ค้นหาสิ่งที่คุณสนใจ..... เช่น PEP ท้องหรือไม่ ยาคุมฉุกเฉิน Amoxicillin

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2562

รักษาเล็บ เชื้อราที่เล็บด้วยสมุนไพร



เชื้อราที่เล็บ (Fungal Nail Infection)

        เป็นโรคที่พบเห็นได้ทั่วไปและติดต่อได้ผ่านการสัมผัส เกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เล็บ โดยสามารถเกิดได้ทั้งในเล็บมือและเล็บเท้า แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่เล็บเท้า เนื่องจากความอบอุ่นและความชื้นจากการใส่รองเท้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เชื้อราก่อตัวขึ้น อีกทั้งบริเวณนิ้วเท้ามีการหมุนเวียนของเลือดน้อยกว่าบริเวณนิ้วมือ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เดินทางมากับเลือดตรวจจับและกำจัดเชื้อโรคได้ยาก อาการบ่งชี้ในขั้นแรก คือพบจุดสีขาวหรือสีเหลืองบริเวณปลายเล็บ และหากเชื้อราเริ่มขยายตัว อาจทำให้เล็บหนาขึ้น เล็บเปลี่ยนสี เกิดขุยหนาใต้เล็บ เล็บแยกตัวออกจากฐานเล็บ ซึ่งอาจสังเกตเห็นเป็นโพรงหรือช่องว่างใต้เล็บ



อาการของเชื้อราที่เล็บ

       ในระยะแรก อาจไม่สามารถสังเกตได้ถึงอาการป่วยหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเล็บ ทั้งนี้ ความผิดปกติจะเริ่มแสดงออกมาเมื่อเชื้อราเริ่มขยายตัว โดยเกิดจากขอบเล็บแล้วค่อย ๆ ขยายไปยังกลางเล็บ ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่เล็บมือหรือเล็บเท้า และมักมีเล็บที่ติดเชื้อราประมาณ 1-3 เล็บ โดยผู้ป่วยเชื้อราในเล็บมักจะมีอาการดังนี้

1. เล็บเปลี่ยนสี เล็บของผู้ป่วยอาจเปลี่ยนเป็นสีดำ สีขาว สีเหลือง หรือสีเขียว

2. เล็บหนาขึ้นหรือผิดรูป เล็บของผู้ป่วยอาจมีรูปร่างผิดปกติ ซึ่งทำให้ยากต่อการตัดแต่ง

3. มีอาการเจ็บที่เล็บ โดยเฉพาะเมื่อกดลงไปแรง ๆ บริเวณเล็บที่ติดเชื้อรา

4. เล็บเปราะ เล็บที่ติดเชื้อราจะเปราะและแตกหักง่าย

5. คันผิวหนังบริเวณเล็บ ในบางครั้ง ผิวหนังบริเวณเล็บที่ติดเชื้อราอาจเกิดอาการคัน บวม หรือแดง



สาเหตุของเชื้อราที่เล็บ

         เชื้อราคือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแสงแดด มักอาศัยอยู่ในบริเวณที่อุ่นและชื้น ด้วยขนาดที่เล็กมากทำให้มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก และจึงสามารถเข้าไปอาศัยในร่างกายได้ผ่านแผลขนาดเล็กหรือร่องระหว่างเล็บและเนื้อเยื่อรองเล็บ (Nail Bed) เชื้อราบางชนิดมีประโยชน์ แต่บางชนิดก็ก่อโทษแก่ร่างกาย เชื้อรากลุ่มหลักที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราในเล็บได้แก่เชื้อราชนิด Dermatophyte เป็น

      เชื้อราที่เล็บมีโอกาสเกิดกับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย โดยมีปัจจัยหรือพฤติกรรมบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเชื้อราที่เล็บได้ ดังนี้

1. ไม่รักษาความสะอาดของเท้า หรือเดินเท้าเปล่าในพื้นที่สาธารณะซึ่งชื้นหรือมีน้ำท่วมขัง เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ เป็นต้น
2. สวมรองเท้าที่คับหรืออับชื้น
3. มีแผลบริเวณเล็บนิ้วมือ เล็บนิ้วเท้า
4. ล้างมือบ่อย หรือต้องทำงานที่ทำให้มือชื้นตลอดเวลา เช่น ทำอาหาร ทำความสะอาด เป็นต้น
5. เชื้อราในเล็บเท้าอาจติดต่อไปยังเล็บมือได้ หากผู้ป่วยใช้มือเกาหรือสัมผัสกับเท้าบริเวณที่เป็นโรค
6. เป็นโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเกิดจากเชื้อราบนผิวหนังบริเวณนิ้วเท้า โดยเชื้อราอาจลุกลามจากบริเวณนิ้วเท้ามาที่เล็บเท้าได้ หากผู้ป่วยไม่ได้รักษาโรคน้ำกัดเท้าอย่างทันท่วงที
7. เป็นโรคเฉพาะบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน
8. มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ
9. สูบบุหรี่

การวินิจฉัยเชื้อราที่เล็บ

       เนื่องจากอาการบ่งชี้ถึงโรคเชื้อราที่เล็บ ไม่ว่าจะเป็นเล็บเปลี่ยนสี เล็บผิดรูป เล็บเปราะ หรือคันผิวหนังบริเวณเล็บ อาจมีสาเหตุมาจากโรคทางผิวหนังชนิดอื่น ดังนั้น หากพบว่าเล็บหรือผิวหนังมีความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาทันที โดยแพทย์จะตรวจสอบเล็บที่ผิดปกติ และอาจขูดเศษเนื้อเยื่อใต้เล็บเพื่อนำไปตรวจสอบหาชนิดของเชื้อราเพื่อหาวิธีรักษาต่อไป



การรักษาเชื้อราที่เล็บด้วยตนเอง

👉 รักษาความสะอาดของเล็บและหลีกเลี่ยงการทำให้เล็บอับชื้น
👉 ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดเล็บส่วนที่ติดเชื้อรา

การรักษาเชื้อราที่เล็บโดยแพทย์ แบ่งออกเป็น 3 วิธีหลัก ๆ ได้แก่

💥การใช้ยารับประทานต้านเชื้อรา โดยส่วนใหญ่อาจต้องรับประทานต่อเนื่องหลายเดือน ซึ่งยาต้านเชื้อราอาจส่งผลข้างเคียงทำให้ปวดหัว รู้สึกคัน ความสามารถในการรับรสลดลง ท้องร่วง

💥การใช้ทายาเฉพาะที่ ผู้ป่วยจะได้รับยาทาสำหรับใช้ภายนอก ซึ่งมีหลายชนิดทั้งแบบที่เป็นสารละลายและยาทาเคลือบเล็บ บางชนิดอาจใช้เพียงสัปดาห์ละครั้ง โดยทาลงบนเล็บที่มีเชื้อรา

💥การใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษา

💥การถอดเล็บ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ถอดเล็บ ควบคู่ไปกับการรับประทานยาต้านเชื้อรา

 💥การรักษาทางเลือกใหม่ ในปัจจุบันมีงานวิจัยเพื่อศึกษาวิธีการรรักษาเชื้อราในเล็บวิธีใหม่ เช่น การใช้เลเซอร์ การใช้อัลตร้าซาวด์ แม้ผลลัพธ์ภายหลังการรักษาในเบื้องต้นนั้นเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังไม่มีงานวิจัยใดที่ให้ข้อมูลเพียงพอต่อผลลัพธ์ในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น

      ทั้งนี้ ผู้ป่วยเชื้อราที่เล็บควรตระหนักไว้ว่า การรักษาเชื้อราต้องใช้ระยะเวลานานหลายเดือน และบางครั้งก็ไม่สามารถช่วยให้เชื้อราหายไปทั้งหมดหรือทำให้เล็บที่ผิดปกติกลับมามีลักษณะดังเดิมได้ อีกทั้งเชื้อรายังมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำ ดังนั้น การวินิจฉัยที่ถูกต้องจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจผลลัพธ์ก่อนหยุดรักษา จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการรรักษาเชื้อราที่เล็บ



ภาวะแทรกซ้อนของเชื้อราที่เล็บ

        ผู้ป่วยเชื้อราที่เล็บที่มีอาการรุนแรง แม้จะได้รับการรรักษาจนเชื้อราหมดไปแล้ว แต่มีความเป็นไปได้ที่เล็บอาจไม่กลับมาอยู่ในสภาพปกติ นอกจากนั้น ผู้ป่วยเชื้อราที่เล็บที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งโดยปกติจะการไหลเวียนเลือดและการรับรู้จากเส้นประสาทที่เท้ามักลดลง เชื้อราในเล็บเท้าอาจแพร่กระจายและก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงบริเวณเท้าและอวัยวะอื่นได้ 



การป้องกันเชื้อราที่เล็บ

     โดยทั่วไปสามารถป้องกันการติดเชื้อราที่เล็บได้ จากการลดปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดเชื้อราที่เล็บ ได้แก่

💢รักษามือและเท้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการทำให้อับชื้น

💢หลีกเลี่ยงการเดินด้วยเท้าเปล่าในสถานที่สาธารณะบนพื้นที่ชื้นหรือมีน้ำขัง เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ เป็นต้น

💢สวมใส่รองเท้าที่ไม่คับจนเกินไปและไม่ใส่รองเท้าที่อาจมีการสะสมของเชื้อรา

💢สวมรองเท้าและถุงเท้าจากวัสดุธรรมชาติ เพราะจะช่วยให้ระบายอากาศบริเวณเท้าได้ดีขึ้น

💢ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้กรรไกรตัดเล็บร่วมกับผู้อื่น

💢ใช้ผ้าเช็ดตัวและถุงเท้าที่สะอาด หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวและถุงเท้าร่วมกับผู้อื่น

💢หากเป็นโรคน้ำกัดเท้า ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา และป้องกันเชื้อราลุกลาม


สมุนไพรในครัวแก้เล็บมีปัญหา

          ปัญหาของเล็บอาจเนื่องมาจากแบคทีเรีย และเชื้อราจำพวกกลากหรือแคนดิดา (Candida) หรือเกิดจากกิจวัตรประจำวันของเรา อย่างเช่น แคะ แกะ เกา ซักผ้าด้วยมือ ล้างจาน สวมถุงมือ สวมรองเท้าที่คับเกินไป โดนหนีบ หรือโดนกระแทกด้วยของแข็ง เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้เล็บมีปัญหา ซึ่งบางครั้งเราสามารถแก้ไขในเบื้องต้นได้

          แต่ถ้าหากอาการยังต่อเนื่องลุกลามไปถึงขั้นเสียรูปทรงเล็บ อาจจะต้องบำรุงจากภายในทั้งการรับประทานอาหาร และการฟื้นฟูจากภายนอกโดยการบำรุงด้วยสมุนไพรในระยะหนึ่ง ซึ่งสมุนไพรที่จะช่วยบำรุงเล็บของเราให้ดูสุขภาพดีแข็งแรงนั้นก็หาได้ง่ายในครัวของเรา ได้แก่ ผลมะกรูดไพล ใบพลู และใบฝรั่ง ดังนี้

เล็บสวย สุขภาพดี ด้วยสมุนไพรไทย (สุขกายสบายใจ)
เรื่อง : สุรารัชฏ์ รัตนารามิก

          เล็บเป็นอวัยวะส่วนเล็กที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก แต่เมื่อเวลาเล็บมีปัญหากลับส่งผลกระทบต่อเราอย่างมาก เช่น หยิบจับไม่สะดวกเมื่อเล็บฉีก เดินไม่สะดวกเมื่อเล็บเท้าขบ เล็บแตกเป็นชั้น ปลายเล็บดำดูสกปรก เป็นต้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรหลงลืมคือ ดูแลเล็บให้สะอาด ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เพื่อให้เล็บแข็งแรงสุขภาพดี ซึ่งสมุนไพรในครัวที่เรามีช่วยได้

          เล็บมีส่วนประกอบหลักคือเคราติน ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยโปรตีนในการเจริญเติบโตสร้างเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ เป็นอวัยวะที่ไม่มีปลายประสาท อัตราการงอกของเล็บมือประมาณ 0.01 มิลลิเมตรต่อวัน แต่เล็บเท้าจะงอกช้ากว่าเล็บมือประมาณ 2-3 เท่า แต่ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น การไหลเวียนโลหิตช้าลงจะส่งผลให้เล็บเจริญเติบโตช้าลงตามไปด้วย หน้าที่สำคัญของเล็บคือช่วยรักษารูปทรงของนิ้วมือ นิ้วเท้า และช่วยรับส่งความรู้สึกเมื่อเวลาหยิบจับวัตถุสิ่งของ

สมุนไพรในครัวแก้เล็บมีปัญหา

          ปัญหาของเล็บอาจเนื่องมาจากแบคทีเรีย และเชื้อราจำพวกกลากหรือแคนดิดา (Candida) หรือเกิดจากกิจวัตรประจำวันของเรา อย่างเช่น แคะ แกะ เกา ซักผ้าด้วยมือ ล้างจาน สวมถุงมือ สวมรองเท้าที่คับเกินไป โดนหนีบ หรือโดนกระแทกด้วยของแข็ง เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้เล็บมีปัญหา ซึ่งบางครั้งเราสามารถแก้ไขในเบื้องต้นได้

          แต่ถ้าหากอาการยังต่อเนื่องลุกลามไปถึงขั้นเสียรูปทรงเล็บ อาจจะต้องบำรุงจากภายในทั้งการรับประทานอาหาร และการฟื้นฟูจากภายนอกโดยการบำรุงด้วยสมุนไพรในระยะหนึ่ง ซึ่งสมุนไพรที่จะช่วยบำรุงเล็บของเราให้ดูสุขภาพดีแข็งแรงนั้นก็หาได้ง่ายในครัวของเรา ได้แก่ ผลมะกรูดไพล ใบพลู และใบฝรั่ง ดังนี้

เล็บ

 รักษาเชื้อราด้วยน้ำมะกรูด
          สาเหตุ : เชื้อราเป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่สามารถเป็นได้ง่ายมาก มักเกิดจากการที่เล็บมือหรือเล็บเท้าอยู่ในที่อับชื้น อากาศไม่ถ่ายเทเป็นระยะเวลานาน เชื้อราส่วนใหญ่เกิดกับเล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ เพราะเล็บมือเราแห้งอยู่ตลอดเวลา แต่เล็บเท้าบางครั้งเราสวมรองเท้าและถุงเท้านานเกือบตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ได้ถอดรองเท้าระบายอากาศบ้าง เมื่อเหงื่อออกเท้าเกิดความชื้นก็สามารถก่อให้เกิดเชื้อราที่เล็บและมีกลิ่นเท้าได้

          บริเวณที่เป็น : อาจเริ่มต้นจากบริเวณจมูกเล็บ (Nail Groove) และลามกินแผ่นเล็บ (Nail Plate) ไปเรื่อย ๆ เป็นบริเวณกว้างหรืออาจจะทั้งแผ่นเล็บก็ได้ ส่งผลทำให้เล็บมีสีเหลือง อาจมีกลิ่น และบริเวณที่เป็นเชื้อราจะมีลักษณะขรุขระ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ ต้องคอยเล็มส่วนที่เป็นเชื้อราทิ้งไปให้หมด จนกว่าเซลล์เล็บที่เกิดใหม่ไม่มีลักษณะเป็นเชื้อราอีก ถ้าหากยังเป็นอยู่ควรไปพบแพทย์

 บำรุงด้วยสมุนไพร :

           1.นำผลมะกรูดมาคั้นน้ำ และใช้สำลีชุบน้ำมะกรูดทาบริเวณที่ติดเชื้อให้บ่อยครั้ง น้ำมะกรูดจะช่วยฆ่าเชื้อราให้ลดลงจนหมดไป

           2.  เน้นบริโภคผักสวนครัวจำพวกกระเทียม หัวหอม ถั่วฝักยาว พริก และบร็อคโคลีหรือผักใบเขียว อาหารทะเลจำพวกหอย ปลา แซลมอน ปลาทูน่า และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะขาม แตงโม เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งเซลล์แบคทีเรีย และเชื้อราบนผิวหนังให้มีจำนวนลดลงจนหายไปในที่สุด


 ไพล ใบพลู และใบฝรั่งแก้อาการเล็บขบ ช้ำ และเป็นหนอง

          สาเหตุ : เมื่อเล็บยาวขึ้น แล้วตัดเล็บผิดรูปทรงคือ ตัดให้มีลักษณะปลายโค้งงอเป็นรูปไข่ ทำให้เล็บที่งอกใหม่ไปเจริญฝังและกดแนวจมูกเล็บ หรือสวมรองเท้าที่คับแน่นเท้าจนเกินไป จนทำให้รู้สึกปวดมากเมื่อถูกกดทับ หากปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้ช้ำและอักเสบจนเป็นหนองได้

          บริเวณที่เป็น : อาการนี้เป็นได้กับทั้งเล็บมือและเล็บเท้าในบริเวณจมูกเล็บแนวทางแก้ไข เบื้องต้นคือ หมั่นเล็มขอบเล็บให้บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าที่บีบรัดหน้าเท้า และอย่าตัดขอบเล็บให้ลึกจนเข้าไปกินเนื้อ เพราะหากขอบเล็บเกิดแผล เล็บที่งอกใหม่จะเจริญจนไปฝังตัวทิ่มบริเวณที่เป็นแผล

  บำรุงด้วยสมุนไพร :

           1.ใช้แง่งไพลสด 1 แง่ง (ยาวประมาณ 2 นิ้ว) โขลกรวมกับเกลือประมาณ 1 หยิบมือ และข้าวสุกประมาณ 1 กำมือ โขลกจนรวมตัวกันเข้าที่ แล้วนำไปพอกเล็บที่ขบทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก

           2.ใช้ใบพลูหรือใบฝรั่งประมาณ 3-5 ใบ นำมาตำรวมกับเกลือประมาณ 1 หยิบมือและพอกไว้บริเวณที่เล็บขบ ใช้ผ้าพันเพื่อปิดแผลไว้ ควรพอกอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน อาการช้ำและเล็บขบจะค่อย ๆ ทุเลาลงจนหายดี และเพื่อความสะอาดควรเปลี่ยนผ้าพันทุกวัน วันละสองเวลาเช้าและเย็น

 เน้นบำรุงโปรตีน เมื่อเล็บบางบิ่นลอกเป็นชั้น เปราะหักง่าย

          สาเหตุ : เกิดขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น กัดเล็บ การแคะ แกะ เกา ซักผ้า ล้างจาน ทาเล็บเป็นประจำ ต่อเล็บด้วยอะคริลิค สูบบุหรี่ เป็นต้น

          บริเวณที่เป็น : ขอบเล็บ ซึ่งเป็นส่วนที่งอกติดกับแผ่นเล็บ ซึ่งเป็นส่วนที่เราตัดทิ้งได้บ่อยครั้ง แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ หลีกเลี่ยงการแกะหรือแคะสิ่งแข็ง ๆ เช่น การเปิดฝาน้ำอัดลม เปิดอาหารกระป๋อง หากเล็บไม่แข็งแรงควรใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดเพื่อป้องกันไม่ให้เล็บบิ่นหรือฉีกได้ หากเล็บเกิดบิ่นหรือฉีกควรตัดทิ้ง เพื่อไม่ให้รอยบิ่นหรือฉีกลามหนักไปกว่าเดิม และเว้นช่วงไม่ทาเล็บ เพ้นท์เล็บ หรือต่อเล็บ เพื่อให้เล็บได้พักบ้าง การแต่งเล็บเป็นประจำอาจทำให้เล็บอ่อนแอจนเหลืองและเปราะบาง เพราะสารเคมีที่ใช้กับเล็บ เช่น กาวต่อเล็บ หรืออะคริลิค

          วิธีบำรุง : เน้นบริโภคอาหารจำพวกโปรตีน วิตามินเอ วิตามินเอช (ไบโอติน) ซึ่งพบมากในไข่แดง นม ถั่วเหลือง ตับ เห็ด เพื่อเร่งกระบวนการสร้างเล็บขึ้นมาใหม่ให้แข็งกว่าเดิม และอาหารจำพวกแคลเซียมบำรุงเลือดให้ไหลเวียน เช่น ไข่ ถั่วแดง โยเกิร์ต ชีส ผัก โขม เป็นต้น

 บำรุงสังกะสีและวิตามินบี เมื่อเกิดดอกเล็บ (White spots)

          สาเหตุ : เป็นที่รู้กันดีว่าจุดขาวเล็ก ๆ ใต้แผ่นเล็บ คือดอกเล็บ และไม่ใช่อาการผิดปกติที่ร้ายแรง แต่เป็นเพียงแค่อาการที่ร่างกายเตือนว่ากำลังขาดสารอาหารจำพวกสังกะสี หรือได้รับบาดเจ็บ ได้รับแรงกระทบกระเทือนบริเวณหนังกำพร้าที่ฐานเล็บ หรืออาจได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายเข้าสู่เล็บ ซึ่งไม่ว่าจะโดยสาเหตุใดก็ตาม ดอกเล็บนี้จะหายไปเองเมื่อถึงเวลา

          บริเวณที่เป็น : ใต้แผ่นเล็บ (Nail Plate) มีลักษณะเป็นจุดสีขาว สามารถเกิดพร้อมกันได้ทุกนิ้ว แต่หากบนแผ่นเล็บปรากฏลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีขาว หรือลูนุลา (Lunula) เกิดขึ้นบริเวณฐานเล็บ (Nail Base) แสดงว่าขณะนั้นยังไม่มีเซลล์เล็บเกิดใหม่นั่นเอง แต่ถ้าไม่มีปรากฏให้เห็นก็ไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย

          วิธีบำรุง : 

เน้นบริโภคอาหารจำพวกแร่ธาตุสังกะสีและวิตามินบี เช่น เนื้อสัตว์ปีก อาหารทะเล ถั่วเปลือกแข็ง ผักใบเขียว ข้าวซ้อมมือ และธัญพืชไม่ขัดสี เป็นต้น





Loprox โลพรอกซ์ โลชั่นทาเชื้อราที่เล็บ 
เหมาะสำหรับ

-ทาเชื้อราที่เล็บ

วิธีใช้: ใช้ไม้พายเล็กจุ่มโลชั่นมาพอประมาณ ป้ายบนเล็บที่มีเชื้อราได้โดยตรง

โลชั่นจะซึมเข้าเนื้อเล็บได้เอง ทาวันละ 2-3 ครั้ง

และหมั่นรักษาความสะอาดเล็บอยู่เสมอ การรักษาใช้ระยะเวลานาน 2-3เดือน

ขึ้นกับแต่ละบุคคล







CANDIX clotrimazole 15ml

CANDIX ประกอบด้วยตัวยา clotrimazoleใช้สำหรับรักษากลากเกลื้อน. โรคผิวหนังต่างๆที่เกิดจากเชื้อรา, น้ำกัดเท้า ผิวหนังอักเสบที่เกิดจากเชื้อแคนดิดาวิธีใช้ ทาบางๆวันละ 2-3ครั้งก่อนซื้อ กรุณาปรึกษาเภสัชกรทางช่องทางแชทก่อนซื้อทุกครั้ง


















































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....



..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaCARE

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan