วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

บีทรูทกับประโยชน์ต่อสุขภาพ


บีทรูทกับประโยชน์ต่อสุขภาพ



บีทรูท เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำรากซึ่งอยู่ใต้ดินมารับประทาน มีอยู่หลายสายพันธุ์และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค นิยมนำมากินสด ดอง ปรุงอาหาร เพิ่มสีสันของอาหาร แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และนำไปใช้เป็นยารักษาโรค กล่าวกันว่าบีทรูทช่วยลดระดับไขมันในเลือดบางชนิด ลดความดันโลหิต เสริมสมรรถภาพร่างกายให้แก่นักกีฬา เสริมการทำงานของตับหรือป้องกันโรคตับ รวมทั้งต้านมะเร็ง เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด เช่น ใยอาหาร วิตามินบี 9 โฟเลต แมงกานีส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินซี เป็นต้น



นอกจากนี้ บีทรูทยังมีสารประกอบทางเคมีในพืชอีกหลายชนิดที่เป็นสารกลุ่มไนโตรเจน เรียกว่า เบตาเลน (Betalain) ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายและทำให้พืชมีสีสันแตกต่างกัน โดยเฉพาะสารบีตาไซยานิน (Betacyanin) ที่ให้สีแดง และสารบีตาแซนทิน (Betaxanthin) ที่ให้สีเหลือง รวมถึงสารให้สีชนิดอื่น ๆ เช่น บีทานิน (Betanin) วูลกา-แซนทิน (Vulgaxanthin) หรือกรดเบทาเลมิก (Betalamic Acid)

คุณค่าทางโภชนาการที่พบในบีทรูทดิบ 100 กรัม
น้ำ 88 เปอร์เซ็นต์
พลังงาน 43 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 1.6 กรัม
น้ำตาล 6.8 กรัม
เส้นใยอาหาร 2.8 กรัม
ไขมันทั้งหมด 0.2 กรัม
กรดไขมันชนิดอิ่มตัว 0.03 กรัม
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 0.03 กรัม
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 0.06 กรัม
โอเมก้า 3 0.01 กรัม
โอเมก้า 6 0.06 กรัม

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของบีทรูทที่เคยได้ยินกันนั้นจะเท็จหรือจริงเพียงใด ฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ระบุว่าข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาของบีทรูทในปัจจุบันยังมีจำกัด จึงยากต่อการยืนยันประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประโยชน์ของบีทรูทต่อสุขภาพที่พอจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กล่าวถึง มีดังนี้

ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด กล่าวกันว่าสารไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่พบในบีทรูทมีสรรพคุณช่วยขยายหลอดเลือดอย่างอ่อน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น และยังช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ง่าย

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับอาหารเสริมที่มีสารไนเตรต (Nitrate) และไนไตรต์ (Nitrite) จากธรรมชาติ คาดว่าสารเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสารไนตริกออกไซด์ในเลือดและทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดลดลง โดยได้ศึกษากับกลุ่มผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัจจัยความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 3 ประการ อันได้แก่ มีความดันโลหิตสูง เป็นโรคอ้วน สูบบุหรี่ มีคอเลสเตอรอลสูง มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นโรคเบาหวาน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรค โดยการทดลองจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกรับประทานอาหารเสริมจากบีทรูทและผลไม้ชนิดอื่นที่มีสารไนเตรต ส่วนอีกกลุ่มรับประทานยาหลอกในช่วงท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง และรับประทานต่อเนื่องกันจนครบ 30 วัน

ผลปรากฏว่ากลุ่มที่รับประทานอาหารเสริมมีระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึงประมาณ 72 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการตรวจพบสารไนเตรตและไนไตรต์ในเลือดที่ไปช่วยเพิ่มระดับสารไนตริกออกไซด์ จึงพอจะบอกได้ว่าบีทรูทนั้นอาจมีประโยชน์ต่อการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในคน อย่างไรก็ตาม ควรมีการค้นคว้าหาหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติม เนื่องจากงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาบีทรูทในรูปแบบอาหารเสริมผสมกับผลไม้ชนิดอื่น และไม่ได้เป็นการรับประทานบีทรูทโดยตรง จึงยังไม่อาจสรุปผลที่แน่นอนได้

ลดไขมันในตับ หลายคนเชื่อว่าบีทรูทจะช่วยเสริมการทำงานของตับและลดความเสี่ยงต่อโรคตับ เนื่องจากมีสารบีทานินที่อาจช่วยป้องกันหรือลดการสะสมไขมันในตับ ป้องกันตับจากสารพิษ อีกทั้งยังมีรายงานผลการทดลองในสัตว์และการศึกษานำร่องที่ระบุผลว่าสารบีทานินนี้มีผลต่อการลดไขมันของผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับ ชนิดที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์

จากการศึกษานำร่องถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารบีทานินในผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์จำนวน 10 คน โดยให้รับประทานสารบีทานินในรูปแบบยาน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี แต่มีเพียง 7 คนจากในผู้ป่วย 10 คนที่อยู่ในการทดลองจนจบ ผลลัพธ์พบว่าค่าเอนไซม์ตับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหากมีค่าเอนไซม์ในระดับสูงก็จะเป็นตัวบ่งบอกว่าตับอาจมีปัญหา โดยผู้ป่วย 3 คน มีค่าเอนไซม์ตับกลับมาเป็นปกติ อีก 3 คนมีค่าลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และมี 1 คนที่ไม่พบการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในด้านอื่น ๆ แต่อาจเกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารเล็กน้อย จึงคาดว่าสารบีทานินที่พบในบีทรูทอาจช่วยรักษาอาการของผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์ให้ดีขึ้น แต่การศึกษานี้ยังเป็นเพียงการวิจัยเบื้องต้นที่มีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น กลุ่มการทดลองมีขนาดเล็ก ไม่อาจระบุความปลอดภัยต่อร่างกาย และผลการศึกษาที่ยังไม่เสถียร

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอีกชิ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสารบีทานินในผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์ จำนวน 34 คน เป็นเวลา 12 เดือน โดยแบ่งผู้ทดลองเป็นกลุ่มที่รับประทานสารบีทานินวันละ 20 กรัม และกลุ่มที่รับประทานยาหลอก ซึ่งจากการตัดชิ้นเนื้อของตับไปตรวจหลังสิ้นสุดการทดลอง พบว่ากลุ่มที่รับประทานสารบีทานินมีระดับไขมันในเซลล์ตับลดลง แต่ไม่เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อีกทั้งยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงด้านอื่น ซึ่งผลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสารบีทานินอาจช่วยป้องกันอาการของโรคไม่ให้แย่ลง แต่ไม่ได้ช่วยลดไขมันในตับ แม้ว่าจะมีผลการทดลองในสัตว์ที่ระบุผลว่าบีทรูทอาจช่วยลดไขมันในตับได้ แต่การขยายผลไปยังคนยังต้องการงานวิจัยและค้นคว้าอีกจำนวนมาก เพื่อช่วยยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้

ลดความดันโลหิต บีทรูทเป็นพืชอีกชนิดที่อุดมไปด้วยสารไนเตรตซึ่งกล่าวกันว่ามีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการได้รับสารไนเตรตจากการรับประทานอาหารตามปกติจะมีผลเช่นเดียวกันหรือไม่

จากการศึกษาประสิทธิภาพของน้ำบีทรูทต่อการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตในอาสาสมัครหญิง 15 คน และชาย 15 คน ด้วยการแบ่งเป็นกลุ่มที่ดื่มน้ำบีทรูทผสมกับน้ำแอปเปิ้ล 500 กรัม กับกลุ่มที่ดื่มยาหลอก ซึ่งอาสาสมัครทั้งหมดจะได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตก่อนการทดลองและติดตามผลหลังการดื่มน้ำผลไม้ที่กำหนดอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้ทั้ง 2 กลุ่มสลับเป็นน้ำผลไม้ของอีกกลุ่มแทน ผลปรากฏว่าทั้ง 2 กลุ่มมีค่าความดันโลหิตซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) ลดลงในระยะเวลา 6 ชั่วโมง ภายหลังจากได้รับน้ำบีทรูทผสมแอปเปิ้ล และจากการวิเคราะห์ค่าความดันโลหิตของอาสาสมัครชายพบว่าลดลงประมาณ 4-5 มิลลิเมตรปรอท อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มการทดลองที่ใหญ่ขึ้นและควรวิเคราะห์ผลในผู้หญิงเพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลของการรับประทานบีทรูทต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันโลหิต

นอกจากนี้ ยังมีการทบทวนงานวิจัยจำนวน 16 ชิ้น เกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารอินออร์แกนิกไนเตรต (Inorganic Nitrate) และอาหารเสริมจากบีทรูทในรูปแบบต่าง ๆ ต่อค่าความดันโลหิต ซึ่งกลุ่มการทดลองในแต่ละการศึกษามีประมาณ 7-30 คน รวมทั้งสิ้น 254 คน และระยะเวลาการศึกษาอยู่ในระหว่าง 2 ชั่วโมง-15 วัน ผลจากการรวบรวมงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทั้งสารอินออร์แกนิกไนเตรตและน้ำบีทรูทต่างมีความเกี่ยวข้องกับค่าความดันโลหิตซิสโตลิกที่ลดลง ทว่าการศึกษาส่วนใหญ่มีระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัด จึงควรมีการศึกษาประสิทธิภาพในระยะยาวเพิ่มเติมก่อนจึงจะยืนยันผลได้

เสริมสมรรถภาพทางร่างกาย การศึกษาหลายชิ้นแนะนำถึงประโยชน์ของสารไนเตรตที่ช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกาย โดยเฉพาะในระหว่างการออกกำลัง ซึ่งจากการศึกษาประสิทธิภาพของอาหารเสริมที่มีสารไนเตรตต่อการทำงานของร่างกายและการออกกำลังกายในนักวิ่งหรือนักไตรกีฬาจำนวน 8 คน โดยให้อาสาสมัครกลุ่มแรกดื่มน้ำบีทรูทเข้มข้นที่มีสารไนเตรต และอีกกลุ่มดื่มน้ำบีทรูทที่ไม่เติมสารไนเตรต หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมงจึงเริ่มทดสอบประสิทธิภาพการออกกำลังกายจำนวน 4 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะประกอบด้วยการอบอุ่นร่างกาย 10 นาที ตามด้วยการวิ่งบนลู่วิ่งระยะทาง 1,500 เมตรหรือ 10,000 เมตร

ผลการศึกษาดังกล่าวปรากฏว่า การดื่มน้ำบีทรูทเข้มข้นช่วยเพิ่มสารอินออร์แกนิกไนเตรตในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนค่าความดันโลหิตขณะพักและระหว่างการออกกำลังกายของทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกันมาก นอกจากนี้ กลุ่มที่ดื่มบีทรูทเข้มข้นยังมีสมรรถภาพการวิ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการวิ่งบนลู่ระยะ 1,500 เมตร แต่ในระยะ 10,000 เมตร กลับไม่พบความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 กลุ่มอย่างชัดเจน การดื่มน้ำบีทรูทเข้มข้นจึงอาจให้ผลดีในการวิ่งระยะใกล้มากกว่าระยะไกล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการศึกษาที่มีกลุ่มทดลองขนาดเล็กและระยะเวลาค่อนข้างสั้น ทำให้ยากต่อการสรุปผลในทันที และควรมีการค้นคว้าเพิ่มเติมหรือรอให้มีหลักฐานที่เพียงพอต่อการระบุประสิทธิภาพต่อไป

การรับประทานบีทรูทให้ปลอดภัย

การรับประทานบีทรูทในปริมาณปกติที่พบได้จากในอาหารค่อนข้างมีความปลอดภัย แต่อาจทำให้ปัสสาวะและอุจจาระเป็นสีแดงหรือชมพูหลังจากรับประทาน โดยเป็นอาการที่เรียกว่าบีทูเรีย (Beeturia) ซึ่งจะไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย ส่วนข้อควรระวังในบุคคลกลุ่มอื่น มีดังนี้
การรับประทานบีทรูทเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคควรมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ หากต้องการรับประทานควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
บีทรูทอาจส่งผลให้ระดับแคลเซียมลดต่ำลงและกระทบต่อการทำงานของไต ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับไตหรือระดับแคลเซียมในร่างกายอาจมีอาการแย่ลงได้
หญิงที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการรับประทานบีทรูทในปริมาณมากหรือการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรค เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยันความปลอดภัย
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำไม่ควรดื่มน้ำบีทรูทเป็นประจำ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ความดันโลหิตลดต่ำลง
บีทรูทมีออกซาเลต (Oxalate) อยู่ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่อาจตกผลึกในปัสสาวะจนกลายเป็นก้อนนิ่ว ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไต จึงควรดื่มน้ำบีทรูทด้วยความระมัดระวัง
บีทรูทมีสาร FODMAPs ในรูปของน้ำตาลฟรุกแทน (Fructan) ที่ช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้เติบโต ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการท้องเสียหรือความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้ในบางรายที่ร่างกายมีการตอบสนองไว เช่น ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน


https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan