วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

ช็อกโกแลต เครื่องดื่มและขนมยอดนิยม กับผลต่อสุขภาพ


ช็อกโกแลต เครื่องดื่มและขนมยอดนิยม กับผลต่อสุขภาพ



ช็อกโกแลต คือ อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่ทำมาจากโกโก้ ซึ่งเป็นผลของพืชชนิดหนึ่งที่มีรสขม การผลิตช็อกโกแลตทำได้โดยนำผลโกโก้มาบดด้วยเครื่องปั่นจนกลายเป็นผง จากนั้นจึงนำผงโกโก้ที่ได้มาผสมกับวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อแต่งเติมกลิ่นและรส โดยเฉพาะรสหวาน เพื่อเพิ่มความน่ารับประทาน โดยการผลิตช็อกโกแลตออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น เป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หรือแม้แต่การแต่งกลิ่นน้ำหอมและเครื่องสำอางต่าง ๆ



โดยทั่วไป ช็อกโกแลตถูกปรุงแต่งรสชาติและส่วนผสมแตกต่างกันตามชนิดของมัน เช่น
ดาร์ค ช็อกโกแลต (dark chocolate) ประกอบด้วยน้ำตาล เนยโกโก้หรือไขมันที่ได้จากเมล็ดโกโก้ น้ำที่คั้นจากเมล็ดโกโก้บดละเอียด และอาจเพิ่มวานิลลาเข้าไปด้วย
ไวท์ ช็อกโกแลต (white chocolate) ประกอบด้วยน้ำตาล เนยโกโก้หรือไขมันที่ได้จากเมล็ดโกโก้ นมหรือผงนม และวานิลลา โดยไม่มีการใส่น้ำที่คั้นจากเมล็ดโกโก้บดละเอียด
มิลค์ ช็อกโกแลต (milk chocolate) เป็นการเพิ่มนมหรือผงนมเข้าไปในดาร์คช็อกโกแลต

เนื่องจากโกโก้ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของช็อกโกแลตนั้น มีส่วนประกอบของสารเคมีหลายชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ (flavonoids) สารฟีนิลเอทิลลามีน (phenylethylamine) และสารโพลีฟีนอล (polyphenol) จึงเชื่อว่าการบริโภคช็อกโกแลตอาจทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้ในหลายด้าน

แต่ถึงอย่างนั้น ในช็อกโกแลตก็ยังคงมีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่อาจออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหรือร่างกายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์และผลลัพธ์จากการบริโภคช็อกโกแลตในแนวทางที่หลากหลาย เพื่อพิสูจน์ความเชื่อและสมมติฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้บริโภค ดังต่อไปนี้

คุณประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้

ลดภาวะความดันโลหิตสูง เป็นอาการที่ความดันภายในหลอดเลือดแดงสูงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่มีความรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

เนื่องจากช็อกโกแลตมีส่วนประกอบเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากมายจากโกโก้ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ จึงมีการนำตัวอย่างช็อกโกแลตบางชนิดมาทำการศึกษาทดลอง จากหลาย ๆ งานวิจัยพบว่า หลังกลุ่มทดลองบริโภคดาร์คช็อกโกแลตแล้ว ระดับความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) ลดลงไปได้ถึง 2.8-4.7 มิลลิเมตรปรอท ในขณะที่ระดับความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) ลดลงไปถึง 1.9-2.8 มิลลิเมตรปรอท ทั้งจากการทดลองในกลุ่มผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตสูงและผู้ที่มีความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ส่วนงานวิจัยหนึ่งที่เปรียบเทียบประสิทธิผลในการลดระดับความดันโลหิตของช็อกโกแลต พบว่า ผู้ทดลองที่บริโภคดาร์คช็อกโกแลตมีระดับความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉลี่ยถึง 5 จุด และมีระดับความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) ลดลงโดยเฉลี่ย 2 จุด ในขณะที่ไม่พบประสิทธิผลในด้านนี้ในกลุ่มผู้ทดลองที่บริโภคไวท์ช็อกโกแลตแต่อย่างใด

ดังนั้น จากหลากหลายกระบวนการทดลอง จึงอาจสรุปได้ว่า ช็อกโกแลตช่วยในเรื่องการลดระดับความดันโลหิตลงได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อการรักษาฟื้นฟูอาการในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง แต่ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรศึกษาปริมาณและวิธีการบริโภคช็อกโกแลตในแต่ละรูปแบบอย่างเหมาะสมกับสุขภาพของตน เพราะช็อกโกแลตแต่ละชนิดก็มีส่วนผสมที่แตกต่างกัน และอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพในทางอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน

ประสิทธิผลที่ไม่ชัดเจนและมีหลักฐานไม่เพียงพอ

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อมโทรม จนเกิดอาการป่วยต่าง ๆ ขึ้นได้

มีความเชื่อเกี่ยวกับช็อกโกแลตว่าอาจมีผลต่อการรักษาบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้ เนื่องจากในช็อกโกแลตมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่อาจช่วยป้องกันการเกิดความเสียหายแก่เซลล์และเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ดังนั้น สารชนิดนี้ที่พบในช็อกโกแลตอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาล กระบวนการอักเสบของเซลล์ รวมถึงบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ จึงเป็นที่มาของการค้นคว้าทดลองด้วยการให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานบริโภคช็อกโกแลต แล้วตรวจวัดประเมินผลลัพธ์ที่ได้

จากการทดลองต่าง ๆ ที่ศึกษาประสิทธิผลของสารโพลีฟีนอลในช็อกโกแลตต่อการช่วยรักษาบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีงานทดลองหนึ่งพบว่า ช็อกโกแลตที่มีสารโพลีฟีนอลสูงอาจช่วยป้องกันการภาวะเซลล์บุผิวหลอดเลือดทำงานผิดปกติจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชันในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้

อีกงานวิจัยที่ทำการทดลองประสิทธิผลของโพลีฟีนอลจากช็อกโกแลตในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เช่นกัน ผลปรากฏว่า สารดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ด้วยการเพิ่มไขมันดี (HDL) แต่ไม่มีประสิทธิผลต่อการควบคุมน้ำหนักตัว กระบวนการอักเสบ การดื้อสารอินซูลิน หรือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้แต่อย่างใด

แม้มีผลลัพธ์ทางการทดลองที่พิสูจน์ว่าสารโพลีฟีนอลในช็อกโกแลตอาจช่วยบรรเทาบางอาการในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ แต่ก็มีหลักฐานอื่น ๆ ที่บ่งชี้ว่าช็อกโกแลตไม่ได้มีผลทางการรักษาอาการด้านอื่น ๆ ในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การค้นคว้าวิจัยในด้านนี้จึงควรดำเนินต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นต่อการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนาคต

ลดระดับไขมันในเลือด

เมื่อร่างกายมีการสะสมไขมันมากผิดปกติ หรือมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญออกไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเกิดภาวะอ้วน หรือภาวะน้ำหนักตัวเกิน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการป่วยและผลข้างเคียง เช่น เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ทำกิจกรรมต่าง ๆ ยากลำบากขึ้น สูญเสียความมั่นใจ นอนกรน ปวดข้อ ปวดหลัง ไขมันในเลือดสูง หอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้ และโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้

มีความเชื่อที่ว่าโกโก้ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของช็อกโกแลตอาจช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มเมล็ดโกโก้ อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกับเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ที่มีเส้นใยอาหารสูง เช่น รำข้าว จึงมีการทดลองให้ผู้ทดลองซึ่งเป็นชายหญิงสุขภาพดีจำนวน 25 ราย รับประทานซีเรียลช็อกโกแลตที่มีส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเมล็ดโกโก้เป็นอาหารเช้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า อาหารดังกล่าวมีประสิทธิผลช่วยในการขับถ่ายคล้ายเส้นใยธัญพืชอื่น ๆ และยังมีผลต่อการลดระดับไขมันในเลือดทั้งไขมันเลว (LDL) และไขมันดี (HDL)

อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวเป็นงานวิจัยขนาดเล็ก และทำการทดลองในช่วงเวลาสั้น ๆ จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงประสิทธิผลของช็อกโกแลตในด้านการลดระดับไขมันในร่างกาย เพื่อให้ได้ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไป

กลุ่มอาการเมื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome: CFS) เป็นอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากความเมื่อยล้า หรือเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก โดยอาการเหล่านั้นไม่ดีขึ้นหรือหายไปแม้ได้รับการพักผ่อนมากพอแล้ว ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณของโรคและการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่รุนแรงได้ โดยสาเหตุของกลุ่มอาการเมื่อยล้าเรื้อรังไม่อาจปรากฏอย่างชัดเจนเสมอไป อาจเกิดจากการป่วยติดเชื้อไวรัสต่าง ๆ ความเครียดหรืออาการทางจิต หรืออาจมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ

ดังนั้น จึงมีนักวิจัยทำการทดลองด้วยสมมติฐานที่ว่า สารเคมีในช็อกโกแลตอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองอย่างสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งจะช่วยปรับเกี่ยวกับสภาพอารมณ์และส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอที่อาจช่วยบรรเทากลุ่มอาการเมื่อยล้าเรื้อรังได้ โดยการทดลองดังกล่าวดำเนินขึ้นโดยให้กลุ่มผู้ทดลองจำนวนหนึ่งที่มีภาวะอาการเมื่อยล้าเรื้อรังบริโภคดาร์คช็อกโกแลตทุกวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ หลังสิ้นสุดกระบวนการทดลอง พบว่าผู้ร่วมทดลองรู้สึกมีอาการเมื่อยล้าลดน้อยลงหลังรับประทานช็อกโกแลต และพบว่าในกลุ่มผู้ทดลองไม่มีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวเป็นงานวิจัยขนาดเล็กในประเทศอังกฤษ และทำการทดลองในช่วงเวลาสั้น ๆ จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงประสิทธิผลของช็อกโกแลต เพื่อให้ได้ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนในด้านผลลัพธ์ของการบริโภคช็อกโกแลต ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในระบบต่าง ๆ เพิ่มเติมต่อไป

ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคทางดวงตาที่เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตา หรือเส้นประสาทตาที่เชื่อมระหว่างตากับสมองถูกทำลาย ปัจจัยหลักเกิดจากความดันในลูกตาสูง อันเนื่องมาจากการระบายน้ำออกของลูกตามีการอุดตันและเสื่อมสภาพ ทำให้ระบายน้ำออกจากลูกตาได้ไม่ดีพอ ความดันภายในลูกตาจึงเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนทำลายประสาทตาในที่สุด

นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ในช็อกโกแลต ว่าอาจมีผลทางการรักษาอาการเจ็บป่วยทางดวงตาและเส้นประสาทภายในจอตาได้ เนื่องจากสารฟลาโวนอยด์เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อเซลล์ร่างกาย อาจมีคุณสมบัติในการต้านฮิสตามีนที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ ต้านจุลชีพต่าง ๆ ที่อาจก่ออันตรายต่อร่างกาย ตลอดจนอาจช่วยกระตุ้นสภาวะอารมณ์ได้อีกด้วย ดังนั้น จึงมีการทดลองในผู้ป่วยโรคต้อหินจำนวน 30 ราย ด้วยการให้ผู้ป่วยบริโภคดาร์คช็อกโกแลตและไวท์ช็อกโกแลต หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง ได้ทำการตรวจวัดผลทั้งด้านระดับความดันโลหิต ความดันลูกตา และระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ปรากฏว่าไม่มีค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างก่อนและหลังการบริโภคช็อกโกแลตแต่อย่างใด

จึงอาจกล่าวได้ว่า ด้วยหลักฐานทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถยืนยันประสิทธิผลทางการรักษาของช็อกโกแลตต่อผู้ป่วยโรคต้อหินได้ แต่การทดลองนี้เป็นเพียงการทดลองขนาดเล็ก ที่ทำการทดลองและวัดผลในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ รวมทั้งอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่กระทบต่อการฟื้นฟูอาการของผู้ป่วยโรคต้อหิน ดังนั้น จึงควรมีการค้นคว้าวิจัยถึงประสิทธิภาพของสารต่าง ๆ ในช็อกโกแลต ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพด้านดวงตาและเส้นประสาทดวงตาต่อไปในอนาคต

ตับแข็ง

ตับเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการทำงานในร่างกาย เช่น กรองสารอาหารที่สำคัญกลับเข้าสู่กระแสเลือดและกรองของเสียออกนอกร่างกาย ผลิตโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ขนส่งออกซิเจน หรือเป็นส่วนประกอบของระบบภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อการทำงานของตับลดลงจะทำให้เกิดความผิดปกติอื่น ๆ ตามมา โดยตับแข็งเป็นหนึ่งในโรคตับที่เป็นผลมาจากเนื้อเยื่อตับถูกทำลายต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจากหลายสาเหตุ จนเกิดแผลเป็นและพังผืดขึ้น ทำให้ตับไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติ และอาจหยุดการทำงานลงจนนำไปสู่ภาวะตับวายเฉียบพลัน ซึ่งเสี่ยงเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

การทำงานผิดปกติของหลอดเลือดภายในตับที่ทำให้เกิดตับแข็ง มีส่วนมาจากการเกิดภาวะเครียดออกซิเดชันที่เพิ่มความดันหลอดเลือดในตับ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่าสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตอาจช่วยป้องกันภาวะดังกล่าวได้ จึงมีการทดลองให้ผู้ป่วยโรคตับแข็ง 22 ราย รับอาหารเหลวที่มีส่วนประกอบของดาร์คช็อกโกแลตและไวท์ช็อกโกแลต จากการทดลองปรากฏว่า การบริโภคดาร์คช็อกโกแลตช่วยขยายหลอดเลือดดำในผู้ป่วยโรคตับแข็ง ซึ่งช่วยในการไหลเวียนของเลือด และช่วยลดภาวะความดันโลหิตต่ำได้ โดยมีค่าที่วัดได้ก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดังนั้น การทดลองดังกล่าวจึงเป็นเพียงการทดลองขนาดเล็กที่มีผลลัพธ์และหลักฐานข้อพิสูจน์ที่ยังไม่ชัดเจน จึงควรมีการค้นคว้าทดลองประสิทธิผลของช็อกโกแลตต่อการรักษาฟื้นฟูอาการต่าง ๆ ในผู้ป่วยโรคตับแข็งเพิ่มเติมต่อไป

กระบวนการทางจิต

จากความเชื่อที่ว่าสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ในช็อกโกแลตอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานทางระบบประสาทและหลอดเลือดหัวใจ จึงมีสมมติฐานว่าช็อกโกแลตอาจมีผลต่อระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดและสภาพจิตใจได้ด้วย จึงมีงานทดลองหนึ่งที่ให้ผู้เข้ารับการทดลองจำนวน 101 รายบริโภคดาร์คช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์จากโกโก้เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า ไม่มีหลักฐานสนับสนุนใดที่ชี้ว่าการบริโภคช็อกโกแลตจะมีประสิทธิผลต่อสุขภาพทางประสาทจิตวิทยา หรือสุขภาพของหลอดเลือดหัวใจแต่อย่างใด

นอกจากนี้ มีงานวิจัยบางส่วนที่สนับสนุนว่าช็อกโกแลตไม่ส่งผลอย่างแน่ชัดต่อกระบวนการและสภาวะทางจิต ในขณะที่งานวิจัยอีกส่วนหนึ่งกลับชี้ว่า ส่วนผสมในช็อกโกแลตอาจช่วยในกระบวนการทางจิตในบางด้าน ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาค้นคว้าต่อไป ถึงประสิทธิผลและคุณประโยชน์ของช็อกโกแลตทั้งในทางสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทางการแพทย์ต่อไปในอนาคต

การปรับปรุงคุณภาพชีวิต

คุณภาพชีวิต คือ ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและอย่างมีความสุข ทั้งในคนปกติที่มีสุขภาพดี และในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวก็สามารถดูแลรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนในขณะที่เจ็บป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ประสิทธิผลของช็อกโกแลตต่อการรักษาป้องกันบางอาการเจ็บป่วย เช่น ความดันโลหิตสูง ดังนั้น จึงมีการศึกษาเชิงติดตามผลในระยะยาวเกี่ยวกับการบริโภคช็อกโกแลตในผู้เข้าร่วมการวิจัยจำนวน 4,599 ราย แต่จากการติดตามผลในระยะเวลา 3.5 ปี ในผู้ที่บริโภคช็อกโกแลตเป็นประจำทั้งปริมาณมากกว่าหรือน้อยกว่า 10 กรัม/วัน กลับพบว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนใดบ่งชี้ได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคช็อกโกแลตกับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

แม้จะมีผู้เข้าร่วมการวิจัยจำนวนมาก แต่การทดลองดังกล่าวเป็นการติดตามผลในระยาว และอาจมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมายที่อาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การทดลองได้ ดังนั้น จึงยังไม่อาจสรุปประสิทธิผลของช็อกโกแลตในระยะยาวต่อการปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้ จึงควรมีการศึกษาค้นคว้าในด้านนี้เพิ่มเติมต่อไป

ปริมาณที่ปลอดภัยในการบริโภคช็อกโกแลต

แม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนที่สนับสนุนประสิทธิผลของช็อกโกแลตในบางด้าน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ยิ่งไปกว่านั้น ช็อกโกแลตแต่ละชนิดถูกผลิตออกมาในรูปแบบที่แตกต่างและหลากหลาย ปริมาณส่วนประกอบที่สำคัญในช็อกโกแลตจึงแตกต่างกันไปด้วย นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ของช็อกโกแลตในแต่ละผลิตภัณฑ์ เช่น การคัดเลือกเมล็ดโกโก้ กระบวนการผลิตผงโกโก้และช็อกโกแลต ขั้นตอนและวิธีการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต เป็นต้น

ดังนั้น ผู้บริโภคควรระมัดระวังในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด ศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางโภชนาการเกี่ยวกับช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อนการบริโภค และควรรับประทานช็อกโกแลตในปริมาณที่พอดีในแต่ละวัน ไม่บริโภคมากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงที่อาจกระทบต่อสุขภาพจนทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ตามมาได้

สำหรับคนทั่วไป การบริโภคช็อกโกแลตในปริมาณที่พอดีจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่เนื่องจากช็อกโกแลตมีสารประกอบมากมายรวมทั้งสารคาเฟอีน ในบางครั้ง การบริโภคช็อกโกแลตจึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น
กระสับกระส่าย กระวนกระวาย
ปัสสาวะเพิ่มขึ้น
นอนไม่หลับ
ใจสั่น ใจเต้นแรง
มีผื่น หรืออาการแพ้ที่ผิวหนัง
คลื่นไส้
ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องไส้ปั่นป่วน หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร
ท้องผูก
อาจเพิ่มความเสี่ยงอาการปวดหัวไมเกรน

ผู้ที่ตั้งครรภ์และผู้ที่กำลังให้นมบุตร หากบริโภคในปริมาณที่พอดี จะไม่ส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแก่แม่และเด็ก แต่ผู้ที่ตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตรควรระมัดระวังด้านปริมาณการบริโภคมากเป็นพิเศษ เพราะคาเฟอีนในช็อกโกแลตอาจเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กได้ เช่น ภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อยในเด็กแรกเกิด หรือภาวะแท้ง โดยผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตแต่ละชนิดจะมีคาเฟอีนประมาณ 2-35 มิลลิกรัม ตัวอย่างเช่น ช็อกโกแลตร้อนหนึ่งแก้วจะมีคาเฟอีนประมาณ 10 มิลลิกรัมในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านแนะนำปริมาณการบริโภคคาเฟอีนสูงสุดในขณะตั้งครรภ์ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/วัน

ส่วนผู้ที่กำลังให้นมบุตรควรระมัดระวังในการบริโภคช็อกโกแลตเช่นกัน โดยไม่ควรบริโภคช็อกโกแลตเกิน 16 ออนซ์หรือประมาณ 450 มิลลิกรัม/วัน เพราะเชื่อว่าคาเฟอีนทั้งหมดที่เข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดของผู้เป็นแม่ครึ่งหนึ่ง และอาจถูกส่งผ่านทางน้ำนมไปยังทารกจนทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อเด็กได้ เช่น ส่งผลกระทบต่อระบบลำไส้ทำให้เด็กขับถ่ายบ่อย

ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังในการบริโภคช็อกโกแลตเป็นพิเศษ เช่น
ภาวะความดันโลหิตสูง แม้จะมีงานวิจัยสนับสนุนว่าสารบางชนิดในช็อกโกแลตช่วยลดระดับความดันโลหิตลงได้ แต่สารคาเฟอีนในช็อกโกแลตก็อาจเพิ่มระดับความดันโลหิตให้สูงขึ้นในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ป่วยควรระมัดระวังในการบริโภค ส่วนปริมาณช็อกโกแลตที่แนะนำให้บริโภค/วัน เพื่อช่วยในการควบคุมระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง คือ ควรบริโภคดาร์คช็อกโกแลต หรือมิลค์ช็อกโกแลตปริมาณ 46-105 กรัม/วัน ซึ่งจะมีสารประกอบที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล (Polyphenols) อยู่ประมาณ 213-500 มิลลิกรัมในนั้น
ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด สารประกอบในช็อกโกแลตอาจรบกวนการควบคุมระดับน้ำตาลในระหว่างและหลังการผ่าตัด ดังนั้น ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดจึงควรหยุดรับประทานช็อกโกแลตอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันผ่าตัด
โรคหัวใจ คาเฟอีนในช็อกโกแลตอาจทำให้ใจสั่น หัวใจเต้นแรงขึ้น หรือหัวใจเต้นผิดปกติ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ จึงควรระมัดระวังการบริโภคอาหารใด ๆ ที่มีคาเฟอีน รวมถึงช็อกโกแลตด้วย
โรคเบาหวาน ช็อกโกแลตอาจส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ และรบกวนการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
โรคกระดูกพรุน คาเฟอีนในช็อกโกแลตอาจส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมและการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจึงควรระมัดระวังในการบริโภคช็อกโกแลต
ภาวะเลือดออกผิดปกติ สารประกอบในช็อกโกแลตอาจชะลอการแข็งตัวของเลือด และอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะมีเลือดไหลและการเกิดจ้ำเลือดได้
ภาวะวิตกกังวล สำหรับผู้ป่วยโรควิตกกังวล สารคาเฟอีนในช็อกโกแลตอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงได้
กรดไหลย้อน สารในช็อกโกแลตอาจรบกวนการทำงานของหลอดอาหารและระบบทางเดินอาหาร จนทำให้อาการกรดไหลย้อนแย่ลงได้
กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน และท้องร่วง หากบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป อาจทำให้ผู้ที่มีกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวนรวมถึงอาการท้องร่วงทรุดหนักลงได้
ต้อหิน สารคาเฟอีนในช็อกโกแลตอาจเพิ่มแรงดันลูกตาได้ ผู้ที่มีอาการต้อหินจึงควรระมัดระวังในการบริโภคช็อกโกแลต
ปวดหัวไมเกรน ช็อกโกแลตอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะปวดหัวไมเกรนในผู้ป่วยที่ไวต่ออาการป่วย

https://www.pobpad.com
🤫ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก>👉http://line.me/ti/p/%40morya
☘️ฝากขายสินค้ากับเรา นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก คลิก> http://line.me/ti/p/%vitaminthailand
😊สมัครงานกับเรา LINE: @bestjob
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและการใช้ยา อุปกรณ์การแพทย์ ความงามต่างๆคลิก> http://line.me/ti/p/%40drugth
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม คลิก> www.MoryaNaresuan.com และ www.หมอยานเรศวร.com
ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง คลิก> 👉http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand
ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา คลิก> https://www.facebook.com/moryanaresuan
ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ คลิก> https://www.instagram.com/promotionhothit
ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา คลิก> www.HAmorya.com
"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"
---------------------------------------------------------------------
"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"
TIMELINE 2010-2018
https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL
https://twitter.com/moryanaresuan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan