วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

หูอื้อ (Tinnitus)



หูอื้อ (Tinnitus)

หูอื้อ (Tinnitus) เป็นภาวะหรือการได้ยินเสียงดังในหูที่มาจากในร่างกายมากกว่าการได้ยินเสียงที่มาจากภายนอก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อย ถึงแม้ว่าจะเป็นอาการที่สร้างความรำคาญ แต่อาการหูอื้อไม่ได้เป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรงและสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หูอื้อ


อาการหูอื้อ

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อหูอื้อ จะทำให้ได้ยินเสียงต่าง ๆ ดังขึ้นในหูแตกต่างกันไป ตั้งแต่เสียงต่ำไปยังเสียงสูง เช่น เสียงอื้อ เสียงลม เสียงก้องในหู เสียงดังหึ่ง ๆ เสียงดังตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร เสียงแหลม ๆ หรือเสียงที่คล้ายกับเสียงผิวปาก เสียงที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงชั่วคราวหรือเป็นอย่างต่อเนื่องและอาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวหรือพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง ในผู้ป่วยบางราย เสียงอาจดังมากจนไปรบกวนและทำให้ขาดสมาธิหรือการได้ยินเสียง ทำให้ความคมชัดของเสียงลดลง และอาจรู้สึกเหมือนมีอะไรอุดหู

การเกิดหูอื้อมี 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นหูอื้อที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ โดยจะได้ยินเสียงดังอยู่ในหูเพียงคนเดียว (Subjective Tinnitus) และประเภทที่ 2 เป็นหูอื้อที่แพทย์สามารถได้ยินด้วยการใช้เครื่องช่วยฟัง (Stethoscope) เมื่อฟังที่หูของผู้ป่วย (Objective Tinnitus) ซึ่งถ้าหากการเกิดหูอื้อเป็นการรบกวนมาก ๆ จนกระทบต่อคุณภาพชีวิต ควรไปพบแพทย์เพื่อพูดคุยปรึกษาหรือหาทางรักษา

สาเหตุของอาการหูอื้อ

อาการหูอื้อสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อยมาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นที่หูชั้นกลาง เพราะหูชั้นกลางจะทำหน้าที่นำคลื่นเสียงไปยังหูชั้นในเพื่อส่งผ่านไปยังสมอง ซึ่งจะมีเพียงสัญญาณที่สมองสามารถรับได้เท่านั้นจึงแปลเปลี่ยนไปเป็นเสียงที่เราสามารถได้ยิน

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแก้วหูหรือกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ในหูชั้นกลาง สามารถแทรกแซงหรือรบกวนสื่อนำเสียงที่ส่งไปยังสมองได้ และเนื้องอกที่เกิดขึ้นในหูหรือประสาทหูก็สามารถทำให้เกิดเสียงในหูที่เป็นเสียงดังตุบ ๆ ตามจังหวะการเต้นของชีพจร
การได้ยินเสียงที่ดังมาก ๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หูอื้อได้ เช่น ผู้ที่ทำงานใช้เครื่องมือที่มีเสียงดังมาก ๆ และการฟังเพลงดัง ๆ หรือการไปชมคอนเสิร์ต ก็อาจทำให้เกิดหูอื้อได้ชั่วคราว

การใช้ยาบางชนิดสามารถทำให้เกิดหูอื้อหรือสูญเสียการได้ยิน (Ototoxicity) ในบางราย เช่น
การใช้ยาแอสไพรินในปริมาณมาก
ยาแก้แพ้
ยาซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine)
ยาขับปัสสาวะ เช่น บูมีทาไนด์ (Bumetanide)
ยาต้านมาลาเรีย เช่น ยาคลอโรควิน (Chloroquine)
ยาปฏิชีวนะที่ลงท้ายด้วยไมซิน (-mysin) เช่น ยาอิริโทรมัยซิน (Erythromycin)
ยารักษาโรคมะเร็งบางชนิด

นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการหูอื้อหรือเสียงดังในหู ได้แก่
การสูญเสียการได้ยินที่เกี่ยวข้องกับอายุที่มากขึ้น
กล้ามเนื้อกระตุกผิดปกติในหูชั้นกลาง
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease)
มีขี้หูมากเกินไป โดยอาการหูอื้อ มักเป็นทันทีหลังว่ายน้ำหรือดำน้ำ
ความดันโลหิตสูง
คลอเรสเตอรอลสูง
เกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือคอ
สิ่งแปลกปลอมหรือแมลงเข้าหู ซึ่งอาจเกิดร่วมกับอาการปวดหู
หูอื้อที่เกิดหลังจากเป็นหวัด อาจมีสาเหตุมาจากท่อยูสเตเชียนบวมจากโรคติดเชื้อและถ้ามีเยื่อแก้วหูบวมแดงร่วมด้วยอาจเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน
อาการหูอื้ออาจเกิดขึ้นหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หรือสูบบุหรี่
หากมีหูอื้อเป็น ๆ หาย ๆ สัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้อาจเกิดจากท่อยูสเตเชียนบวมจากโรคภูมิแพ้
ภาวะเครียด วิตกกังวล อารมณ์ซึมเศร้า
โรคความผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Joint Disorders)

การวินิจฉัยของอาการหูอื้อ

แพทย์จะทำการซักประวัติอาการและตรวจหูของผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อตรวจดูว่า มีความผิดปกติของหูชั้นนอก หูชั้นกลาง หรือหูชั้นใน และผู้ป่วยได้ยินเสียงคนเดียวหรือแพทย์ได้ยินเช่นกัน

แพทย์จะตรวจดูหูทางกายภาพและทำการทดสอบการได้ยิน (Audiogram) เพื่อดูว่าหูของผู้ป่วยได้ยินเสียงที่ความถี่ต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง หูข้างซ้ายและข้างขวาได้ยินเท่ากันหรือไม่ โดยจะให้ผู้ป่วยฟังเสียงผ่านทางหูฟัง และให้ผู้ป่วยส่งสัญญาณด้วยการให้ยกมือขึ้นหรือทำท่าทางเพื่อบ่งบองว่าได้ยินเสียงนั้น ๆ ซึ่งแพทย์จะสามารถวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้หูอื้อจากการเปรียบเทียบกับการได้ยินของคนอื่น ๆ ที่มีอายุและเพศเดียวกันกับผู้ป่วย

แพทย์อาจให้ทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูความเสียหายหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับหู เช่นการทำ CT Scan หรือ MRI Scan ซึ่ง 2 วิธีนี้จะเป็นการใช้รังสีเอกซเรย์และคลื่นวิทยุเพื่อสร้างภาพของอวัยวะภายในร่างกาย ซึ่งการเอกซเรย์แบบธรรมดาจะไม่สามารถเห็นเนื้องอก ความผิดปกติของหลอดเลือด หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อการได้ยิน

การรักษาอาการหูอื้อ

การรักษาอาการหูอื้อที่สำคัญคือ การรักษาที่ต้นเหตุ หากตรวจพบสาเหตุที่ชัดเจน แพทย์จะทำการรักษาภาวะทางการแพทย์ที่เป็นสาเหตุของหูอื้อ ซึ่งจะทำให้อาการหูอื้อนั้นหายขาดได้ เช่น หากหูอื้อเกิดจากขึ้หูอุดตัน แพทย์จะเอาขี้หูออกด้วยความระมัดระวังหรือให้หยอดยาละลายขึ้หู หากยารักษาโรคเป็นสาเหตุที่ทำให้หูอื้อ แพทย์จะให้หยุดยาและเปลี่ยนยาใหม่ที่ไม่มีผลข้างเคียงต่อการได้ยิน

สำหรับอาการหูอื้อที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอมเข้าหู แพทย์จะนำสิ่งแปลกปลอมออกจากหู หากหูอื้อเกิดจากการเป็นหวัดและอาจตรวจพบว่ามีหูชั้นกลางหรือไซนัสอักเสบร่วมด้วย แพทย์ก็อาจให้ยาปฏิชีวนะมารับประทาน หรือหูอื้อที่เกิดจากเนื้องอกในช่องหูก็จะต้องรับการผ่าตัดเนื้องอก

การรักษาด้วยยา

ยาบางชนิด เช่น ยาโรคซึมเศร้าและยาคลายวิตกกังวล สามารถช่วยลดเสียงที่เกิดขึ้นในหูได้สำหรับผู้ป่วยบางคน แต่อาจจะไม่ได้ผลกับทุกคนและอาจมีผลข้างเคียงรบกวนได้ โดยผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาหูอื้อ ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย ท้องผูก มองเห็นไม่ชัด ในบางรายอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้

การรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

การใช้เครื่องลดเสียงรบกวน สามารถช่วยลดเสียงดังที่เกิดขึ้นในหูเวลาที่หูอื้อได้ ด้วยการให้เสียงแห่งการผ่อนคลายหรือเสียงโทนต่ำ อาจลองใช้อุปกรณ์ที่คล้ายกับเครื่องช่วยฟังที่เรียกว่า Masking Devices ใส่ไว้ในหู ซึ่งเครื่องนี้จะคอยยับยั้งเสียงดังในหู

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ผู้ที่มีอาการหูอื้อสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยการลดความเครียด แม้ความเครียดไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของอาการหูอื้อ แต่สามารถทำให้อาการแย่ลงได้ สามารถลดความเครียดในชีวิตลงได้ด้วยการหางานอดิเรกที่ชอบทำ หรือปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนที่ไว้ใจหรือคนในครอบครัว นอกจากนั้น ควรหลีกเลี่ยงเสียงดังเพื่อลดความรุนแรงของอาการ

ภาวะแทรกซ้อนของอาการหูอื้อ

อาการหูอื้ออาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทำให้ไม่สบายตัว และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่สะดวกอย่างไรก็ตาม อาจมีผลกระทบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ซึ่งหากมีอาการหูอื้ออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการต่าง ๆ เช่น
มีความอ่อนเพลีย อ่อนล้า
มีความเครียด หรือมีปัญหาในการนอนหลับ
มีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่มีสมาธิ
มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
มีความวิตกกังวลและความหงุดหงิด
เป็นโรคซึมเศร้า

การรักษาภาวะแทรกซ้อนในข้างต้นอาจจะไม่ส่งผลกับอาการหูอื้อโดยตรง แต่จะช่วยให้รู้สึกดียิ่งขึ้นและไม่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงไปกว่าเดิม

การป้องกันอาการหูอื้อ

ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการหูอื้อคือการได้ยินเสียงดัง และได้ยินติดต่อกันเป็นเวลานาน หากต้องอยู่ในที่ที่แวดล้อมด้วยเสียงดังในระดับที่ไม่สามารถสนทนาในระดับเสียงปกติได้ หรือมีเสียงที่ดังเกินกว่า 85 เดซิเบล เช่น เสียงปืน เสียงประทัด เสียงระเบิด เสียงเครื่องจักร ควรใส่ที่อุดหูพื่อป้องกันเสียง หรือหลีกเลี่ยงจากที่ที่เกิดเสียงดัง รวมไปถึงการปรับเสียงวิทยุ โทรทัศน์หรือเครื่องฟังเพลงไม่ให้มีเสียงดังเกินไป

ควรป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหวัด หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการได้รับเชื้อหวัด และหากเป็นโรคภูมิแพ้ โรคโพรงจมูกหรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง ควรรักษาติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอาการกำเริบ แต่หากมีอาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหลและต้องขึ้นเครื่องบินควรใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการทางจมูกก่อนขึ้นเครื่องบินตามที่แพทย์แนะนำ

นอกจากนั้น ควรหมั่นสังเกตและหลีกเลี่ยงยารักษาโรคที่ทำให้เกิดอาการหูอื้อ ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เป็นระยะเวลานาน ๆ ควรพบแพทย์เพื่อทดสอบการได้ยินเป็นประจำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหรือป้องกับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับหูชั้นกลางและหูชั้นใน




ขอบคุณที่มา https://www.pobpad.com/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan