วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

เรียกคืนความมั่นใจกับหลากวิธีขจัดกลิ่นปาก


เรียกคืนความมั่นใจกับหลากวิธีขจัดกลิ่นปาก



กลิ่นปากเป็นปัญหาที่ลดความมั่นใจในการพูดคุยกับคู่สนทนาได้ไม่น้อย คงไม่มีใครอยากเห็นคู่สนทนาต้องเบือนหน้าหนี เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่สุดแสนจะอบอวลทุกครั้งที่อ้าปาก การดูแลช่องปากให้ลมหายใจสะอาดจะเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารได้อย่างเต็มที่ และปัญหากลิ่นปากแก้ไขได้ไม่ยากด้วยตัวเอง



กลิ่นปากมาจากไหน ?

กลิ่นปากเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ทางลมหายใจที่ทำให้คนรอบข้างได้กลิ่นเมื่อพูดหรือหายใจออกมา ต้นตอของกลิ่นปากมาจากหลายสาเหตุ เช่น
การรักษาความสะอาดความสะอาดในช่องปากที่ไม่ดีพอ เช่น แปรงฟันไม่เกลี้ยง ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคที่เรียที่ก่อตัวขึ้นบนฟันและซอกฟัน ลิ้น หรือเหงือก เมื่อรวมกับคราบเศษอาหารที่ตกค้างภายในช่องปากจากการรับประทานก็สามารถเกิดก๊าซเหม็นที่เป็นที่มาของกลิ่นปากได้
อาการปากแห้งจากต่อมน้ำลายที่ผลิตน้ำลายน้อยลงกว่าปกติ ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดีพอ จนอาจเกิดการตกค้างของเศษอาหาร เมื่อรวมกับเชื้อแบคทีเรียภายในปากก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นปากได้
อาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม พริก เครื่องดื่มอย่างกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นออกมาจากทางปาก และลมหายใจได้เช่นกัน เนื่องจากสารเหล่านั้นได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด
การงดอาหารที่มีพลังงานสูงทันทีทันใดในช่วงเวลาหนึ่งอาจก่อให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน เพราะร่างกายขาดไขมันที่เป็นตัวผลิตสารที่ชื่อว่า คีโตน (Ketones) ซึ่งเป็นตัวการของกลิ่น
เป็นโรคประจำตัวเกี่ยวกับช่องปาก จมูก ลำคอ
การสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบต่าง ๆ ทำให้กลิ่นของบุหรี่ผสมกับกลิ่นอื่นภายในปากขึ้นได้
ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น การติดเชื้อ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคตับ ซึ่งปัญหากลิ่นปากในบางครั้งอาจเป็นสัญญาณความรุนแรงของโรคที่มากขึ้น
การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาไนเตรท (Nitrate) ที่ช่วยลดอาการเจ็บ แน่นหน้าอก หรือยาเคมีบำบัดบางประเภท

คำแนะนำในการรับมือกับปัญหากลิ่นปาก

สิ่งสำคัญในการรักษากลิ่นปาก คือ การดูแลความสะอาดภายในช่องปากอย่างถูกสุขอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปรงฟันและการทำความสะอาดซอกฟัน รวมไปถึงหาสาเหตุการเกิดของกลิ่นที่แท้จริงถึงจะช่วยให้กลิ่นปากหายไปอย่างถาวร คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้คุณรับมือกับกลิ่นปากได้ง่ายขึ้น
หลีกเลี่ยงอาหารกลิ่นแรง ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทที่มีกลิ่นแรง เช่น หัวหอม กระเทียม หรือเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ผสมอยู่ในอาหาร เพราะสามารถก่อให้เกิดกลิ่นปากได้หลังรับประทานอาหาร โดยสารเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและผ่านไปยังปอด ก่อให้เกิดเป็นลมหายใจที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาได้ การรับประทานอาหารจึงควรมีการจำกัดปริมาณไม่ให้มากเกินไป หรืออาจแปรงฟันหลังรับประทานอาหารก็สามารถช่วยได้
ดื่มน้ำบ่อย ๆ การดื่มน้ำเปล่าหลังมื้ออาหารจะช่วยชะล้างแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นและขจัดเศษอาหารที่ตกค้างระหว่างซอกฟัน รวมไปถึงป้องกันอาการปากแห้ง หากเร่งรีบหรือไม่มีเวลาแปรงฟันหลังการรับประทานอาหารควรดื่มน้ำมาก ๆ
ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ข้อมูลจากเว็บเอ็มดีอ้างถึง จอห์น วูดดอล ทันตแพทย์แห่งคลีนิคทันตกรรมวูลดอล แอนด์ แม็คแนล (Woodall and McNeill Dentistry) จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า ไวน์ เบียร์ ในปริมาณมากเกินจะยิ่งเป็นตัวการทำให้เกิดอาการปากแห้ง และเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดลมหายใจที่มีกลิ่นเหม็นได้ยาวนาน 8-10 ชั่วโมง หลังจากการดื่ม
เลิกสูบบุหรี่ บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นอีกตัวการทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในช่องปาก และมีแนวโน้มนำไปสู่โรคเกี่ยวกับเหงือกได้ง่ายขึ้น การเลิกสูบบุหรี่และหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปาก หรือเคี้ยวหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาล อาจจะช่วยให้กลิ่นปากลดลงได้ และยังทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นอีกด้วย
แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังตื่นนอนและก่อนนอน โดยเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม หัวแปรงเรียวเล็กที่สามารถเข้าทำความสะอาดได้ทุกซอกมุมภายในช่องปาก และยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ นอกจากนี้ควรแปรงให้ทั่วถึงทั่ว ทั้งด้านใน ด้านนอก โคนฟันของแต่ละซี่ และลิ้น ซึ่งก็เป็นแหล่งที่สะสมของแบคทีเรียได้เช่นกัน การแปรงฟันควรแปรงอย่างน้อย 2 นาที ไม่ควรรีบร้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้แปรงได้ไม่ทั่วถึง
เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3-4 เดือน การใช้แปรงสีฟันอันเดิมติดต่อกันหลายเดือนโดยไม่ยอมเปลี่ยนจะยิ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียมากยิ่งขึ้น เมื่อนำแปรงสีฟันอันเดิมไปใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าจะเป็นการกระจายเชื้อที่มีอยู่ในแปรงให้เข้าไปอยู่ในช่องปากได้ง่าย รวมไปถึงขนแปรงที่เกิดเปลี่ยนรูปทรงไปจากเดิมจะทำให้การทำความสะอาดฟันทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุก 3-4 เดือน
ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน นอกจากการแปรงฟันบ่อย ๆ ก็ควรทำความสะอาดซอกฟันด้วยเช่นกัน เพราะเศษอาหารหลังการเคี้ยวอาจไปติดอยู่ ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันที่มีขายทั่วไปหลายแบบหลังการแปรงฟันเป็นประจำ เพื่อช่วยขจัดคราบแบคทีเรียและเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ซึ่งเป็นจุดที่แปรงสีฟันไม่สามารถซอกซอนเข้าถึงได้
รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณน้อย จำกัดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะขนมหวาน ๆ เพราะอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นแหล่งอาหารโปรดของเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก ทำให้เพิ่มจำนวนแบคทีเรียอย่างรวดเร็วและยังเกิดการสร้างกรดที่เป็นสาเหตุของฟันผุ ซึ่งสามารถทำให้เกิดกลิ่นได้เช่นกัน
ตรวจสุขภาพของช่องปากประจำปี ควรตรวจสุขภาพในช่องปากเป็นประจำทุกปี เพื่อขจัดคราบฟันหรือหินปูนที่สะสมบนฟันให้หลุดออก รวมไปถึงหากตรวจพบโรคเกี่ยวกับฟันหรือเหงือกได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสหายขาดได้มากเท่านั้น
รักษาโรคที่เป็นต้นตอให้เกิดกลิ่น บางครั้งกลิ่นปากอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือปัญหาทางสุขภาพ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร โรคกรดไหลย้อน โรคไต โรคเบาหวาน จึงควรพบแพทย์เพื่อหาว่าเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่หรือไม่ นอกจากนี้การรับประทานยาบางประเภทอาจมีผลต่อการเกิดกลิ่นได้ เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแอนติฮิสตามีน ยาพวกไนเตรท เช่น ยาอมใต้ลิ้นในผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือยาเคมีบำบัดบางประเภท ผู้ที่กังวลอาจลองปรึกษาแพทย์ถึงผลข้างเคียงจากการรับประทานยา

https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan