วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย Jet Lag


JET LAG

ความหมาย Jet Lag


Jet Lag (เจ็ตแล็ก) เป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางการนอน ซึ่งเกิดขึ้นชั่วคราวจากการเดินทางบินข้ามเขตเวลาโลกแล้วร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ ทำให้มีอาการ เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป อ่อนเพลียในตอนกลางวัน ขาดสมาธิและสมรรถภาพในการทำงาน มีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น แม้ว่าอาการ Jet Lag จะเกิดแล้วดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 วันเมื่อผู้ป่วยเริ่มฟื้นตัวและปรับตัวได้ แต่สำหรับบางคนอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น Jet Lag จึงอาจกระทบต่อการท่องเที่ยวพักผ่อน การติดต่อธุรกิจการงาน และการใช้ชีวิตหลังการเดินทาง จนผู้ป่วยบางรายอาจต้องการรับการรักษาจากแพทย์



อาการของ Jet Lag

Jet Lag สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย โดยอาการป่วยที่พบจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหากเดินทางเป็นเวลานาน หรือผ่านเขตเวลาที่แตกต่างกันหลาย ๆ แห่ง โดยอาการที่พบ ได้แก่
มีปัญหาด้านการนอน เช่น นอนไม่หลับ นอนไม่พอ ตื่นกลางดึก ตื่นเร็ว หรือนอนมากเกินไป
เมื่อยล้า อ่อนเพลีย หมดแรง ง่วงนอนในตอนกลางวัน
ขาดสมาธิและสมรรถภาพในการทำงานได้ตามปกติ
มีปัญหาด้านความจำ
มีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องร่วง อาหารไม่ย่อย ไม่อยากอาหาร
รู้สึกเหมือนไม่สบาย ปวดหัว วิงเวียน สับสนมึนงง เหงื่อไหล ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล

อาการ Jet Lag ที่ควรไปพบแพทย์

อาการ Jet Lag มักเกิดขึ้นชั่วคราว และดีขึ้นภายใน 1-2 วัน แต่หากประสบปัญหาจากอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมาก อาการรุนแรงมาก มีความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตเวลาบ่อย ๆ หรือมีอาการ Jet Lag อยู่เสมอ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและวางแผนการรับมือกับอาการ Jet Lag ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นต่อไป

สาเหตุของ Jet Lag

Jet Lag เกิดจากการเดินทางบินข้ามเขตเวลาโลกแล้วร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ในทันที โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการ Jet Lag ได้แก่

นาฬิกาชีวิตของร่างกาย (Circadian Rhythms) ถูกรบกวน ปกติเซลล์ในร่างกายจะถูกควบคุมให้ระบบต่าง ๆ ทำงานเป็นไปตามปกติภายในรอบเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งรวมไปถึงกิจวัตรประจำวันสำคัญที่ร่างกายต้องทำในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนด้วย หากต้องเดินทางข้ามเขตเวลา ร่างกายต้องปรับนาฬิกาชีวิตใหม่ให้เข้ากับเขตพื้นที่ที่เดินทางไปถึง จึงกระทบต่อร่างกายและการทำกิจวัตรเหล่านั้น เช่น ด้านการนอนและการกิน จนเกิดเป็นกลุ่มอาการของ Jet Lag

อิทธิพลของแสงแดด แสงแดดมีอิทธิพลต่อการผลิตสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำงานตามปกติ และมีส่วนสำคัญในการปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกายด้วยการส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายทราบเมื่อถึงเวลาที่ควรนอนหลับพักผ่อน ทั้งนี้ อาจให้ร่างกายสัมผัสแสงแดดช่วงกลางวันในพื้นที่เขตเวลาใหม่ตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่ได้

สภาพอากาศ และแรงดันอากาศภายในห้องโดยสาร การเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศ และระดับความสูงในระหว่างบิน อาจทำให้เกิดกลุ่มอาการ Jet Lag ได้แม้ไม่ได้บินข้ามเขตเวลา รวมทั้งสภาพอากาศที่มีความชื้นต่ำ อาจทำให้ร่างกายเสี่ยงเผชิญกับภาวะขาดน้ำจนมีอาการในกลุ่มอาการ Jet Lag ปรากฏได้

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเผชิญปัญหาอาการ Jet Lag
ผู้ที่ต้องเดินทางข้ามเขตเวลาโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่เดินทางข้ามเขตเวลาโลกหลาย ๆ เขต ยิ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการ Jet Lag
ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ เช่น นักบิน ลูกเรือและพนักงานบริการบนเครื่องบิน และนักธุรกิจที่ใช้เวลาบนเครื่องบินเป็นเวลานาน หรือต้องเดินทางข้ามเขตเวลาโลกบ่อย ๆ
ผู้ที่เดินทางข้ามเขตเวลาโลกไปทางทิศตะวันออก มักมีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่เดินทางข้ามเขตเวลาไปทางทิศตะวันตก เนื่องจากร่างกายจะสามารถปรับตัวได้ดีกว่าเมื่อเดินทางไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่เวลาล่าช้ากว่าเมื่อเทียบกับเขตเวลาทางทิศตะวันออก เราอาจปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับเขตเวลาใหม่ด้วยการเข้านอนช้ากว่าปกติได้ง่ายกว่าการฝืนให้นอนหลับเร็วขึ้นกว่าปกติ
ผู้ที่มีอายุมาก หรืออยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับอาการที่รุนแรงกว่า และใช้เวลานานกว่า ทั้งในการฟื้นตัวจากอาการ และการปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่อีกด้วย

การรักษาอาการ Jet Lag

อาการ Jet Lag มักจะดีขึ้นและหายไปเมื่อร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ภายใน 1-2 วัน โดยไม่ต้องรับการรักษา แต่หากอาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน อาการไม่ดีขึ้น หรือมีความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตเวลาบ่อย ๆ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ โดยแพทย์จะแนะนำแนวทางการรับมือกับอาการ Jet Lag หรืออาจแนะนำวิธีการรักษา ดังต่อไปนี้

การปรับพฤติกรรมรับมืออาการ Jet Lag
ผู้ป่วยควรปรับตัวให้เข้ากับเขตเวลาใหม่ให้เร็วที่สุด เช่น การปรับตารางเวลา กิจกรรม และกิจวัตรประจำวัน โดยพยายามรับประทานอาหาร เข้านอน และตื่นนอนตามเวลาปกติของเขตเวลาใหม่
แม้จะมีอาการอ่อนล้าหรือง่วงนอนหลังเดินทางข้ามเขตเวลาเป็นเวลานาน ควรพยายามอยู่อย่างตื่นตัวจนกว่าจะถึงเวลานอนตามปกติของเขตเวลาใหม่
ทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือออกไปสู่สภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อให้แสงสว่างจากธรรมชาตินอกบ้านช่วยปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย และเพื่อปรับร่างกายให้คุ้นชินกับสภาพเวลาในปัจจุบัน

การใช้ยา

แพทย์อาจจ่ายยานอนหลับเพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน โดยอาจใช้ยากลุ่มนอนเบนโซไดอะเซปีน (Nonbenzodiazepines) เช่น โซลพิเดม (Zolpidem) หรือยากลุ่มเบนโซไดอะเซปีน (Benzodiazepines) เช่น ไตรอะโซแลม (Triazolam)

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต้องใช้ยาอย่างถูกต้องภายใต้คำสั่งจากแพทย์เท่านั้น ไม่ใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ เพราะยานอนหลับอาจมีฤทธิ์ในทางเสพติด และควรรีบปรึกษาแพทย์หากพบผลข้างเคียงที่อาจกระทบต่อปัญหาสุขภาพ เช่น น้ำมูกไหล คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว วิงเวียน สับสนมึนงง ง่วงนอนแม้เพิ่งตื่นนอน ท้องร่วง เป็นต้น

นอกจากนี้ แม้ในปัจจุบันอาจมีการโฆษณาขายยาแก้หรือป้องกันอาการ Jet Lag มากมาย แต่การใช้ยาอย่างผิดกฎหมายและไม่ใช่ยาภายใต้คำสั่งแพทย์ ย่อมมีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วย ฉะนั้น หากผู้ป่วยมีข้อสงสัยหรือมีอาการป่วยที่ต้องการการรักษา ควรเข้ารับการปรึกษาหรือไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ไม่ควรรับประทานยารักษาใด ๆ ด้วยตนเองโดยไม่ผ่านคำสั่งหรือคำแนะนำจากแพทย์

การรับประทานฮอร์โมนเมลาโทนิน

สารเมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นจากต่อมไพเนียลในสมอง ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนอนหลับและการตื่นนอน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย การรับประทานฮอร์โมนเมลาโทนินจึงอาจช่วยปรับวงจรการนอนให้เป็นปกติ แก้ปัญหาอาการ Jet Lag และปรับนาฬิกาชีวิตให้เข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ในที่สุด

การรับประทานอาหารเสริมอาจเป็นประโยขน์ต่อบางคน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เพียงพอจะยืนยันประสิทธิภาพของมันได้อย่างชัดเจน โดยวิธีการรับประทานฮอร์โมนเมลาโทนินที่แนะนำ คือ
รับประทานเมลาโทนินในตอนกลางคืนของวันที่เดินทาง และช่วงกลางคืนในอีก 2-3 วันหลังเดินทางถึงที่หมายแล้ว
หากต้องบินข้ามเขตเวลาไปทางฝั่งตะวันออก ควรรับประทานเมลาโทนินในช่วงเย็น 2-3 วันก่อนการเดินทาง

อย่างไรก็ดี ควรรับประทานเมลาโทนินภายใต้คำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร และรับประทานฮอร์โมนในวิธีและปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย โดยต้องปรึกษาแพทย์ถึงประวัติการป่วยและการใช้ยาของผู้ป่วยก่อนเริ่มรับยาเสมอ เนื่องจากการรับฮอร์โมนเมลาโทนินอาจส่งผลกระทบต่อโรคหรืออาการป่วยอื่น รวมทั้งอาจทำปฏิกิริยาต่อยารักษาตัวอื่นที่กำลังใช้อยู่ โดยเฉพาะหากกำลังป่วยด้วยโรคลมชัก หรือกำลังรับประทานกลุ่มยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)

การบำบัดด้วยแสง

แสงสว่างในตอนกลางวันจะช่วยปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกายด้วยการกระตุ้นให้สมองสั่งการร่างกายตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ไปตามปกติ และกระตุ้นให้ทราบเมื่อถึงเวลาเข้านอนในตอนกลางคืน สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางเป็นเวลานาน และเผชิญปัญหาอาการ Jet Lag แพทย์อาจแนะนำวิธีการบำบัดด้วยแสง เช่น การรับแสงแดดในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังการเดินทางข้ามเขตเวลา การใช้แสงสว่างจำลองหรือแสงจากโคมไฟเพื่อช่วยกระตุ้นในช่วงเวลาที่ต้องตื่นนอน

ภาวะแทรกซ้อนของอาการ Jet Lag
ขาดสมาธิ มีปัญหาด้านความจำชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่สามารถท่องเที่ยวพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เพราะมีสภาพจิตใจและสภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากอาการป่วย
เสี่ยงต่อการประสบอุบัติเหตุจากอาการง่วงนอนตอนกลางวัน เพราะมีปัญหาในการนอนตอนกลางคืน โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ และการใช้เครื่องจักร

การป้องกันอาการ Jet Lag
หลีกเลี่ยงการเดินทางเป็นเวลานาน ๆ หากเป็นไปได้ควรเลือกการเดินทางที่ใช้เวลาน้อยกว่าแทน
วางแผนเดินทางล่วงหน้า เมื่อต้องเดินทางข้ามเขตเวลา หากเป็นไปได้ควรวางแผนการเดินทางให้ไปถึงที่หมายก่อนล่วงหน้าวันนัดหมาย 2-3 วัน เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาปรับตัวกับเขตเวลาใหม่
ปรับเวลานอนก่อนออกเดินทาง 2-3 วัน หากต้องเดินทางข้ามเขตเวลาฝั่งตะวันออก ให้เข้านอนเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงจากเวลานอนปกติ และหากต้องเดินทางข้ามเขตเวลาฝั่งตะวันตก ให้เข้านอนช้ากว่าเวลานอนปกติไป 1 ชั่วโมง
ปรับกิจกรรม จัดตารางเวลา กำหนดการต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับเวลาในสถานที่ปลายทาง และปรับเวลาในนาฬิกาให้เป็นสถานที่ปลายทางตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง รวมทั้งอาจปรับเวลาในการรับประทานอาหารให้ใกล้เคียงกับช่วงเวลาในสถานที่เป้าหมายด้วย
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้อาการ Jet Lag
พยายามนอนหลับบนเครื่อง หากสถานที่เป้าหมายที่จะไปถึงตรงกับช่วงเวลากลางคืน โดยอาจใช้อุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างหูฟังและผ้าปิดตาเพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น และพยายามไม่นอนหลับ หากสถานที่เป้าหมายที่จะไปถึงตรงกับช่วงเวลากลางวัน
ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ทั้งในขณะเครื่องขึ้นบินและหลังเครื่องลงจอดแล้ว
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนในขณะเดินทาง
สัมผัสแสงแดด แสงแดดจะช่วยในกระบวนการปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย หากเป็นไปได้เมื่อไปถึงปลายทาง ผู้ที่เดินทางข้ามเขตเวลาฝั่งตะวันออกควรรับแสงแดดในตอนเช้า ส่วนผู้ที่เดินทางข้ามเขตเวลาฝั่งตะวันตกควรรับแสงแดดในตอนบ่าย


https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan