วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561

ลูกมีปัญหาสุขภาพจิต หรือไม่ สังเกตได้จาก 11 อาการนี้

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ “จิต” ปกติ เมื่อ ลูกมีปัญหาสุขภาพจิต …“สุขภาพจิต” คือ ภาวะพัฒนาการทางด้านจิตใจของเด็ก ซึ่งเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการช้าเร็วไม่เท่ากัน เมื่อเกิดพัฒนาการที่ช้าหรือเร็วไปก็อาจเกิดความผิดปกติขึ้นได้ ซึ่งความผิดปกติทางจิตของเด็กมีอยู่มากมายหลายแบบ บางอาการเป็นเพียง “ปัญหาสุขภาพจิต” เท่านั้น ยังไม่ใช่โรคและไม่ต้องกินยา แต่อาศัยการปรับพฤติกรรมเข้าช่วยเหลือ

11 โรค เมื่อ ลูกมีปัญหาสุขภาพจิต



ชีวิตลูกดี๊ดี เพราะมีหัวใจแข็งแรง


เพื่อให้เด็กใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เช่น ปัญหาเด็กปรับตัวช้า ปัญหาเด็กขี้อาย ปัญหาเด็กไม่พูด ปัญหาเด็กงอแง ปัญหาเด็กไม่กิน ปัญหาเด็กไม่คุยกับคนแปลกหน้า ปัญหาเด็กหงุดหงิดง่าย ฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่โรค อาจดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาการเลี้ยงดูที่พ่อแม่ทั่วๆ ไปก็พบเจอ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะปัญหาเล็กๆ อาจพัฒนากลายเป็น “โรคจิตเวช” ในอนาคตได้ค่ะ”

คุณหมอวิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวเปิดประเด็น เพื่อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจ ใส่ใจ และรับมือกับสุขภาพจิตของลูกน้อยอย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ลูกน้อยมีสุขภาพจิตแข็งแรง และส่งเสริมให้เขามีชีวิตดี๊ดีต่อไปในอนาคตค่ะ
ชวนคุณพ่อคุณแม่ทำความรู้จัก “โรคจิตเวช” ในเด็ก


เด็กส่วนใหญ่ในสังคมเพียงแค่มีปัญหาสุขภาพจิตหรือมีปัญหาพัฒนาการเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งหมอแค่สอนพ่อแม่เรื่องการเลี้ยงดูลูกที่ถูกวิธีให้ หรือแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ประสานงานกับโรงเรียน เพื่อให้ครูดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม เท่านี้ก็หมดปัญหาแล้ว ส่วนเด็กในกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจังมีเพียงประมาณ 10% จากเด็กทั้งหมดเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นการทำความเข้าใจโรคจิตเวชไว้ก่อนอาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตลูกได้ง่ายขึ้น หากเกิดความผิดปกติจะได้พามาปรึกษาคุณหมอทันท่วงที ซึ่งโรคจิตเวชที่พบได้ในเด็กมีดังต่อไปนี้

1. โรคออทิสติก


เด็กเล็กที่มาหาหมอส่วนใหญ่จะเป็นโรคเกี่ยวกับพัฒนาการ โรคที่หมอเจอบ่อยที่สุดคือ ออทิสติก แม้ออทิสติกจะเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด แต่กว่าพ่อแม่จะสังเกตรู้มักจะเข้าช่วงวัยประมาณ 2 ขวบครึ่งแล้ว เนื่องจากเด็กป่วยโรคออทิสติกมักมีการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายปกติดี บางครั้งบางคราวก็ดูรู้เรื่องและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ดี เพียงแต่ไม่สบตา มีปัญหาเรื่องพูดช้า และกว่า 75% มีปัญหาเรื่องไอคิว จึงสังเกตได้ยากในวัยเบบี๋

2. โรคสมาธิสั้น


กลุ่มโรคปัญหาด้านพฤติกรรมที่หมอพบบ่อยที่สุดคือ โรคสมาธิสั้น อาการของลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ง่ายๆ คือ เขาจะซนกว่าเด็กปกติ ทำตัววุ่นวายอยู่ตลอดเวลา เล่นอะไรไม่เสร็จซักอย่างก็เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ชอบทำงานที่ต้องใช้สมาธิหรืองานที่ไม่สนุก เช่น การเรียน ทำการบ้าน เด็กบางคนมีประวัติพูดช้ากว่าปกติ และเมื่อโตขึ้นบางส่วนก็ทั้งดื้อทั้งเกเรอย่างหนัก หรือมีพฤติกรรมที่เป็นการรบกวนผู้อื่นเสมอ


3. โรคภาวะบกพร่องทางการเรียน


ภาวะบกพร่องทางการเรียน หรือ LD (Learning Disability) คือ โรคที่ทำให้เด็กมีทักษะความสามารถในการเรียนต่ำ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจและทำใจยอมรับว่า เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้เขาเรียนได้ไม่ดีไม่ใช่เพราะความขี้เกียจหรือเขาไม่ยอมเรียนหนังสือ แต่เป็นเพราะความผิดปกติของสมอง และเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เป็นเหตุให้ในสมองไม่มีโปรแกรมสำหรับการอ่านเขียน ทำให้เขาแยกตัวหนังสือไม่ออก อ่านไม่ได้ ไม่เข้าใจการสะกดคำ และเขียนหนังสือไม่ถูก เขาจึงอ่านและเขียนหนังสือช้ากว่าเพื่อน เป็นเหตุให้มีผลการเรียนต่ำ แม้พ่อแม่จะบีบบังคับเขาหนักหนาเพียงใด หรือแม้ว่าเขาจะมีไอคิวสูงเกิน 140 ผลการเรียนก็อาจไม่ได้ตามที่พ่อแม่คาดหวังอยู่ดี


4. โรคติกส์ (Tics)



โรคติกส์ หรือ Tics มีอาการกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและลำคอกระตุกเป็นระยะ เด็กที่เป็นโรคนี้จึงมักขยิบตาหรือขยับปากบ่อยๆ ระดับอาการมีตั้งแต่กะพริบตาเล็กน้อย ไปจนถึงยักไหล่ ทำหน้าบิดเบี้ยว อยู่เฉยไม่ได้ และติกส์แบบมีเสียงหรือที่เรียกกันว่า “ทูเรทท์” (Tourette) เด็กกลุ่มนี้มักจะส่งเสียงเอะอะหรืออุทานเป็นคำไม่สุภาพ จึงเกิดเสียงและพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเองโดยควบคุมไม่ได้ แม้คุณพ่อคุณแม่จะดุด่าว่ากล่าวหรือขู่บังคับ เขาก็จะยังคงห้ามตัวเองไม่ได้อยู่ดี
5. โรควิตกกังวล

พื้นฐานอารมณ์ของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน เด็กวิตกกังวลจะมีพื้นฐานอารมณ์ปรับตัวช้า เช่น ไม่อยากไปโรงเรียนทุกครั้งที่เปิดเทอม เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวกับการไปโรงเรียนได้ แม้จะเป็นเพียงวันหยุดสั้นๆ แต่เมื่อถึงคราวต้องไปโรงเรียนอีกครั้งก็จะร้องไห้งอแงไม่อยากไป คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะพยายามหาวิธีหลอกล่อหรือทำข้อตกลงกับเด็กไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เด็กส่วนใหญ่ก็จะรับปากอย่างดีว่าจะไปโรงเรียน แต่เมื่อตื่นเช้าวันไปโรงเรียนก็จะร้องไห้งอแงและไม่ยอมลุกจากที่นอนเหมือนเดิมทุกครั้ง เมื่อไปถึงโรงเรียนก็จะยังร้องไห้ต่อสักพักจึงจะปรับตัวได้ นั่นเพราะเด็กมีภาวะวิตกกังวลเรื่องของการปรับตัวหรือกังวลต่อการพลัดพราก ซึ่งหากลูกอ้างว่าไม่สบาย แล้วคุณพ่อคุณแม่ยอมตามใจให้เขาหยุดเรียนบ่อยครั้ง สุดท้ายเด็กเหล่านี้ก็จะไม่ไปโรงเรียน ไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำงาน และไม่ออกจากบ้าน จากที่เป็นเพียงปัญหาในวัยเด็กก็จะพัฒนาสู่การเป็นโรควิตกกังวลต่อไปในอนาคต


6. โรคย้ำคิดย้ำทำ

เป็นอีกโรคในกลุ่มวิตกกังวลเช่นเดียวกัน อาการที่แสดงออกมักจะคิดเรื่องเดิมซ้ำๆ ส่งผลให้เด็กทำพฤติกรรมซ้ำๆ ในเวลาใกล้เคียงกัน เช่น ล้างมือ อาบน้ำ ดึงผม ลบสิ่งที่เขียนแล้วเขียนใหม่ซ้ำๆ ฯลฯ ซึ่งอาการดังกล่าวทำให้เด็กทำการบ้านไม่เสร็จ จัดการดูแลตัวเองได้ไม่ทันกำหนดเวลา เพราะมัวแต่ทำซ้ำเรื่องเดิมๆ


7. โรคซึมเศร้า

แม้จะยังอยู่ในวัยเด็ก แต่เด็กที่ได้รับพันธุกรรมโรคซึมเศร้ามาจากคุณพ่อคุณแม่ก็มักจะป่วยได้ตั้งแต่วัยประถมปลาย แม้ครอบครัวจะเลี้ยงดูลูกอย่างดี ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ลำบาก ไม่มีปัญหาใดๆ ในชีวิตมากระทบจิตใจเลย แต่เด็กที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าอยู่ดีๆ เขาก็จะรู้สึกว่า “โลกไม่น่าอยู่” โดยไม่มีเหตุผล หรือวันดีคืนดีก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กไร้ค่า ไม่อยากมองใคร ไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากใช้ชีวิต แม้จะเรียนเก่ง ครอบครัวดี หรือมีฐานะการเงินดีแค่ไหนก็ตาม หรือเด็กบางคนมีพันธุกรรมแห่งความคิดมาก ในช่วงแรกอาจยังไม่ได้ป่วยเป็นโรค แต่เมื่อถึงวัยที่ต้องเข้ากลุ่มสังคมที่โรงเรียน เด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหากับเพื่อนได้ง่าย เช่น เพื่อนไม่ทำงานกลุ่ม เพื่อนไม่คบ เพื่อนไม่คุยด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ความคิดว่าเพื่อนไม่รัก เพื่อนรังแก ส่งผลให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าและคิดฆ่าตัวตายในท้ายที่สุด คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรซ้ำเติมว่าเขาอ่อนแอหรือเรียกร้องความสนใจ แต่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง และเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายในภายหลัง

8. โรคภาวะอารมณ์แปรปรวน

โรคภาวะอารมณ์แปรปรวนมีพบในเด็กบ้างเล็กน้อย โดยจะแสดงอาการสองแบบสลับกันในคนละช่วงเวลา โดยจะมีช่วงที่อารมณ์เหวี่ยงขึ้นกับช่วงซึมเศร้า ช่วงอารมณ์เหวี่ยงเด็กจะไม่อยู่นิ่ง อยากทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมดราวกับมีพลังมากมายมหาศาล บางคนมีอารมณ์หงุดหงิด สักพักจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่เก็บตัว รู้สึกซึมเศร้า และไม่อยากทำอะไรเลย

9. โรคติดเกมหรืออินเตอร์เน็ต



เด็กสมัยนี้ติดเกมติดอินเตอร์เน็ตกันเยอะ ส่วนมากเกิดจากการใช้ที่ผิดวิธี เล่นมากจนเกิดการเสพติด และหากปล่อยไว้จะยิ่งมีผลกระทบกับการเรียนและการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ หมอเคยเจอเด็กเคสหนึ่งซึ่งเรียนเก่งมาก จนเมื่อติดเล่นเกมออนไลน์ในช่วงปิดเทอม เขาเริ่มเปลี่ยนมานอนตอนกลางวันและตื่นเล่นเกมตอนกลางคืน แม้เขาสัญญาว่าเมื่อเปิดเทอมจะเลิกทำแบบนี้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้นเขาก็เสพติดอย่างหนักไปแล้ว จึงไม่สามารถควบคุมชีวิตให้เป็นปกติได้ สุดท้ายจึงต้องออกจากโรงเรียน มีเด็กเก่งๆ โรงเรียนดังๆ มากมายที่เป็นแบบนี้และต้องเข้ารับการบำบัดรักษา และมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เข้ารับการรักษาและไม่สามารถกลับไปเรียนได้อย่างเดิม


10. ภาวะเรียนรู้ช้า

เด็กที่มีภาวะเรียนรู้ช้าคือเด็กที่มีระดับสติปัญญาไม่ผิดปกติ แต่ตกเกณฑ์มาตรฐาน เด็กเหล่านี้จะเรียนรู้ช้ากว่าเกณฑ์ มีปัญหาเรียนไม่เข้าใจ สอบตก คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลเรื่องการเรียนร่วมกับทางโรงเรียน ช่วยตามงาน ช่วยสอนการบ้าน และดูแลเรื่องพฤติกรรมให้เหมาะสม
11. โรคจิตเภท

ผู้ป่วยโรคจิตเภทหรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “โรคบ้า” พบเจอได้น้อยมากในวัยเด็ก ซึ่งหากป่วยเป็นโรคจิตเภทแล้วมักจะมีอาการหูแว่ว หลงผิด โดยโรคนี้สามารถรักษาได้โดยการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ คือ โรคจิตเภท เป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่งที่รักษาได้ จึงไม่ควรใช้คำนี้ในการขู่หรือตำหนิลูก ซึ่งอาจทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีต่อตนเองได้







ขอบคุณเนื้อหาจาก https://www.amarinbabyandkids.com/health/kids-psychiatric-diseases/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan