วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สิวอักเสบหายได้ มารู้จักวิธีป้องกันและรักษาสิวอักเสบ กันเถอะ! (ยารักษาสิวอักเสบ)

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ จริงๆ แล้วสิวอักเสบก็เกิดมาจากสิวทั่วไป เพียงแต่มีการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ จึงทำให้สิวธรรมดาๆ มีอาการบวมแดงและอักเสบเป็นหนอง โดยสาเหตุหลักๆ นั้นมี 2 ประการ ดังนี้
1 . เกิดจากมือของเรา เพราะอาการคันไม้คันมือที่ชอบบีบ แคะ แกะ เกา ทั้งสิวชนิดมีหัวหรือไม่มีหัวก็ตาม จึงทำให้หัวสิวแตกและเกิดการรั่วของคอมีโดน (Comedone) ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococci / Streptococci
2 . เกิดจากเชื้อประจำถิ่น เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีว่า Propionibacterium acnes หรือ Acnes นั่นเอง โดยจะกินไขมันบนผิวหน้าของเราเป็นอาหารและสามารถเจริญเติบโตได้ดี หากมีการอุดตันของไขมันที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง จากนั้นจึงสร้างเอนไซม์ที่เปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ซึ่งก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

ประเภทของสิวอักเสบ

1 . สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) คือ การอุดตันของกลุ่มขนอ่อน (Vellus hair) ที่อยู่ในรูขุมขน ซึ่งอาจจะพบแค่เพียงเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้ มักจะเกิดบริเวณจมูก คาง และหลัง
2 . สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นการอักเสบแค่ส่วนบนของผิวหนังเท่านั้น
3 . สิวชนิดหัวหนอง (Pustule) มีทั้งชนิดที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้นและที่อยู่ลึกลงมา ซึ่งถ้าเป็นหนองบนผิวหนังชั้นตื้นๆ จะสามารถรักษาให้หายได้รวดเร็วกว่าสิวชนิดตุ่มนูนแดง
4 . สิวอักเสบและเป็นก้อนลึก (Nodule) เป็นสิวอักเสบชนิดที่อยู่ลึกลงไปและเป็นก้อนบวม มักจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานและทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย
5 . สิวชนิดเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) รู้จักกันในชื่อ “สิวหัวช้าง” และก่อให้เกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่



การรักษาสิวอักเสบ

หลักการรักษาสิวอักเสบก็คือ เราจะต้องเอาหัวหนองออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยดูแลรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือทายาภายนอก โดยการรักษาสิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ
1 . สิวเป็นไต มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและแข็ง เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บแต่ว่าไม่มีหัวหนอง เวลาล้างหน้าแล้วมือไปโดนนั้นเจ็บมาก ก่อให้เกิดความรำคาญและรักษาหายช้า อีกทั้งยังเห็นเป็นรอยนูนแดงชัดเจน สำหรับวิธีการรักษาคือให้แต้มยาทาสิวหรือสมุนไพรสำหรับทาสิวเพื่อลดการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบลงไปโดยไม่มีหัวหนอง แต่จะต้องใช้เวลานานพอสมควร
2 . มีหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดในระยะนี้คือ ควรกระตุ้นให้หัวสิวสุกโดยเร็วที่สุด เพราะเราจะต้องเอาหนองออกมาให้หมด แต่เพื่อเป็นการป้องกันเกิดรอยแผลเป็น ควรจะต้องเอาหนองออกในช่วงเวลาที่สิวสุก ด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายของเราเกิดความร้อน
ซึ่งจะช่วยเร่งให้สิวสุกเป็นหนองเร็วมากขึ้น และเมื่อสิวสุกแล้วควรกดเอาหนองออกให้หมด จากนั้นใช้ครีมแต้มสิวทาบ่อยๆ ก็จะเริ่มตกสะเก็ดแล้วค่อยแต้มด้วยครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าการกดสิวจะต้องทำในช่วงที่สิวสุกเท่านั้น มิเช่นนั้นจะเกิดสิวหัวหนองซ้ำที่บริเวณเดิมๆ

สิวสุก เราสามารถเจาะเอาหัวหนองออกให้หมดในระยะนี้ได้ ซึ่งสิวจะหายไปเองโดยไม่เกิดการติดเชื้อ หรืออาจจะทาครีมแต้มสิวและครีมลดรอย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว


วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ เราต้องเลิกแคะ แกะ หรือเกาบนใบหน้าด้วยมือเสียที เนื่องจากมือของเราที่สัมผัสผิวหน้ามักจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหากมีสิวอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวสิวแล้วพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้
2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือมีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้
3 . ล้างหน้าให้สะอาด เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่คั่งค้างหรืออุดตันในรูขุมขนออกให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการล้างหน้าบ่อยๆ เท่านั้น แต่ต้องล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยขับของเสียและน้ำมันที่ตกค้างบนผิวหน้าไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว
4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและไม่ก่อให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าประเภท Water – based หรือ Oil – free จะเหมาะกับผิวที่เป็นสิวมากกว่า เพราะผิวหน้าของเราต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า เพื่อเป็นการสร้างความยืดหยุ่นเต่งตึงให้กับผิวพรรณ และไม่ก่อให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (Non – Comedogence)
5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาสิวอักเสบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ โดยให้ประสิทธิภาพในการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสูตรมาส์กหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองด้วยสมุนไพรรักษาสิว


ยารักษาสิวอักเสบ

รักษาสิวอักเสบด้วยครีมแต้มสิว ครีมแต้มสิวอักเสบจัดเป็นเวชสำอางควรซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรแนะนำเพราะบางตัวมีอาการข้างเคียงที่ต้องดูแลใกล้ชิด ครีมแต้มสิวในช่วงสิวอักเสบแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น
การรักษาสิวอักเสบด้วยครีมแต้มสิว
     – กลุ่มที่มีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะ ดังจะเห็นฉลากกำกับยา เช่น Clindamycin, Metronidazole กลุ่มนี้เหมาะกับสิวหัวหนองที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ว่าจะเป็น P.Acnes,Staphylococci หรือ Streptococci แต่การใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของเภสัชกรเพื่อป้องกันการดื้อยา อีกทั้งในบางคนอาจแพ้ยาเหล่านี้ทำให้ผิวเห่อ แดง และอักเสบจนลอกได้
     – กลุ่มอนุพันธุ์วิตามินเอ หรือเรียกว่าครีมในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) ครีมในกลุ่มนี้นอกจากลดการอักเสบของสิว ยังเป็นครีมที่ช่วยลดการขับน้ำมันส่วนเกิน จึงลดการอุดตันของสิว แต่ข้อเสียของครีมกลุ่มนี้ คือ ทำให้ผิวหนังระคายเคือง แดงเห่อ หรืออาจลอกเป็นขุย
     – กลุ่มที่มาจากสารสกัดธรรมชาติ ในปัจจุบันมีการวิจัยครีมแต้มสิวที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ครีมที่สกัดมาจากเปลือกมังคุด พบว่าให้ผลดีในด้านลดการอักเสบ อีกทั้งครีมกลุ่มนี้ไม่ทำให้เกิดการดื้อยา และพบอาการแพ้ได้น้อย


วิธีการรักษาสิวอักเสบด้วยการฉีดยา ในกรณีต้องการให้สิวอักเสบยุบตัวอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมใบหน้าให้พร้อมกับวันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นงานรับปริญญา งานแต่งงาน หรือแม้แต่วันไปสมัครงานใหม่ ทุกคนต่างอยากให้ผู้อื่นเห็นตัวเองในแบบที่สวยสดใสที่สุด แต่ถ้ามีสิวเจ้ากรรมอักเสบเป็นหนองอยู่บนใบหน้า ตัวเลือกหนึ่งในปัจจุบัน คือ การฉีดยาเข้าไปในบริเวณสิวอักเสบ โดยแพทย์ผิวหนังปัจจุบันจะใช้สเตอรอยด์ (Steroid) ฉีดเข้าไปที่สิวอักเสบ วิธีนี้สิวอาจยุบเร็วภายในหนึ่งวันเลยทีเดียว
การรักษาสิวอักเสบด้วยการฉีดยา
     ข้อดีของการใช้ยาฉีดสิวอักเสบ แน่นอนว่าสิวยุบตัวได้เร็ว ป้องกันการเกิดหลุมสิว เพราะไม่ต้องรอให้สิวสุกแล้วแกะเอาหนองออก สิวที่ได้รับการฉีดสเตอรอยด์จะยุบตัวลงได้เอง
     ข้อเสียของการใช้ยาฉีดสิวอักเสบ แน่นอนว่าการฉีดสเตอรอยด์เข้าที่สิวอักเสบหัวสิวยุบตัวก็จริง แต่ไม่ทำให้สิวหายขาด เพราะไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ สเตอรอยด์ช่วยลดการอักเสบแต่ไม่ช่วยในเรื่องการฆ่าเชื้อ สิวจึงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อยๆ อีกทั้งสิวอาจเกิดขึ้นที่บริเวณเดิมซ้ำๆ เพราะหัวสิวยังฝังลึกอยู่บริเวณนั้นเกิดเป็นไตแข็งๆ ขึ้น หากเครื่องมือที่ใช้ไม่สะอาดพออาจยิ่งทำให้เกิดการอักเสบลุกลามกว่าเดิม และที่สำคัญการใช้ยาฉีดชนิดนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะการฉีดยาที่ไม่ได้ปริมาณอาจไม่ทำให้สิวยุบทันใจ หรือถ้าฉีดยาในปริมาณมากเกินไปจะทำให้ผิวบริเวณนั้นยุบลงไปด้วย กลายเป็นเกิดหลุมบนใบหน้าแทน
วิธีการรักษาสิวอักเสบโดยใช้ยาชนิดรับประทาน นอกจากการรักษาสิวอักเสบแบบครีมทาภายนอก หรือการฉีดเพื่อให้สิวอักเสบยุบแล้ว ยังมีการใช้ยารับประทานเพื่อลดการอักเสบของผิว โดยยาที่ใช้รับประทานต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะมีผลข้างเคียง
การรักษาสิวอักเสบโดยใช้ยาชนิดรับประทาน
     11.1 ยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ที่เรียกว่า Isotretinoin ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ที่ใช้ทา คือ จะออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างน้ำมันจากต่อมไขมัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของ P.acnes เป็นยาที่ขับออกทางตับ ถ้าใช้โดยไม่อยู่ในการดูแลของแพทย์อาจทำให้เกิดตับอักเสบ ซึ่งอาจจะเป็นตับอักเสบแบบเฉียบพลันและทุเลาไปได้เอง หรือถ้ารุนแรงจะกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้ยังพบว่ายาตัวนี้ส่งเสริมให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง เลือดออกง่ายจึงห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ อาการข้างเคียงอื่นที่พบ คือ มีภาวะซึมเศร้า ปากแห้ง ตาแห้ง ระหว่างการรับประทานยาตัวนี้ แพทย์จะแนะนำให้งดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมทั้งยาบางชนิดที่อาจมีผลส่งเสริมให้เกิดภาวะตับอักเสบ เมื่อแพทย์ให้ใช้ยารักษาสิวอักเสบในกลุ่มนี้ควรแจ้งยาที่เรารับประทานเป็นประจำเพื่อให้แพทย์พิจารณา
     11.2 กลุ่มยาปฏิชีวนะ ยาในกลุ่มนี้ เช่น Doxycycline, Clindamycin, Tetracycline หรือ Amoxicillin ยาเหล่านี้ต่างช่วยลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acnes หรือแบคทีเรียตัวอื่น และแน่นอนว่ายาปฏิชีวนะเหล่านี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเช่นกัน เพราะขนาดที่ใช้ หรือปริมาณยาต้องให้แพทย์เป็นผู้คำนวณ เพราะยาเหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกนำมาทำลายที่ตับ ส่งผลให้เกิดตับอักเสบได้เช่นกัน และเพราะเป็นยาที่มีไว้ใช้สำหรับฆ่าเชื้อในบางคนอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน และยาบางตัวอาจทำลายไขกระดูกได้จึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
การใช้เลเซอร์ (Laser) มีการวิจัยพบว่าแบคทีเรีย P.acnes มีการสังเคราะห์เม็ดสีที่เรียกว่า พอร์ไฟลิน (Porphyrins) ซึ่งการใช้แสงยิงเข้าไปที่พอร์ไฟลินจะทำให้แบคทีเรียตาย เมื่อแบคทีเรียลดจำนวนลง การอักเสบก็ลดตามไปด้วย แต่เทคโนโลยีชนิดนี้ยังมีราคาค่อนข้างสูง
     ถึงแม้เราจะทราบถึงสาเหตุ และวิธีการดูแลและรักษาสิวอักเสบมานาน แต่ยังไม่มีวิธีใดที่ให้ผลการรักษาได้ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับลักษณะผิว ฮอร์โมน และความไวของบุคคลต่อการรักษา การดูแลพื้นฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า ไม่ว่าการรักษาความสะอาด การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดูแลเรื่องการขับถ่าย และการพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อมีปัญหาสิวขึ้นมาไม่ควรไปซื้อยาที่มีผลข้างเคียงมารับประทานเอง หากมีความจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ ไม่ปล่อยให้ตัวเองเครียดกับปัญหาสิวมากเกิน เพียงเท่านี้เราก็จะลดสิวจากความเครียดลงได้แม้ไม่ทั้งหมด……ก็เพราะสิวไม่ได้อยู่กับเราทุกวันไปตลอดชีวิตนี่นา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan