วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย ฉี่ไม่ออก


ความหมาย ฉี่ไม่ออก


ฉี่ไม่ออก (Urinary Retention) เป็นภาวะที่ไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติแม้ว่ารู้สึกปวดปัสสาวะมากหรืออาจต้องใช้เวลาเบ่งปัสสาวะนานกว่าจะออก ในรายที่เป็นไม่รุนแรงยังถ่ายปัสสาวะได้ตามปกติ แต่มักถ่ายได้ไม่สุด ทำให้น้ำปัสสาวะบางส่วนค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ



อาการฉี่ไม่ออก

โดยทั่วไปภาวะนี้อาจแบ่งลักษณะอาการที่พบได้บ่อยตามความรุนแรง ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไป ดังนี้

ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน (Acute Urinary Retention)
ปวดปัสสาวะ แต่เบ่งหรือปัสสาวะไม่ออก
ปวดแน่นท้อง รู้สึกไม่สบายบริเวณท้องช่วงล่าง
ท้องอืดบริเวณท้องช่วงล่าง

ปัสสาวะไม่ออกเรื้อรัง (Chronic Urinary Retension)
ปัสสาวะบ่อยมากกว่า 8 ครั้งขึ้นไปต่อวัน
ถ่ายปัสสาวะไม่สุด
มีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ
ต้องออกแรงเบ่งให้ถ่ายปัสสาวะออก
ปัสสาวะสะดุด น้ำปัสสาวะที่ออกมาหยุดเป็นช่วง ๆ หรือไม่พุ่งเป็นสาย
ปวดปัสสาวะอีกครั้งหลังจากเพิ่งปัสสาวะเสร็จ
รู้สึกแน่นท้องหรือปวดบริเวณท้องช่วงล่าง
บางรายอาจไม่พบอาการผิดปกติใด ๆ

ผู้ที่มีอาการปัสสาวะไม่ออกควรไปพบแพทย์ทันที บางรายอาจมีอาการปวดแน่นท้อง ปวดบริเวณท้องช่วงล่างและทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย นอกจากนี้ อาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลันในบางคนอาจไม่พบอาการผิดปกติหรืออาการไม่รุนแรงจนรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จึงทำให้หลายคนละเลยในการรักษาให้หายขาด ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence) หรือ โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection:UTI)



สาเหตุของอาการฉี่ไม่ออก

อาการฉี่ไม่ออกเกิดได้จากหลายส่วน โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้

ท่อปัสสาวะอุดตัน เป็นสาเหตุหลักของอาการฉี่ไม่ออก อาจเกิดได้จากโรคหรือความผิดปกติบางสภาวะจนค่อย ๆ เกิดการสะสมและอุดตัน จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายน้ำปัสสาวะออกจากร่างกายได้ตามปกติ เช่น
ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia:BPH) เป็นสาเหตุที่พบมากในผู้ชาย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 50-60 ปี
อวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานหย่อน (Genitourinary Prolapse) พบได้ในผู้หญิง
ท่อปัสสาวะตีบแคบ (Urethral Stricture)
ท้องผูก
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
ความผิดปกติของผนังช่องคลอดด้านหน้าหย่อน หรือกระเพาะปัสสาวะยื่นย้อย (Cystocele)
ไส้ตรงยื่นย้อย (Rectocele)
เนื้องอกหรือมะเร็งบางชนิด อาจเกิดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ
เป็นอาการหลังการผ่าตัด ซึ่งอาการจะดีหลังจากหมดฤทธิ์ยาชา

ระบบประสาท เกิดจากระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและหูรูดปัสสาวะเกิดความผิดปกติ จึงไม่ส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะให้บีบตัวและหูรูดปัสสาวะคลายตัว เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะจึงทำให้ถ่ายปัสสาวะไม่ออก อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
โรคเบาหวาน
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคเอ็มเอส (Multiple Sclerosis:MS)
การบาดเจ็บบริเวณอุ้งเชิงกราน
โรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทส่วนที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของเส้นประสาทไขสันหลัง (Spina Bifida)
พิษจากโลหะหนัก
การคลอดบุตรทางช่องคลอด

การใช้ยา การรับประทานหรือใช้ยาบางชนิดอาจรบกวนการทำงานของเส้นประสาทที่เป็นตัวส่งสัญญาณไปยังกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก เช่น
ยารักษาอาการซึมเศร้าบางตัว โดยเฉพาะยากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants:TCA)
ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น ยาไดอะซีแพม (Diazepam) ยาบาโคลเฟน (Baclofen)
ยาในกลุ่มแอนตี้มัสคารินิก (Antimuscarinic Drug) หรือยาลดอาการบีบเกร็ง (Antispasmodic Drug) สำหรับบรรเทาอาการปวดท้อง ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ยารักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive Bladder) หรือภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ เช่น ยาออกซีบิวไทนิน (Oxybutynin) ยาไฮออสไซยามีน (Hyoscyamine)
ยากลุ่มแก้แพ้ ลดน้ำมูก หรือยาต้านแอนติฮิสตามีน เช่น ยาเอฟีดรีน (Ephedrine) ยาคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ยาเฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine)

กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรง อายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้กล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะเสื่อมไปตามเวลา จึงไม่สามารถบีบตัวได้เต็มที่หรือนานพอให้น้ำปัสสาวะไหลลงไปยังท่อปัสสาวะ เพื่อขับออกสู่ร่างกาย ซึ่งมักพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ



การวินิจฉัยอาการฉี่ไม่ออก

เบื้องต้นแพทย์สอบถามอาการผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ การใช้ยา ประวัติทางแพทย์อื่น ๆ และการตรวจร่างกาย โดยคลำบริเวณท้องช่วงล่างเพื่อดูขนาดของกระเพาะปัสสาวะและไตว่ามีขนาดใหญ่ผิดปกติใดหรือไม่ หากเป็นผู้ชายจะต้องตรวจต่อมลูกหมากและสำหรับผู้หญิงจะมีการตรวจภายใน

หลังการตรวจร่างกายควบคู่กับการสอบถามประวัติทางการแพทย์จนทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ แพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละคน เช่น
การวัดปริมาณปัสสาวะที่ตกค้าง (Post-Voiding Residual Volume) เป็นการตรวจปริมาณน้ำปัสสาวะที่ตกค้างภายในกระเพาะปัสสาวะ อาจใช้การตรวจอัลตราซาวด์หรือการใช้หลอดสวน (Catheter) ผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะ
การส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ (Cystoscopy) แพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กที่เรียกว่า Cystoscope เข้าไปทางท่อปัสสาวะดูความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ โดยต้องทำร่วมกับการใช้ยาชาหรือยาสลบ เพื่อดูว่าเกิดการอุดตันส่วนไหนจนไม่สามารถถ่ายปัสสาวะออกได้หมด ท่อปัสสาวะตีบแคบหรือเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือไม่
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกน (CT-scan) เป็นการตรวจพิเศษทางรังสีของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ ผู้ป่วยต้องกลืนหรือฉีดสารทึบรังสีเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนในขณะถ่ายภาพทางรังสี ซึ่งอาจช่วยให้ทราบสาเหตุของอาการฉี่ไม่ออก เช่น เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เนื้องอก หรือถุงน้ำ
การตรวจเอ็มอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging: MRI) เป็นการถ่ายภาพอวัยวะหรือเนื้อเยื่อด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูงและใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลภาพ โดยจะใช้สำหรับการตรวจต่อมลูกหมาก ท่อปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยต้องกลืนหรือฉีดสารทึบแสงก่อนการตรวจเช่นเดียวกับการตรวจซีทีสแกน เพื่อให้เห็นรายละเอียดของภาพได้ชัดมากขึ้น แต่ไม่สามารถใช้ตรวจผู้ที่ใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์หรือมีชิ้นส่วนของโลหะในร่างกาย
การตรวจพลศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ (Urodynamic Study) เป็นการตรวจดูการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะว่าเป็นปกติหรือไม่ เพื่อวัดแรงดันของกระเพาะปัสสาวะหรืออัตราเร็วในขณะที่ผู้ป่วยปัสสาวะ
การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อหรืออีเอ็มจี (Electromyography) เป็นการตรวจดูการนำไฟฟ้าของเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และหูรูดของกระเพาะปัสสาวะ โดยจะแปะตัวรับสัญญาณพิเศษที่ผิวหนังในตำแหน่งใกล้กับท่อปัสสาวะและทวารหนัก หรืออาจใช้สอดเข้าไปทางท่อปัสสาวะหรือทางทวารหนัก เพื่อรับกระแสไฟฟ้าที่ตอบกลับมา ทำให้แพทย์ทราบได้ว่าเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อส่วนนี้ทำงานได้เป็นปกติหรือไม่
การตรวจอื่น ๆ เช่น การตรวจเลือด ดูการทำงานของไตหรือการติดเชื้อ การตรวจปัสสาวะดูความผิดปกติของสารในร่างกาย

การรักษาอาการฉี่ไม่ออก



อาการฉี่ไม่ออกรักษาได้หลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเป็นหลัก ซึ่งอาจใช้หลายวิธีควบคู่กันไป เช่น

การระบายน้ำปัสสาวะ (Bladder Drainage) ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะออกได้เลย แพทย์อาจต้องใส่สายสวนเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะ เพื่อนำน้ำปัสสาวะที่ตกค้างออก แต่ในกรณีที่เกิดการอุดตันของท่อปัสสาวะอาจจะต้องระบายออกทางช่องท้องช่วงล่างโดยตรง ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะออกได้ลำบาก ติดขัดเป็นช่วง ๆ ต้องดูเป็นรายบุคคล หากต้องใส่สายสวนในระยะยาว แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตนเองเมื่ออยู่ที่บ้าน

การใช้ยา มักใช้รักษาอาการฉี่ไม่ออกที่มีสาเหตุมาจากโรคต่อมลูกหมากโต ตัวยาจะไปหยุดการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมากหรือทำให้ต่อมลูกหมากหดตัวลง เช่น ยาดูทาสเทอไรด์ (Dutasteride) ยาฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) รวมถึงช่วยบรรเทาอาการจากการอุดตันให้ดีขึ้น โดยออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก ตัวอย่างยาที่ใช้ เช่น ยาอัลฟูโซซิน (Alfuzosin) ยาดอกซาโซซิน (Doxasoxin) ยาไซโลโดซิน (Silodosin) ยาทาดาลาฟิล (Tadalafil) ยาแทมซูโลซิน (Tamsulosin)

การผ่าตัด หากการรักษาในข้างต้นไม่ช่วยให้อาการให้ดีขึ้นหรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมาก แพทย์อาจแนะนำเข้ารับการผ่าตัดในหลายกรณี เช่น การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อกรีดขยายท่อปัสสาวะส่วนที่ตีบ (Internal Urethrotomy) แก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนจากกระเพาะปัสสาวะหย่อนลงมาในช่องคลอด ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อหรือเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งออกจากกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ

ภาวะแทรกซ้อนของอาการฉี่ไม่ออก

ผู้ป่วยที่ไม่รักษาอาการให้หายขาดอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือปัญหาทางสุขภาพในระยะยาวตามมา เช่น
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ น้ำปัสสาวะเป็นของเสียที่ต้องขับออกจากร่างกาย เมื่อไม่สามารถถ่ายปัสสาวะออกได้ตามปกติก็อาจเพาะเชื้อแบคทีเรียจนเกิดติดเชื้อภายในกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ
กระเพาะปัสสาวะเสียหายหรือทำงานผิดปกติ กระเพาะปัสสาวะต้องขยายอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากไม่สามารถขับน้ำปัสสาวะออกมาได้ตามปกติ จึงอาจส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะได้รับเสียหายหรือทำงานผิดปกติ
ไตทำงานผิดปกติ ในบางรายอาจเกิดการไหลย้อนกลับของน้ำปัสสาวะกลับเข้าไปในไต ทำให้ไตได้รับความเสียหายหรือเกิดรอยแผลเป็น
ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ เป็นภาวะแทรกซ้อนแบบชั่วคราวจากการผ่าตัดผ่านทางท่อปัสสาวะ ซึ่งไปรบกวนระบบขับปัสสาวะในสภาวะปกติ ทำให้ผู้ป่วยกลั้นปัสสาวะไม่ได้ โดยระยะเวลาในการฟื้นตัวจะอยู่หลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน

การป้องกันอาการฉี่ไม่ออก



อาการฉี่ไม่ออกเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงยังไม่สามารถป้องกันได้เต็มที่ แต่อาจลดความเสี่ยงได้ด้วยการรักษาโรคต้นเหตุให้หายขาด เช่น ผู้ชายที่เป็นโรคต่อมลูกหมากควรรับประทานยาที่แพทย์สั่งจ่าย และเลี่ยงการใช้ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ หรือยาที่มีฤทธิ์หดหลอดเลือดช่วยในการลดบวมของเนื้อเยื่อ (Decongestant) เพราะเป็นยาในกลุ่มที่มีผลต่ออาการมากขึ้น สำหรับผู้หญิงที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะหย่อนลงมาในช่องคลอดหรือไส้ตรงยื่นย้อยในระดับไม่รุนแรงควรออกกำลังกายฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตบางส่วน เพื่อป้องกันอาการฉี่ไม่ออกจากปัญหาท้องผูก



https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan