วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

เข้าใจวัยคะนอง ยับยั้งความรุนแรง

เข้าใจวัยคะนอง ยับยั้งความรุนแรง thaihealth
ปัญหาความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่นถึงขั้นทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ดูเหมือนทวีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด เหตุสะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นยกพวกรุมซ้อมนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังจนเสียชีวิต ทั้งที่ไม่ใช้คู่กรณีโดยตรง ให้มุมมองหลายมิติ นอกเหนือจากสภาพช่วงวัย ความวู่วาม ขาดความยับยั้งชั่งใจ มีปัจจัยประกอบอีกมากมาย
ในทรรศนะผู้บังคับใช้กฎหมายและนักกฎหมาย กับความรุนแรงในเด็กและเยาวชน  พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) กล่าวว่า ปัจจัยหลักการก่อความรุนแรงในวัยรุ่น แบ่งได้หลายระดับ คือ 1.ระดับตัวเอง สภาพร่างกายและจิตใจของวัยรุ่นมีความเปลี่ยนแปลงไปตามฮอร์โมนร่างกาย ความรุนแรงมักจะเกิดกับวัยรุ่น เมื่อโตขึ้นความรุนแรงจะเบาลงตามลำดับ 2.ครอบครัว เกิดจากครอบครัวแตกแยก ความสำคัญจะต้องอยู่ที่ผู้ปกครอง หากเป็นบิดามารดาอาจจะดีขึ้นในระดับหนึ่งความมีปมด้อยจะน้อยลง แต่ถ้าปู่ย่าเป็นผู้ปกครอง ด้วยสภาพร่างกายอาจจะไม่ค่อยแข็งแรง การดูแลเป็นไปได้ยาก ความใกล้ชิดก็จะน้อยลง
3.พฤติกรรมการเลียนแบบ ในยุคข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก เมื่อพบเห็นคลิปวิดีโอต่างๆ แล้วพบว่าการกระทำดังกล่าวนั้นได้รับการยอมรับมีคนกดไลค์ กดแชร์กันมาก จึงทำให้อยากจะเด่นดังอยู่ในสังคมไทยจึงเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ 4.การขาดความภูมิใจในตัวเอง หรือสิ่งที่ตัวเองมี ต้องการได้รับการยอมรับ สรรเสริญจากกลุ่มเพื่อน 5.ในระดับโรงเรียน กลุ่มเด็กอาชีวะจะโดนจับตาว่ามีเรื่องกันตลอด เพราะเอาศักดิ์ศรีสถาบันเป็นตัวกำหนดเป็นการปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น
พ.ต.อ.กรไชย เสนอแนวทางแก้ไขว่า ต้องนำผู้ที่ก่อความรุนแรงเข้ามาพูดคุยให้ใช้สมองตัดสินปัญหา อย่าใช้กำลัง เด็กเหล่านี้ต้องได้รับการปลูกฝังใช้กลวิธีในการเข้าถึง ต่อมาคือกลุ่มเพื่อนควรจะห้ามปรามเมื่อกระทำผิดไม่ใช่ยุยงส่งเสริมกัน กลุ่มคุณครูและอาจารย์ต้องเข้าถึง อย่ามองปัญหาของเด็กว่าเป็นปัญหาเล็กๆ สิ่งสุดท้ายคือผู้ปกครองต้องเข้าใจ ดูแลและเอาใจใส่บุตรหลานให้มาก คอยหยิบยื่นโอกาสที่ดีในกับเด็ก อย่าแบ่งแยกสังคม อาทิ กรณีเด็กศิลปากรถูกทำร้าย แล้วบอกว่าเป็นฝีมือลูกตำรวจนั้น ก็ต้องถูกดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นลูกตำรวจหรือไม่ ไม่มีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น
ขณะที่ โกศลวัฒน์ อินธุจันทร์ยง อัยการผู้เชี่ยวชาญ ในฐานะรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด เห็นว่า สาระสำคัญอยู่ที่ผู้ปกครองจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ชาวบ้านรัก ต้องสอนให้ลูกรู้ว่าความยุติธรรมไม่สามารถหาได้กลางถนน เพราะถ้ากระทบกระทั่งกันแล้ว เอาแพ้ชนะกันเองกลางถนน คนชนะจะไปจบที่ห้องขังโรงพัก ส่วนคนแพ้ก็ไปโรงพยาบาลหรือไม่ก็ไปวัด ต้องสอนลูกว่าถ้าอยากได้ความยุติธรรมต้องไปแจ้งความที่โรงพักเท่านั้น
"สมัยเด็กๆ ผมเรียนโรงเรียนวัดมา เวลามีเรื่องเราไปกับเพื่อน 15 คน ฝ่ายตรงข้าม 3 คน เรายังตะโกนบอกเพื่อนเราว่าลูกผู้ชายไม่รุม ให้ตัวต่อตัว เดี๋ยวนี้สังคมเราวิปริต"
การแก้ปัญหาเราควรจะต้องทำจากหนักไปหาเบา แต่ทุกวันนี้โลกโซเชียลมีเดีย มักต้อง การแค่ความสะใจ ส่วนที่ว่าเด็กมีพฤติการณ์รุนแรงเอาไขควงไปแทงเข้าที่ศีรษะฝ่ายตรงข้าม ต้องไปดูข้อเท็จจริงในสำนวนอย่าเพิ่งไปฟังกระแสโซเชียลอย่างเดียว ต้องไปสอบสวนดูก่อนว่าความจริงคืออะไร ข้อเท็จจริงเป็นการชุลมุนต่อสู้หรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วจึงมาเปรียบกับกฎหมาย และดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย
ขณะที่มุมมองด้านจิตวิทยา พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ให้ความรู้ว่า เรื่องความรุนแรงในวัยรุ่นว่ามีหลายสาเหตุ ไม่ใช่สาเหตุใดสายเหตุหนึ่ง เริ่มแรกต้องพิจารณาก่อนว่าตัวเขาเองมีความใจร้อนอยู่แล้วหรือไม่ บุคลิกเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันเรื่องการดูแลจากครอบครัวก็มีส่วน เช่น 1.ได้รับการดูแลแบบตามใจมากเกินไป เมื่อเติบโตขึ้นก็มีโอกาสเป็นคนก้าวร้าวได้ เพราะไม่ได้ถูกฝึกให้ยับยั้งชั่งใจเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ 2.ได้รับการดูแลแบบถูกปล่อยปละละเลย ทำให้เขาเติบโตมาแบบไม่ผูกพันกับใคร เมื่อมีเหตุทะเลาะ หรือไม่พอใจก็จะไม่แคร์ใคร ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงได้ 3.การถูกเลี้ยงมาแบบถูกทำร้ายร่างกาย หรืออยู่ในสภาพของครอบครัวที่ใช้ความรุนแรง จะเกิดการสะสมว่าเมื่อตัวเองถูกทำร้าย ก็จะไปทำร้ายผู้อื่นได้ เป็นการลอกเลียนแบบโดยไม่รู้ตัว
หมอวิมลรัตน์ ตอกย้ำสภาพปัจจุบันว่า ความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่นเกิดขึ้นบ่อยมาก และเริ่มอายุน้อยลงเรื่อยๆ นั่นเพราะการเข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น ความรุนแรงต่างๆ ก็มากขึ้นตามลำดับ เหมือนเห็นบ่อยจนชินตา สื่อมีข่าวความรุนแรง แต่ไม่มีการเตือน หรือแนวทางป้องกันสิ่งเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าปัจจัยทำให้เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาและมีความก้าวร้าวรุนแรง หรือแม้แต่การถูกรังแก ถูกแกล้งมากจนเกินไป พอโตขึ้นก็กลายเป็นผู้กระทำก็มี
นอกเหนือพฤติกรรมความก้าวร้าวใช้ความรุนแรง หมอวิมลรัตน์บอกว่า ยังอาจมาจากกลุ่มโรค เช่น โรคสมาธิสั้น ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ โรคอารมณ์แปรปรวน หรือแม้แต่โรคลมชัก โรคเหล่านี้หากได้รับการรักษาถูกต้องเหมาะสมจะช่วยบรรเทาอาการได้ อีกทั้งยังมีกลุ่มที่ติดยาเสพติด ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เช่นกัน สิ่งสำคัญต้องช่วยกันทุกภาคส่วน เริ่มจากพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างกับลูกๆ ต้องคำนึงเสมอว่า อย่าใช้ความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ลูกเห็นคุณค่าของตัวเอง เข้าใจว่าพ่อแม่หลายคนชอบบ่น ตำหนิลูก เพราะรักอยากให้ได้ดี แต่อย่าลืมว่าไม่มีใครชอบที่เราบ่นด่าแทบทุกวัน พวกเขาก็จะหนีห่างออกไป 
ดังนั้น ต้องรู้จักพูดคุยสื่อสารให้เกิดความเข้าใจกันมากกว่า รวมทั้งโรงเรียนต้องใส่ใจนักเรียน พวกเขาเป็นคนอย่างไร และต้องดูแลอย่างไร รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า พ่อแม่ผู้ปกครองหากมีปัญหาลูกๆ เริ่มมีอาการก้าวร้าว สามารถโทรมาปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 จะมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
   ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
          เรียบเรียงโดยตุลย์ร้าน 9

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan