วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย หูหนวก


ความหมาย หูหนวก


หูหนวก (Deafness) หรือสูญเสียการได้ยิน เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีความสามารถในการได้ยินลดลงหรือสูญเสียการได้ยินทั้งหมด โดยเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นในภายหลัง โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่ เช่น ประสาทหูเสื่อมเพราะอายุมากขึ้น กรรมพันธุ์ การได้รับบาดเจ็บ หรือการได้ยินเสียงดังเป็นเวลานาน



นอกจากนั้น หูหนวกอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ได้ ดังนั้น หากพบว่าตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน หรือสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหันกับหูข้างใดข้างหนึ่งหรือพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะมีโอกาสที่จะรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้

อาการของหูหนวก
อาการของหูหนวกมักจะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวตั้งแต่เริ่มต้น หรืออาจเกิดขึ้นได้อย่างกะทันหัน ซึ่งการเอาใจใส่สุขภาพหรือคอยสังเกตอาการของตนเอง จะช่วยให้หาสาเหตุและรับการรักษาจากแพทย์ได้ทันท่วงที

อาการของหูหนวกที่พบได้ทั่วไป ได้แก่
ได้ยินเสียงพูดของผู้อื่นไม่ชัดเจนหรือได้ยินลำบากขึ้น ทำให้ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีการสนทนากันเป็นกลุ่ม
มักให้ผู้อื่นพูดซ้ำ พูดให้ดังขึ้น หรือพูดช้าลง เนื่องจากไม่สามารถฟังได้ชัดเจน
ได้ยินเสียงต่าง ๆ ลำบากขึ้น เช่น ไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์หรือไม่ได้ยินเสียงออดประตู
ไม่สามารถหาที่มาของแหล่งกำเนิดเสียงได้
เวลาฟังเพลงหรือดูโทรทัศน์จะเปิดเสียงดังกว่าปกติ
มักรู้สึกเครียดหรือเหนื่อยจากการที่ต้องตั้งใจฟังเสียงมากกว่าปกติ หรือไม่ชอบอยู่ในวงสนทนา
มีอาการเสียงดังในหู (Tinnitus) ซึ่งเป็นอาการของหูอื้อ ได้ยินคล้ายเสียงแมงหวี่ เสียงผึ้ง โดยมักพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการสูญเสียการได้ยิน


อาการของหูหนวกในเด็กทารกหรือเด็กวัยหัดเดิน ได้แก่
เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 4 เดือน เมื่อเกิดเสียงจะไม่หันไปหาที่มาของเสียง
เด็กไม่พูดหรือออกเสียงตามที่ควรจะเป็น แม้จะมีอายุ 1 ปี (โดยปกติ เด็กอายุ 1 ปี ควรพูดได้ 1 คำที่มีความหมาย)
เด็กจะตอบสนองเมื่อเห็นพ่อแม่ แต่จะไม่ตอบสนองหากถูกเรียกชื่อ
ไม่มีอาการผวาหรือตกใจเมื่อเกิดเสียงดัง
ได้ยินเสียงเพียงบางเสียงเท่านั้น โดยจะไม่ได้ยินทั้งหมดทุกเสียง

อาการของหูหนวกในเด็ก ได้แก่
มีการเรียนรู้ที่จะพูดได้ช้า หรือพูดไม่ชัดเจน
เด็กจะต้องให้ผู้อื่นพูดซ้ำอีกรอบ หรือตอบคำถามได้ไม่เหมาะสม เนื่องจากฟังไม่ถนัด
เมื่อเรียกแล้วไม่มีการตอบสนอง
เด็กมักจะพูดเสียงดังมาก
มักจะเปิดเสียงโทรทัศน์ดังมาก
มักจะมองและเลียนแบบผู้อื่น หากได้รับคำสั่งให้ทำกิจกรรมบางอย่าง เนื่องจากเด็กไม่ได้ยิน

หากพบว่าตนเองหรือเด็กมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน หรือพบว่าเมื่อตื่นเช้ามาหูข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ยินอย่างกะทันหันหรือไม่ได้ยินเป็นเวลา 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

สาเหตุของหูหนวก

การสูญเสียการได้ยินมีสาเหตุมาจากการเสียความสามารถในการนำเสียงไปยังสมอง โดยการสูญเสียการได้ยินแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

การสูญเสียการได้ยินจากการนำเสียงบกพร่อง (Conductive Hearing Loss) เป็นสาเหตุจากเสียงไม่สามารถผ่านจากหูชั้นนอกไปสู่หูชั้นในได้ตามปกติ โดยมีสาเหตุ ได้แก่
ขี้หูปิดกั้นในหู น้ำเข้าหู สิ่งแปลกปลอมในหู
การติดเชื้อในหู
แก้วหูทะลุ (Perforated Eardrum) มีการฉีดขาดหรือเป็นหลุมที่แก้วหู
โรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis) มีหินปูนเกิดขึ้นผิดปกติที่หูชั้นกลาง ทำให้เสียงไม่สามารถผ่านจากหูชั้นกลางไปยังหูชั้นในได้ตามปกติ
เกิดความเสียหายกับกระดูกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน แก้วหูยุบตัว หรือภาวะโคเลสเทียโตมาร์ (Cholesteatoma)
การทำงานที่ผิดปกติของท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ซึ่งทำหน้าที่ปรับอากาศในช่องหูชั้นกลาง โดยต่อเชื่อมกับช่องคอหอย
เกิดการบวมรอบ ๆ ท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ซึ่งมีสาเหตุจากการผ่าตัดขากรรไกร หรือการใช้รังสีรักษามะเร็งโพรงจมูก

การสูญเสียการได้ยินที่โสตประสาท (Sensorineural Hearing Loss) เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหูชั้นในหรือประสาทการได้ยิน โดยมีสาเหตุ ได้แก่
อายุที่เพิ่มขึ้น (Presbycusis)
เกิดความบกพร่องของการได้ยินตั้งแต่กำเนิด หรือกรรมพันธฺ์
ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่หูหรือศีรษะ
ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
โรคมีเนีย (Meniere's Disease)
เนื้องอกของเส้นประสาทหู (Acoustic Neuroma)
การติดเชื้อที่เส้นประสาทการได้ยิน เช่น คางทูม หรือหัดเยอรมัน
เยื่อหุ้มสมองหรือสมองอักเสบ
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Mutiplesclerosis)
โรคหลอดเลือดในสมองแตก ตีบ หรือตัน (Stroke)
ภาวะแพ้ภูมิตนเอง
การรักษาหรือการใช้ยาบางชนิด เช่น การใช้รังสีบำบัดบริเวณโพรงจมูก ยาเคมีบำบัด หรือยาปฏิชีวนะ เช่น ยาแอสไพริน และยาอะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycoside) เป็นต้น
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรังหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน

การรับฟังเสียงบกพร่องแบบผสม (Mixed Hearing Loss) เป็นกรณีที่ทั้ง 2 สาเหตุข้างต้นเกิดขึ้นพร้อมกัน คือเกิดการสูญเสียความสามารถในการนำเสียงของหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง ร่วมกับการสูญเสียความสามารถของหูชั้นในและระบบประสาทการได้ยิน

การวินิจฉัยหูหนวก
แพทย์จะวินิจฉัยโดยเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจหู และอาจมีการทดสอบเพิ่มเติม ได้แก่
ตรวจหู แพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจหู (Otoscope) เพื่อหาสาเหตุที่มีผลต่อการได้ยิน เช่น ขี้หู การอักเสบ หรือการติดเชื้อ รวมไปถึงตรวจดูส่วนต่าง ๆ ในช่องหูที่อาจเกิดปัญหาและเป็นสาเหตุให้สูญเสียการได้ยิน
ตรวจคัดกรองด้วยส้อมเสียง (Tuning Fork Tests) เป็นการทดสอบด้วยอุปกรณ์โลหะ ที่จะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจคัดกรองประเภทของการสูญเสียการได้ยินในเบื้องต้น ว่าเป็นการสูญเสียการได้ยินจากการนำเสียงบกพร่อง หรือสูญเสียการได้ยินที่โสตประสาท
ตรวจวัดการได้ยินด้วยเสียงบริสุทธิ์ (Pure-Tone Audiometry) เป็นการตรวจสอบการได้ยินของหูทั้งสองข้างด้วยเครื่องทดสอบการได้ยิน (Audiometer) โดยเครื่องดังกล่าวจะให้ระดับความดังของเสียงหรือระดับสูงต่ำของเสียงที่แตกต่างกันไป แพทย์จะให้ผู้ป่วยฟังเสียงดังกล่าวผ่านทางหูฟังและให้ตอบสนองต่อเสียงที่ได้ยิน เช่น ให้กดปุ่ม
ตรวจการได้ยินโดยการนำเสียงทางกระดูก (Bone Conduction Test) เป็นการตรวจด้วยการวางเครื่องสั่นไว้บริเวณกระดูกมาสตอยด์ของหูข้างที่จะตรวจ ซึ่งเสียงจะเดินทางผ่านกระดูกมาสตอยด์ไปยังหูชั้นใน ทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานของหูแต่ละส่วนได้
ตรวจคัดกรองการได้ยินในเด็กแรกเกิด (Newborn Hearing Screening) การตรวจนี้จะช่วยให้ทราบถึงการได้ยินของเด็ก และหากพบว่าเด็กมีปัญหาการได้ยินหรือสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร จะช่วยให้หาทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

ระดับของการสูญเสียการได้ยิน
หูตึงเล็กน้อย เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยิน คือ 21-40 เดซิเบล บางรายอาจทำให้ได้ยินเสียงพูดได้ไม่ถนัด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงดังรอบ ๆ
หูตึงปานกลาง เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยิน คือ 41-70 เดซิเบล อาจทำให้ฟังเสียงพูดได้ลำบาก หากไม่ได้ใช้เครื่องช่วยฟัง
หูตึงรุนแรง เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยิน คือ 71-90 เดซิเบล กรณีนี้ผู้ป่วยต้องใช้วิธีอ่านปากหรือใช้ภาษามือในการสื่อสาร ในขณะที่ใช้เครื่องช่วยฟังร่วมด้วย
หูหนวก เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยินต้องมากกว่า 90 เดซิเบล โดยกรณีนี้ผู้ป่วยสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) หรือต้องสื่อสารด้วยการอ่านปากและใช้ภาษามือ

การรักษาหูหนวก
การรักษาหูหนวกมีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ซึ่งวิธีการรักษา ได้แก่
หากขี้หูอุดตันจนทำให้การได้ยินเสียงแย่ลง แพทย์จะนำขี้หูออกโดยการใช้น้ำมันหยอดหูทำให้ขี้หูนิ่มลง ใช้ยาละลาย เขี่ยออก หรือดูดออก
หากการสูญเสียการได้ยินมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย รักษาได้ด้วยการให้ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะ
การผ่าตัดจะมีความจำเป็นหากเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือหากเกิดการติดเชื้อซ้ำที่ต้องสอดท่อเพื่อระบายน้ำออก รวมไปถึงการผ่าตัดเพื่อระบายของเหลว ซ่อมแซมแก้วหูที่ทะลุ หรือแก้ไขกระดูกที่เกิดปัญหา

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียการได้ยินที่มีสาเหตุมาจากความเสียหายของหูชั้นในหรือโสตประสาทจะเป็นการสูญเสียอย่างถาวร โดยวิธีที่ช่วยให้ได้ยินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ดังนี้
เครื่องช่วยฟัง (Hearing Aids) เป็นเครื่องที่ช่วยขยายเสียงให้ผู้ป่วยได้ยินชัดขึ้นและช่วยให้ได้ยินง่ายขึ้น โดยผู้ป่วยต้องปรึกษากับนักตรวจการได้ยินถึงประโยชน์ในการใช้เครื่องช่วยฟัง หรือวิธีการใช้และความเหมาะสมในการใช้กับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งเครื่องช่วยฟังมีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ เครื่องช่วยฟังชนิดฟังเสียงทางอากาศ (Air conduction Hearing Aid) หรือเครื่องช่วยฟังชนิดฟังเสียงทางกระดูก(Bone Conduction Hearing Aid)
ประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) เป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำงานทดแทนหูชั้นในส่วนที่ได้รับความเสียหายหรือไม่ทำงาน โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะแปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่จะช่วยกระตุ้นเซลล์ขนภายในอวัยวะรับเสียงให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น มักจะใช้กับผู้ป่วยที่ประสาทหูเสื่อมอย่างรุนแรง เช่น ผู้ป่วยหูหนวกหรือหูเกือบหนวก

ภาวะแทรกซ้อนของหูหนวก
หูหนวกหรือสูญเสียการได้ยินอาจส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง เช่น ในหมู่ผู้ป่วยวัยสูงอายุมักเกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือรู้สึกแย่ เพราะมักถูกโกรธหรือเกิดความไม่เข้าใจกันกับผู้อื่น เนื่องจากเกิดอุปสรรคในการสื่อสาร นอกจากนั้น มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบหรือเกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตมานานหลายปีก่อนที่จะได้รับการรักษา และบางรายไม่ได้หาทางรักษาเลย หรือบางรายเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมหรือคนรอบข้าง ซึ่งจะทำให้คนรอบข้างหรือคนที่รักเกิดความลำบากใจ

การป้องกันหูหนวก

เนื่องจากมีผู้ป่วยหูหนวกจำนวนมากที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญเพื่อช่วยให้การได้ยินเป็นปกติได้ในระยะยาว โดยวิธีป้องกันการสูญเสียการได้ยินทำได้ดังนี้
หลีกเลี่ยงเสียงที่ดังเกินไป เสียงที่ดังมากจะสังเกตได้ง่าย ๆ คือ ต้องตะโกนดัง ๆ แข่งกับเสียงรอบข้าง ซึ่งอาจดังมากพอที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อการได้ยิน เช่น เสียงโทรทัศน์หรือวิทยุที่ดังมาก เสียงรถมอเตอร์ไซค์ เสียงจากลำโพงเวลาไปดูคอนเสิร์ต เสียงเครื่องมือขุดเจาะหรือเลื่อยไฟฟ้า และเสียงจากหูฟังที่เปิดดังเกินไป
ปกป้องด้วยการใช้ที่ป้องกันเสียง หากในชีวิตประจำวันหรือการทำงานต้องเผชิญกับเสียงดังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถใช้ที่ป้องกันเสียง ได้แก่
ที่อุดหู (Earplug) ส่วนใหญ่จะทำจากโฟมหรือยาง โดยนำมาใส่เข้าไปในหูเพื่อป้องกันเสียงดัง ช่วยลดเสียงลงได้ 15-30 เดซิเบล หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปหรืออาจสั่งทำแบบพิเศษให้พอดีกับหูแต่ละคน
ที่ครอบหู (Earmuff) ลดเสียงให้เบาลงได้ประมาณ 15-30 เดซิเบล โดยการใช้ที่ครอบหูต้องเลือกให้พอดีกับหูทั้ง 2 ข้าง ไม่ให้หลวมจนเกินไป เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดี นอกจากนั้นอาจใส่ที่อุดหูและที่ครอบหูพร้อมกันเพื่อการป้องกันเสียงดังได้ดียิ่งขึ้น
เลิกสูบบุหรี่ จากการวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงให้สูญเสียการได้ยิน สำหรับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับควันบุหรี่
กำจัดขี้หูอย่างถูกวิธี การก่อตัวและการสะสมของขี้หูจะปิดกั้นการได้ยินเสียง โดยไม่ควรใช้ไม้พันสําลี (Cotton Swab) เพื่อเอาขี้หูออก เพราะอาจเป็นการดันให้ขี้หูเข้าไปลึกยิ่งขึ้น หากขี้หูเข้าไปอัดแน่นในหูและปิดกั้นการได้ยิน ควรไปพบแพทย์
ตรวจสอบการใช้ยาที่อาจมีผลกระทบต่อการได้ยิน มียารักษาโรคจำนวนมากที่มีผลกระทบต่อการได้ยิน เช่น ยาปฏิชีวนะและยาต้านมะเร็ง หรือยาแอสไพรินที่ใช้ในปริมาณมาก หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ถึงผลกระทบต่อการได้ยิน หรือให้แพทย์ตรวจสอบการได้ยินก่อนการรักษา
ทดสอบการได้ยิน หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อไปนี้ ควรได้รับการทดสอบการได้ยินเป็นประจำ ได้แก่
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นหูหนวก
มีปัญหาในการได้ยินระหว่างการสนทนา
อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเป็นประจำ
ได้ยินเสียงดังในหูหรือหูอื้ออยู่บ่อยครั้ง
https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan