วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

ยาขับปัสสาวะ (Diuretics Drugs) คืออะไร วิธีใช้ยา รักษาอะไร และ ผลข้างเคียงที่ควรทราบ - ร้านยารังสิต


ยาขับปัสสาวะ

ยาขับปัสสาวะ


ยาขับปัสสาวะ (Diuretics Drugs) คือ ยาที่ใช้ช่วยกระตุ้นการปัสสาวะ มีฤทธิ์ในการระบายของเหลวและโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของไตให้ขับโซเดียม ร่วมกับน้ำในร่างกายออกมาทางปัสสาวะ ทั้งนี้ ยาขับปัสสาวะมักใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง แต่แพทย์อาจสั่งใช้กับผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ด้วยในกรณีที่จำเป็น เช่น ภาวะบวมน้ำ หัวใจวาย ในบางกรณียาขับปัสสาวะยังนำไปใช้ในการป้องกัน หรือบรรเทาอาการอื่น ๆ ด้วย เช่น ตับวาย โรคไต นิ่วในไต เป็นต้น



ยาขับปัสสาวะ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
ยาขับปัสสาวะกลุ่มไธอะไซด์ไดยูเรติก (Thiazide Diuretics) เป็นยาที่แพทย์มักใช้มากที่สุด โดยยากลุ่มนี้จะเข้าไปออกฤทธิ์กับไตโดยตรงและกระตุ้นการขับปัสสาวะ โดยยับยั้งการขนส่งโซเดียม และคลอไรด์ภายในหลอดไตส่วนปลายของหน่วยไต จึงทำให้ปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณของเหลวนอกเซลล์และพลาสมาลดลง อันจะช่วยลดการทำงานของหัวใจและลดความดันโลหิตได้ ทั้งนี้ในบางกรณีอาจมีการใช้ยาชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วยเพื่อลดความดันโลหิต ยากลุ่มไธอะไซด์ ได้แก่ ยาไฮโดรโคลโรไธอะไซด์ (Hydrochlorothiazide) ยาโคลโรไธอะไซด์ (Chlorothiazide) ยาอินดาพาไมด์ (Indapamide) ยาเมโทลาโซน (Metolazone) ยาโคลธาลิโดน (Chlorthalidone) เป็นต้น
ยาขับปัสสาวะกลุ่มลูปไดยูเรติก (Loop Diuretics) เป็นยาขับปัสสาวะที่มักใช้ในผู้ป่วยหัวใจวาย ผู้ป่วยโรคตับ และโรคไต ในบางกรณีอาจใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูงด้วย โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการขนส่งสารโซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ในห่วงเฮนเล (Henle’s Loop) ที่อยู่ภายในไต ร่างกายจะดูดซับโซเดียม คลอไรด์ และโพแทสเซียมลดลง ทำให้สารเหล่านั้นถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะในที่สุด นอกจากนี้ ยาดังกล่าวยังช่วยลดการดูดซึมแคลเซียมและแม็กนีเซียมของร่างกายได้อีกด้วย ตัวอย่างของยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาฟูโรซีไมด์ (Furosemide) ยาบูเมทาไนด์ (Bumetanide) ยาอีธาไครนิค แอคซิด (Ethacrynic acid) ยาทอร์เซไมด์ (Torsemide) เป็นต้น

ยาขับปัสสาวะกลุ่มโพแทสเซียม-สแปริ่งไดยูเรติก (Potassium-Sparing Diuretics) เป็นกลุ่มของยาขับปัสสาวะที่ใช้เพื่อลดปริมาณน้ำในร่างกายโดยไม่ขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายด้วย โดยยาตัวนี้จะเข้าไปขัดขวางการแลกเปลี่ยนของโซเดียมและโพแทสเซียมภายในหลอดไตส่วนปลาย หรือเข้าไปขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน (Aldosterone) ที่มีหน้าที่ควบคุมความสมดุลระหว่างน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย โดยยานี้มักใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงภาวะโพแทสเซียมต่ำ หรือผู้ที่ใช้ยารักษาชนิดอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อระดับโพแทสเซียมในร่างกาย ยาขับปัสสาวะประเภทนี้ ได้แก่ ยาสไปโรโนแลคโทน (Spironolactone) ยาอามิโลไรด์ (Amiloride) ยาอีพลีรีโนน (Eplerenone) และยาไทรแอมเทรีน (Triamterene) เป็นต้น

เกี่ยวกับยาขับปัสสาวะ

กลุ่มยา ยาขับปัสสาวะ
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ ขับของเหลวและโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย
กลุ่มผู้ป่วย เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
รูปแบบของยา ยาเม็ด ยาน้ำ ยาฉีด


คำเตือนการใช้ยาขับปัสสาวะ
ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาหรือสารประกอบในยาขับปัสสาวะไม่ควรรับประทานยาชนิดนี้
ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาในกลุ่มซัลฟาควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
หลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดนี้เพื่อการรักษาปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ
ผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาขับปัสสาวะ
ผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต หรือโรคตับขั้นรุนแรง โรคเก๊าท์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าว
ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำบ่อย ๆ ไม่ควรใช้ยานี้
ผู้ที่มีอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคตับอ่อนอักเสบ โรคภูมิแพ้ตัวเอง ปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน หรือปัญหาเกี่ยวกับไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาดังกล่าว
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการใช้ยาซึ่งอาจส่งผลต่อการได้ยิน เช่น ยารักษามะเร็งพลาทินอล (Platinol) และคาร์โบพลาทิน (Carboplatin) ยาในกลุ่มซาลิไซเลท (Salicylate) หรือยากลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycoside) ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยานี้
การใช้ยาบางชนิดร่วมกับยาขับปัสสาวะอาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันได้ โดยเฉพาะยาไซโคลสปอริน (Cyclosporin) ยารักษาภาวะซึมเศร้า ยาลิเทียม (Lithium) ยาไดจอกซิน (Digoxin) หรือยารักษาโรคความดันโลหิตสูงชนิดอื่น ๆ
สตรีมีครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันสูงในขณะตั้งครรภ์ หรือสตรีมีครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 และมีความเสี่ยงที่อาจเกิดโรคความดันสูงในขณะตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หากต้องใช้ยานี้

ปริมาณการใช้ยาขับปัสสาวะ

ปริมาณการใช้ยาขับปัสสาวะแต่ละกลุ่มจะค่อนข้างแตกต่างกันไปตามชนิดของยา และจุดประสงค์ในการรักษา รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ เช่น สภาพร่างกายของผู้ป่วย และอายุของผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งในการใช้ยาผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือตามที่ระบุไว้บนฉลากอย่างเคร่งครัด เนื่องจากในบางกรณีการใช้ยาดังกล่าวอาจต้องใช้ร่วมกับยาอื่น ๆ เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย หากใช้ยามากหรือน้อยกว่าปริมาณที่แพทย์กำหนดอาจส่งผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่อผู้ป่วยได้

การใช้ยาขับปัสสาวะ


ยาขับปัสสาวะเป็นยาที่ควรใช้ภายใต้คำสั่งของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากยาชนิดนี้เป็นยาที่ส่งผลต่อสุขภาพค่อนข้างมาก ดังนั้น ก่อนเริ่มใช้ยาขับปัสสาวะ ผู้ป่วยจะต้องแจ้งแพทย์ถึงยาที่ผู้ป่วยใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์หรือยาที่ขายทั่วไป อาหารเสริม หรือสมุนไพร และหากมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ในระหว่างการใช้ยา แพทย์อาจมีการสั่งตรวจวัดระดับความดันโลหิต ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เพื่อวัดระดับแร่ธาตุในร่างกาย และการทำงานของไตอยู่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ และลดปริมาณการบริโภคเกลือลงควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้อาการดีขึ้น

ขณะที่ยาขับปัสสาวะบางกลุ่ม อย่างเช่นยาขับปัสสาวะกลุ่มไธอะไซด์ไดยูเรติก และยาขับปัสสาวะกลุ่มลูปไดยูเรติก อาจส่งผลให้ระดับโพแทสเซียมในร่างกายลดลง ดังนั้นแพทย์อาจมีการแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่โพแทสเซียม หรืออาหารเสริมโพแทสเซียมเพื่อให้ร่างกายมีแร่ธาตุดังกล่าวในระดับที่ปกติ ส่วนผู้ป่วยที่ใช้ยาขับปัสสาวะในกลุ่มโพแทสเซียม-สแปริ่งไดยูเรติก ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับโพแทสเซียมมากจนเกินไป

สำหรับการรับประทานยา หากผู้ป่วยต้องรับประทานเพียงวันละ 1 ครั้ง ก็ควรรับประทานยาในช่วงเช้า เพราะหากรับประทานในเวลากลางคืน หรือก่อนนอน ฤทธิ์ของยาอาจส่งผลให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อย ๆ และส่งผลถึงการนอนหลับได้ และควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยาที่ช่วยในการนอนหลับ เพราะอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึ่งประสงค์ได้

หากการใช้ยาขับปัสสาวะในการลดระดับความดันโลหิตแล้วยังได้ผลที่ไม่น่าพึงพอใจ อาจมีการใช้ยาอื่น ๆ รวมด้วย เช่นยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium channel blockers) ยากลุ่มเอซีอีอินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) ยาแองกิโอเทนซินรีเซพเตอร์บล็อกเกอร์ (Angiotensin Receptor Blockers - ARB) หรือยาเบตาบล็อกเกอร์ (Beta Blocker) เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา

ยาขับปัสสาวะเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยหากใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวอาจมีผลข้างเคียง ซึ่งได้แก่
ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
เกิดภาวะขาดแร่ธาตุ เช่น ขาดโพแทสเซียม หรือระดับโซเดียมในเลือดต่ำผิดปกติ
เกิดการสะสมของโพแทสเซียมในร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มโพแทสเซียม-สแปริ่งไดยูเรติก
วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
กระหายน้ำบ่อย หรือเกิดภาวะขาดน้ำ
เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ
เกิดโรคเกี่ยวกับข้อต่อต่าง ๆ เช่น โรคเก๊าท์
เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย
ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้น
เกิดผื่นที่ผิวหนัง
ท้องเสีย

ในบางรายอาจพบผลข้างเคียงที่รุนแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ตัวอย่างเช่น เกิดอาการแพ้ยา ไตวาย หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจนำมาสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงขึ้น ต้องรีบรักษาเป็นการด่วนเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น หากพบอาการที่ผิดปกติในระหว่างการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ ผู้ป่วยควรรีบแจงแพทย์ทันที แพทย์จะได้พิจารณาเรื่องการใช้ และอาจมีการเปลี่ยนยา หรือเพิ่มยาเพื่อบรรเทาอาการผลข้างเคียงจากยา ทั้งนี้ ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์แม้ว่าจะมีผลข้างเคียงใด ๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย เพราะอาจทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่องและทรุดลงมากกว่าเดิมได้

https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan