วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย ตาเข


ความหมาย ตาเข


ตาเข (Strabismus/Squint) หรือตาเหล่ เป็นปัญหาทางสายตาที่เกิดจากดวงตาทั้ง 2 ข้างไม่มองไปในทิศทางเดียว ข้างใดข้างหนึ่งอาจมองตรง ส่วนอีกข้างอาจจะเฉไปด้านใน ด้านข้าง บน หรือล่าง โดยพบได้บ่อยในเด็กเล็ก เกิดได้กับทุกวัย



ตาเขแบ่งออกได้หลายแบบ ดังนี้
แบ่งตามทิศทางการเข เช่น ตาเขเข้าด้านใน (Esotropia) ตาเขออกด้านนอก (Exotropia) ตาเขขึ้นบน (Hypertropia) ตาเขลงล่าง (Hypotropia)
ตาเขที่เป็นตลอดเวลา (Constant Strabismus) หรือเป็นบางเวลา (Intermittent Strabismus)
ตาเขชนิดเห็นได้ชัด (Manifest Strabismus)มองเห็นลักษณะการเขของดวงตาได้ชัดเจน หรือตาเขชนิดแอบแฝง (Latent Strabismus) ดวงตาเป็นปกติเวลาลืมตา แต่จะมีอาการตาเขเมื่อหลับตาอีกข้าง
การแบ่งตามมุมเบี่ยงเบนของตาในทิศทางต่าง ๆ เมื่อมีการกลอกตา บางรายเป็นตาเขประเภทที่เรียกว่า Concomitant Strabismus คือ ดวงตามีมุมเบี่ยงเบนเกิดขึ้นเท่า ๆ กันในทุกทิศทางของการกลอกตา และอีกแบบเรียกว่า Incomitant Strabismus ซึ่งดวงตาจะมีมุมเบี่ยงเบนของตาแตกต่างกันไปในแต่ละทิศทาง เช่น เมื่อกลอกตาไปทางซ้าย อาจไม่พบอาการตาเข แต่เมื่อกลอกตาไปทางขวา กล้ามเนื้อตาของดวงตาข้างใดข้างหนึ่งไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เท่าอีกข้าง ทำให้ดวงตาไม่อยู่ในตำแหน่งปกติ
แบ่งตามอายุ ตาเขทั่วไปมักพบได้ในช่วง 3 ปีแรกของการเกิด แต่บางรายอาจพัฒนาขึ้นในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ โดยสาเหตุการเกิดของวัยเด็กและผู้ใหญ่จะมีความแตกต่างกัน

อาการตาเข



ตาเขในแต่ละบุคคลจะไม่เหมือนกัน บางรายอาจมีอาการตลอดเวลาหรือเกิดขึ้นชั่วคราว โดยอาการที่มักพบได้บ่อยมีดังนี้
มองเห็นภาพซ้อน ตามัว มองไม่ชัด
เมื่อยตา ตาล้า
ดวงตาไม่มองในทางเดียวกัน
การเคลื่อนที่ของดวงตาไม่ไปพร้อมกัน
การคาดคะเนระยะหรือวัดความห่างระหว่างวัตถุกับสิ่งอื่น ๆ ทำได้ยาก
สูญเสียการมองเห็น

การสังเกตอาจทำได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะในทารกและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดตาเขมากกว่าวัยผู้ใหญ่ และตัวเด็กเองก็อาจแยกไม่ออกว่าเกิดอาการกับดวงตาหรือไม่ ยกเว้นในกรณีที่มองเห็นความผิดปกติจากดวงตาได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมักเป็นเรื่องปกติที่พบอาการตาเขเป็นครั้งคราว เนื่องจากกล้ามเนื้อดวงตายังไม่แข็งแรง พ่อแม่จึงควรหมั่นสังเกตอาการของเด็กเป็นระยะ และขอคำแนะนำจากแพทย์หากทารกอายุมากกว่า 3 เดือนยังคงมีอาการตาเขเป็นครั้งคราวหรือเป็นตลอดเวลา เด็กบางคนอาจพยายามเอียงศีรษะหรือเหล่ตาเวลามอง ซึ่งอาจพัฒนาอาการตาเขหรือมองเห็นภาพซ้อนเมื่อโตขึ้น



กรณีที่พบความผิดปกติในการมองเห็น ปัญหาทางสายตาอื่น ๆ หรือสังเกตเห็นว่าตำแหน่งดวงตาผิดเพี้ยนไป ควรไปพบแพทย์ ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและพัฒนาการทางด้านสายตาเป็นไปตามวัย

สาเหตุของตาเข

ตาเขยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด บางรายมีอาการตาเขตั้งแต่กำเนิดหรืออาจพัฒนาขึ้นในช่วงหลัง โดยพบว่าอาการนี้ถ่ายทอดผ่านทางกรรมพันธุ์และอาจมีหลายปัจจัยกระตุ้นให้เกิด ได้แก่

ตาเขแต่กำเนิด (Congenital Strabismus) จะเกิดกับทารกแรกคลอดหรืออาจพัฒนาอาการขึ้นภายใน 6 เดือนหลังคลอด เนื่องจากกล้ามเนื้อตาทำงานไม่ประสานกัน ส่วนใหญ่จะเป็นตาเขเข้าด้านใน (Congenital Esotropia/Infantile Esotropia) และตาเขออกด้านนอก (Congenital Exotropia) อาการที่พบได้น้อยจะเป็นตาเขขึ้นบนหรือลงล่าง ซึ่งตาเขในลักษณะนี้ถ่ายทอดผ่านทางกรรมพันธุ์ได้ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

ตาเขที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางสายตา (Strabismus Related To Refractive Errors) อาจเป็นไปได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งเป็นผลมาจากการหักเหของแสงที่ส่องผ่านแก้วตาผิดปกติ

สาเหตุอื่น ๆ ในบางกรณีอาจพบอาการตาเขได้จากปัจจัยอื่น
สภาวะทางสมองหรือทางพันธุกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของอาการตาเข เช่น เด็กที่เป็นโรคสมองพิการ (Cerebral Palsy) กลุ่มอาการนูแนน (Noonan's Syndrome) กลุ่มอาการดาวน์ (Down's Syndrome) ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Hydrocephalus) การได้รับบาดเจ็บของสมองหรือมีเนื้องอก หรือบางภาวะที่พบได้น้อยอย่างโรคมะเร็งจอตาในเด็ก (Retinoblastoma) ก็อาจนำไปสู่อาการตาเขได้เช่นกัน
การติดเชื้อบางอย่าง เช่น โรคหัด ไซนัสอักเสบ
ความบกพร่องทางพัฒนาการ
ตาเขในผู้ใหญ่อาจเกิดได้จากโรคโบทูลิซึม (Botulism) ที่เป็นความผิดปกติทางระบบประสาท โรคเบาหวาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตาน้อยลง โรคเกรวฟส์ (Graves Disease) จากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré Syndrome) การได้รับบาดเจ็บทางดวงตา พิษจากการกินอาหารทะเลประเภทหอย โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง สูญเสียการมองเห็นจากโรคทางตาหรือได้รับการบาดเจ็บบริเวณดวงตา

การวินิจฉัยตาเข



เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีอาการตาเข เบื้องต้นแพทย์จะตรวจการมองเห็นของสายตาว่ามองไปในทิศทางเดียวพร้อมกันหรือไม่ โดยให้มองสิ่งของโดยปิดตาข้างใดข้างหนึ่งไว้และลืมตามองปกติ เพื่อดูการเคลื่อนไหวของดวงตาในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน (Cover/Uncover Test) ทำให้แพทย์ทราบได้ว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติของการมองเห็นในลักษณะใดและยังช่วยตรวจพบภาวะตาขี้เกียจ(Amblyopia/Lazy Eye) ซึ่งมักพบได้บ่อยในเด็กที่มีอาการตาเข จากนั้นจะเป็นการตรวจสายตาอย่างละเอียด (Standard Ophthalmic Exam) เริ่มตรวจได้ทุกวัยตั้งแต่เด็กทารก

นอกจากนี้ แพทย์จะตรวจร่างกายพื้นฐานทางจักษุวิทยาด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความเสี่ยงและอาการที่พบของผู้ป่วย เช่น การตรวจรีเฟล็กซ์กระจกตา (Corneal Light Reflex) การตรวจจอประสาทตา (Retinal Exam) การวัดสายตา (Visual Acuity Test) รวมไปถึงมีการตรวจทางด้านสมองหรือระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกันในบางราย

การรักษาตาเข

ตาเขรักษาได้หลายวิธี หากตรวจพบและรักษาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ โดยเฉพาะในช่วงอายุไม่เกิน 8 ปี จะมีโอกาสหายเป็นปกติได้สูงกว่าวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการพัฒนาของดวงตาและสมอง ซึ่งแนวทางในการรักษาอาจใช้หลายวิธีควบคู่กัน ดังนี้


สวมแว่นสายตา จะช่วยแก้ไขปัญหาสายตาของผู้ที่มีอาการตาเขจากภาวะความผิดปกติทางสายตาในระดับปานกลาง เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนและกระตุ้นให้ดวงตากลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติ


ใส่ที่ครอบตา ใช้รักษาผู้ที่มีภาวะตาขี้เกียจจากอาการตาเข โดยแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยสวมที่ครอบตากับดวงตาข้างที่เป็นปกติในระยะเวลาสั้น ๆ ในแต่ละวันหรือตลอดทั้งวันในช่วงเวลาที่ใช้งานดวงตา เพื่อช่วยกระตุ้นให้ดวงตาอีกข้างที่เกิดตาขี้เกียจได้ทำงาน แต่ไม่ได้ช่วยให้ตำแหน่งของดวงตาที่เขออกไปกลับมาเป็นปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องสวมที่ครอบตาติดต่อเป็นสัปดาห์หรือนานเป็นเดือนตามสถานการณ์ของแต่ละคน
การบริหารดวงตา เป็นการฝึกกล้ามเนื้อตาที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา เพื่อช่วยให้ทำงานของดวงตาทั้ง 2 ข้างประสานงานกันได้ดี


การผ่าตัด เมื่อการรักษาทั่วไปไม่ช่วยให้ตำแหน่งของสายตากลับมาเป็นปกติและอาการรุนแรงขึ้นแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดกล้ามเนื้อดวงตา เพื่อช่วยให้ดวงตาทำงานได้เป็นปกติและแก้ไขตำแหน่งของดวงตา แต่ในผู้ป่วยที่เกิดตาขี้เกียจหรือสูญเสียการมองเห็นร่วมด้วยจะต้องรักษาอาการเหล่านี้ก่อนผ่าตัด เพราะการผ่าตัดอาจช่วยแก้ไขตาเขให้กลับมาเป็นปกติ แต่ไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติของสมองในส่วนการรับรู้การมองเห็นหากอาการตาเขไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เด็ก ๆ
การฉีดยา เป็นการรักษาตาเขบางประเภท เช่น ตาเขเข้าด้านใน โดยแพทย์จะฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ซึ่งเป็นสารที่ลดการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ โดยฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อตาที่เป็นสาเหตุให้ตาเข ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว วิธีนี้มักใช้เป็นอีกทางเลือกของการรักษาอาการตาเข โดยสามารถช่วยบรรเทาอาการชั่วคราวได้นาน 1-3 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนของตาเข



การปล่อยให้เกิดอาการตาเขจะส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่สวยงาม เกิดความอับอาย และอาจนำไปสู่ปัญหาความผิดปกติของการมองเห็นหากปล่อยให้เป็นเรื้อรังโดยไม่รักษาให้หายขาด เช่น การมองเห็นภาพซ้อน ตามัวอย่างถาวร ภาวะตาขี้เกียจที่เกิดจากสมองไม่สั่งการดวงตาข้างที่ตาเข เนื่องจากถูกใช้งานน้อยกว่าข้างที่แข็งแรง จึงทำให้ดวงตาข้างนั้นไม่ถูกพัฒนาไปตามวัย หรือสูญเสียการมองเห็นถาวร นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการตาเขมาเป็นระยะเวลานานอาจรักษาได้ยากมากขึ้น และการผ่าตัดอาจจะช่วยได้เฉพาะการปรับตำแหน่งดวงตาให้กลับมาเป็นปกติ แต่อาจพบปัญหาในการมองเห็นเช่นเดิม

การป้องกันตาเข

การตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอเป็นการป้องกันอาการตาเขได้ดีที่สุด โดยเฉพาะเด็กอายุระหว่าง 3-5 ปี เนื่องจากการตรวจพบและรักษาตั้งแต่อายุยังน้อยจะมีโอกาสให้ดวงตากลับมาใช้งานได้เป็นปกติ ช่วยแก้ไขตำแหน่งดวงตาและการกะระยะของการมองเห็นให้ใกล้เคียงกับคนทั่วไป บางรายอาจหายเป็นปกติ

https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan