วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

การผ่าตัดผู้ป่วย“โรคอ้วน”

การผ่าตัดรักษาผู้ป่วย“โรคอ้วน” thaihealth
บทความโดย : อ.นพ.วรบุตร ทวีรุจจนะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
โรคอ้วน (Obesity) หมายถึง ภาวะร่างกายมี BMI มากกว่า 30 kg/m2 ตาม WHO guideline เป็นภาวะที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยทางอเมริกาพบมากถึง 30-40 % ของประชากร ยุโรปพบได้ประมาณ 20-30 % เอเชียพบได้ประมาณ 15-20 % สำหรับประเทศไทยพบประมาณ 15% จากการสำรวจประชากรในปี 2553 นับเป็นปัญหาที่สำคัญที่ควรได้รับการแก้ไข โดยแนวโน้มในอนาคตจะมีปริมาณผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้นอย่างชัดเจน
โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและมีผลกระทบต่อสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่มี BMI มากกว่า 40 kg/m2 (Morbid obesity) การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะในเรื่องการรับประทานอาหารที่ขาดการควบคุม (ได้รับพลังงานมากเกินไป) และการออกกำลังกายที่น้อยลงของประชากรโลกในปัจจุบัน รวมทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของโรคอ้วนในปัจจุบัน
โรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนและการเสียชีวิต กล่าวคือ ภาวะอ้วนจะทำให้อายุขัย (life expectancy) ลดลงประมาณ 6-7 ปี และสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคไขมันในเลือดสูง โรคไขมันเกาะตับ โรคหยุดหายใจขณะหลับ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคข้อเสื่อม เป็นต้น
ดังนั้นการให้ความรู้และการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนมีหลายวิธีได้แก่ การรักษาโดยการควบคุมอาหาร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย การรักษาโดยยา และการรักษาโดยการผ่าตัด โดยการรักษาโดยการควบคุมอาหารและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย สามารถลดน้ำหนักของผู้ป่วยลงได้เพียง 5-10% โดยที่โรคร่วมของผู้ป่วยอาจดีขึ้นได้บ้าง การรักษาโดยยาของในปัจจุบันก็ยังไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอต่อการรักษา
การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาเดียวที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน กล่าวคือสามารถลดน้ำหนักผู้ป่วยได้มากที่สุดรวมทั้งทำให้โรคประจำตัวผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมาก ประมาณ 80-90% ทำให้ผู้ป่วยมีอายุขัยยืนยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยทั่วไปการผ่าตัดผู้ป่วยโรคอ้วนอาศัยกลไก 3 ประเภทได้แก่ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง (restrictive procedure), การผ่าตัดเพื่อลดการดูดซึมอาหาร (malabsorbtive procedure) และการผ่าตัดอาศัยทั้งกลไกการลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลงร่วมกับลดการดูดซึมอาหาร(combine both restrictive and malabsorbtive procedure) ซึ่งการผ่าตัดที่นิยมแพร่หลายที่สุดในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ การผ่าตัดสลีฟแกสสตร็กโตมี (Laparoscopic sleeve Gastrectomy) และ การผ่าตัดแกสสตริกบายพาส (Laparoscopic Roux-en-Y Gastric Bypass) โดยการผ่าตัดทั้ง 2 ประเภทนี้จะอาศัยวิธีการผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic surgery) ซึ่งทำให้การเจ็บแผลน้อย นอนโรงพยาบาลสั้น และฟื้นตัวเร็วกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้อง (Explore laparotomy)
แต่ปัญหาปัจจุบันของการผ่าตัดลดความอ้วน (Bariatric Surgery) มีข้อจำกัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายในผ่าตัดที่สูง ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นตัองรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง ทั้งนี้ รพ.ศิริราชมีเกณฑ์การรับผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัด โดยมีข้อบ่งชี้การผ่าตัดในผู้ป่วยโรคอ้วนที่ยอมรับในปัจจุบัน อ้างอิงตาม National Instates of Health ปี 1991 ดังนี้
1. ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI มากกว่า 40 kg/m2
2. ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI 35-40 kg/m2 และมีโรคประจำตัวได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง โรคหยุดหายในขณะหลับ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคข้อเสื่อม เป็นต้น
3. ผู้ป่วยต้องเข้าใจถึงโรคที่ตนเองเป็นอยู่ การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมทั้งในระยะก่อน ผ่าตัดและหลังผ่าตัด ตลอดจนต้องมาติดตามการรักษาหลังการผ่าตัดอย่างเคร่งครัด
4. ผู้ป่วยต้องปราศจากโรคและภาวะต่างๆ ดังนี้ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ภาวะใช้สารเสพติดหรือยาที่ผิดปกติ และภาวะผิดปกติทางจิต Major psychological problem เป็นต้น
5. ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีอายุระหว่าง 18-70 ปี
โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่สูง ในการผ่าตัดลดความอ้วนได้ จึงทำให้การผ่าตัดลดความอ้วนยังไม่แพร่หลายและมีข้อจำกัด ซึ่งการผ่าตัดลดความอ้วน จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีโอกาสที่มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และโรคประจำตัวต่าง ๆ ลดลงจนอาจจะหายขาดได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของประเทศชาติในการที่ต้องใช้การให้ยาเพื่อควบคุมโรคประจำตัวของผู้ป่วยโรคอ้วน

        ที่มา : เว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์
        เรียบเรียงโดยตุลย์ร้าน 6

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan