบได้บ่อยแล้ว โรคเซบเดิมยังสามารถเป็นตามผิวหนังบริเวณที่มีความมัน เช่น ใบหน้า โดยเฉพาะบนเปลือกตา รอบ ๆ จมูก รวมถึงบริเวณลำตัว ได้แก่ ข้อพับแขนขา กลางหน้าอก รอบสะดือ สะโพก และขาหนีบ โดยอาจสังเกตได้จากอาการต่อไปนี้
  • ผิวหนังตกสะเก็ดเป็นรังแคบนหนังศีรษะ หรือบริเวณที่มีเส้นผม คิ้ว หรือ หนวดเครา
  • ผิวมันเป็นแผ่น ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีขาวหรือเหลือง หรือมีสะเก็ดแข็งบนหนังศีรษะ ใบหู ใบหน้า หน้าอก รักแร้ ถุงอัณฑะ หรือตามร่างกายส่วนอื่น ๆ
  • มีอาการคัน แดง ผิวหนังลอกเป็นขุยสีขาวหรือสีเหลือง และผิวดูมัน
  • เปลือกตาอักเสบ มีอาการแดงหรือมีสะเก็ดแข็งติด
  • อาจมีอาการปวดหรือคันร่วมด้วย
กรณีที่อาการของโรครบกวนการนอนหลับพักผ่อนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกกังวลและอับอาย พยายามรักษาด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษา
สาเหตุของโรคเซบเดิม
ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของโรคนี้ได้อย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่
  • พันธุกรรม
  • ความเครียด
  • เชื้อราที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง
  • สภาพอากาศที่เย็นและแห้ง
  • ภาวะแทรกซ้อนจากโรคบางชนิด รวมทั้งการใช้ยารักษาโรค
อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการเกิดเซบเดิมไม่ได้มาจากการไม่รักษาความสะอาดหรืออาการภูมิแพ้แต่อย่างใด โดยมีโอกาสเกิดกับทารกแรกเกิดและผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 30-60 ปีได้มากกว่าวัยอื่น ๆ และยังพบในเพศชายได้บ่อยกว่าเพศหญิง รวมถึงผู้ที่มีผิวมัน นอกจากนี้การเจ็บป่วยจากโรคหรือภาวะใด ๆ ต่อไปนี้ก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเซบเดิม
  • โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและโรคทางจิต เช่น โรคพาร์กินสัน และภาวะซึมเศร้า
  • ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอลง เช่น ผู้ที่รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี โรคตับอ่อนอักเสบ พิษสุราเรื้อรัง และมะเร็งบางชนิด
  • โรคเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน เช่น เบาหวาน
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคการกินผิดปกติ
  • โรคลมชัก
  • โรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย
  • โรคสะเก็ดเงิน
  • สิว
  • ยารักษาโรคบางชนิด
  • การเกา ครูดข่วน หรือการได้รับบาดเจ็บของผิวหน้า
  • ติดสุรา
การวินิจฉัยโรคเซบเดิม
แพทย์จะตรวจดูลักษณะของผิวหนังบริเวณที่ได้รับผลกระทบ จากนั้นอาจขูดเอาตัวอย่างเซลล์ผิวบริเวณดังกล่าวส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากโรคชนิดอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกันได้ เช่น
  • โรคสะเก็ดเงิน มักทำให้เกิดรังแคและผิวหนังแดง ปกคลุมด้วยสะเก็ดเล็ก ๆ แต่โรคนี้จะทำให้เกิดสะเก็ดมากกว่า โดยมีสีขาวออกเงิน
  • โรคผื่นผิวหนังอักเสบ โรคที่จะทำให้เกิดอาการคันและอักเสบของผิวหนัง มักเกิดบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา หรือที่ด้านหน้าลำคอ
  • โรคโรซาเซีย โรคผิวหนังอักเสบที่โดยมากจะเกิดขึ้นบนใบหน้า และปรากฏเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ
การรักษาโรคเซบเดิม
เซบเดิมเป็นโรคที่บางครั้งอาจหายไปได้เอง แต่บางครั้งเมื่อเป็นก็คงอยู่ได้ยาวนานเป็นเวลาหลายปี ผู้ที่เป็นเซบเดิมอาจเริ่มจากการลองรักษาด้วยตนเอง เช่น การดูแลผิวพรรณหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการหรือหาซื้อยาตามร้านขายยา ซึ่งก็อาจต้องทดลองใช้หลากหลายผลิตภัณฑ์จึงจะเห็นผลดีขึ้น ทั้งนี้ประสิทธิภาพของครีม แชมพู โลชั่น หรือยาแต่ละชนิดยังขึ้นอยู่กับประเภทของผิว ความรุนแรงของอาการ และผิวหนังบริเวณที่เกิดความผิดปกติ และแม้จะรักษาจนหายดีแล้วก็มีโอกาสกลับไปเป็นอีกครั้งได้เช่นกัน
การรักษาด้วยตนเอง
เซบเดิมที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะนั้นสามารถรักษาด้วยตนเอง โดยใช้แชมพูขจัดรังแคที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปที่ประกอบด้วยตัวยาต่อไปนี้
  • กรดซาลิซิลิก (Salicylic acid) ใช้เป็นประจำทุกวัน
  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้งสลับกับแชมพูที่ใช้ทุกวันเป็นประจำ
  • เซเลเนียม ซัลไฟด์ (Selenium Sulfide) ใช้เป็นประจำทุกวัน
  • ซิงก์ ไพริไธออน (Zinc Pyrithione) ใช้เป็นประจำทุกวัน
  • โคล ทาร์ (Coal tar)
ทั้งนี้หากเคยใช้แชมพูตัวยาใด ๆ ข้างต้นได้ผลแต่พบว่าประสิทธิภาพค่อย ๆ ลดลง ให้เปลี่ยนใช้สลับกันกับอีกชนิด และควรหมักไว้ตามเวลาที่ฉลากแนะนำเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ นอกจากนี้ยังอาจใช้แชมพูถูเบา ๆ ที่ใบหน้า หูและหน้าอก ก่อนล้างออกด้วยน้ำเปล่า หากเป็นเซบเดิมบริเวณเหล่านี้
สำหรับทารกที่มีไขหรือสะเก็ดบนหนังศีรษะ พ่อแม่อาจสระผมให้ทุกวันด้วยแชมพูที่อ่อนโยนสำหรับเด็กและน้ำอุ่น หากไม่ได้ผลควรปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับแชมพูที่ใช้รักษา ไม่ควรหามาทดลองใช้เอง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อศีรษะของทารกได้ ส่วนแผ่นสะเก็ดรังแคนั้นสามารถทำให้นุ่มลงด้วยการใช้น้ำมันมะกอกถูแล้วหวีด้วยแปรงเพื่อให้สะเก็ดรังแคหลุดลอกออกมา
เซบเดิมที่เกิดขึ้นบริเวณอื่นที่นอกเหนือจากหนังศีรษะ เช่น ใบหน้าหรือผิวหนัง สามารถบรรเทาด้วยการหาซื้อผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อราหรือโลชั่นคอร์ติโคสเตียรอยด์มาลองใช้ รวมทั้งการดูแลตัวเองควบคู่กันไป ดังนี้
  • รักษาความสะอาดบริเวณที่เป็นอยู่เสมอโดยการล้างด้วยสบู่และน้ำเปล่า
  • ล้างทำความสะอาดร่างกายและหนังศีรษะเป็นประจำ
  • ใช้ครีมบำรุงและผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เป็นมากขึ้น
  • ทาครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดอ่อน หากไม่ได้ผลให้ลองใช้ครีมต้านเชื้อราคีโตโคนาโซล
  • โกนหนวดเคราให้หมด เนื่องจากหนวดและเคราจะยิ่งทำให้ผิวหนังบริเวณที่เป็นเซบเดิมแย่ลงได้
  • สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อเรียบลื่น เพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • ออกไปรับแสงแดดภายนอก แสงแดดจะช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการอักเสบ แต่ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีด้วย
  • เลี่ยงการขีดข่วนหรือเกาที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองและติดเชื้อตามมาได้ หากคันให้ใช้ครีมไฮโดรคอร์ติโซนหรือคาลาไมน์ช่วยระงับอาการชั่วคราว
  • ทำความสะอาดบริเวณเปลือกตาเบา ๆ หากเปลือกตามีลักษณะแดงหรือมีสะเก็ด โดยล้างด้วยแชมพูเด็กแล้วเช็ดสะเก็ดออกด้วยแผ่นสำลี
การรักษาโดยแพทย์
เมื่อรักษาด้วยตนเองแล้วยังไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์และรับการรักษา ซึ่งหากวินิจฉัยว่าเป็นเซบเดิม แพทย์อาจสั่งจ่ายยาหรือแนะนำวิธีรักษาดังต่อไปนี้
  • ครีม แชมพู หรือขี้ผึ้งลดการอักเสบ ได้แก่ตัวยาไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ฟลูโอซิโนโลน (Fluocinolone) หรือเดโซไนด์ (Desonide) ซึ่งเป็นยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ใช้ทาบนหนังศีรษะหรือบริเวณใด ๆ ที่เป็นเซบเดิม ใช้ง่ายและได้ผล แต่หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น ผิวบางลงหรือผิวปรากฏเป็นลายหรือเส้น
  • แชมพูต้านเชื้อราสลับตัวยาที่เข้มข้นกว่า แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แชมพูคีโตนาโซล (Ketoconazole) สลับกับยาคลอเบตาโซล (Clobetasol) สำหรับการรักษาเซบเดิมที่หนังศีรษะ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  • ครีมหรือเจลต้านแบคทีเรีย อาจเป็นยาเมโทรนิดาโซลในรูปแบบของเจลหรือครีมอาจใช้ทาวันละ 1-2 ครั้งจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • ยารับประทานต้านเชื้อรา ยาชนิดรับประทานสำหรับกำจัดเชื้อรา ได้แก่ ยาเทอร์บินาฟีน (Terbinafine) ทั้งนี้มักไม่ค่อยนำมาใช้ เนื่องจากจะสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงตามมา เช่น อาการแพ้ยา และปัญหาต่อตับ เป็นต้น
  • ยาที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนประกอบของยาทาโครลิมัส (Tacrolimus) ซึ่งเป็นกลุ่มยาต้านแคลซินูริน และยาพิเมโครลิมัส (Pimecrolimus) สามารถนำมาใช้รักษาเซบเดิมและมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาประเภทคอร์ติโครอยด์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่วิธีแรก ๆ ที่แพทย์จะเลือกใช้ เพราะยาเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง และยังมีราคาแพงกว่ายาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดไม่รุนแรง
  • การบำบัดด้วยแสงและยารักษา เป็นการรักษาด้วยยาซอราเลน (Psoralen) ควบคู่กับการฉายแสงบำบัด โดยจะได้รับยาซอราเลนชนิดรับประทานหรือทาลงบนผิวหนังที่เป็น แล้วใช้แสงอัลตราไวโอเลตฉาย แต่การรักษาวิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่มีผมหนา
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเซบเดิม
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากโรคเซบเดิมนั้นมีน้อยมาก ส่วนใหญ่มักเกิดจากการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนหรือการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี โรคเซบเดิมที่เกิดบริเวณใบหน้าหรือหนังศีรษะอาจคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อราผิวหนังบางชนิด ซึ่งหากรักษาโดยใช้ยาลดการอักเสบหรือสเตียรอยด์ชนิดใช้ภายนอกซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้มีอาการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การใช้ยานี้ในปริมาณมาก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและรักแร้ยังสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ และทำให้ผิวบางลงได้
การป้องกันโรคเซบเดิม
โรคเซบเดิมไม่อาจป้องกันการเกิดของโรคได้ แต่มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้ด้วยการทำตามข้อปฏิบัติต่อไปนี้ หลังจากอาการของโรคหายดีแล้ว
  • เซบเดิมบนหนังศีรษะ การป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกสามารถใช้แชมพูต้านเชื้อรา เช่น แชมพูคีโตนาโซล (Ketoconazole) ทุก 1-2 สัปดาห์ หมักทิ้งไว้บนศีรษะ 5 นาทีก่อนจะล้างออก
  • เซบเดิมตามร่างกาย ควรหมั่นทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำเปล่าเป็นประจำทุกวันเพื่อไม่ให้เกิดคราบมันบนผิวหนังที่เป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดเซบเดิม และช่วยลดจำนวนของเชื้อราบนผิวหนัง โดยการดูแลรักษาความสะอาดควบคู่กับการใช้แชมพูต้านเชื้อราเช็ดตามร่างกายและหนังศีรษะแล้วล้างออกทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ อาจช่วยให้โรคเซบเดิมไม่กลับมารบกวนอีก แต่บางรายก็จำเป็นต้องใช้ครีมต้านเชื้อราทุก 1-2 สัปดาห์บริเวณผิวหนังที่เกิดเซบเดิมขึ้นครั้งก่อน ทั้งนี้สามารถพูดคุยสอบถามแพทย์ถึงวิธีการป้องกันที่เหมาะสมกับตนเอง


ขอบคุณที่มา https://www.pobpad.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2019

คลิก>> www.imorya.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/Morya24

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan