วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

แบคทีเรียในทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของเรามีบทบาทหลายอย่างต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการแพ้อาหารต่างๆ ไปจนถึงโรคอ้วน จากงานวิจัยใหม่เพิ่งพบว่า แบคทีเรียในระบบทางเดินอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดได้แม้กระทั่งโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
4441009a-f1.2
            โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)  คือโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง เป็นการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อกระดูก (synovitis) จนทำให้กระดูกอ่อน (cartilage) กระดูกรอบข้อ (subchondralbone) เนื้อเยื่อรอบข้อ เช่น ถุงน้ำ (bursa) ligament และเส้นเอ็น (tendon) ถูกทำลายจากการอักเสบ
351455_Arthritis-1
            โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ต่างจากอาการปวดเมื่อยตามข้อที่มักพบโดยทั่วไป อย่างโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ตรงที่โรคข้อเสื่อมทั่วไปนั้นเกิดจากการเสื่อมสภาพของข้อกระดูกอย่างช้าๆ จากการใช้งาน จากพฤติกรรมเช่น น้ำหนักตัว การเดิน การออกกำลังกาย ทำให้ผิวกระดูกอ่อนสึกกร่อนเสียดสีกันจนเกิดความเจ็บปวด เป็นอาการผิดปกติที่เกิดจากปัจจัยภายนอก
            แต่ข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทราบเพียงว่าเกิดการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเนื้อเยื่อของตัวเอง (autoimmune desease) เม็ดเลือดขาวมองว่าเนื้อเยื่อของเราเองเป็นสิ่งแปลกปลอมจะเข้าโจมตีเนื้อเยื่อ ซึ่งมักเกิดขึ้นให้เห็นบริเวณเนื้อเยื่อที่หุ้มข้อกระดูก โดยเฉพาะข้อนิ้ว จึงทำให้ข้อเกิดการอักเสบ โป่งบวมอย่างเห็นได้ชัด หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจทำให้กระดูกผิดรูป นิ้วคด อาจรุนแรงถึงขั้นพิการได้
arthritic_joints
http://www.medicinenet.com/rheumatoid_arthritis/article.htm
            นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจมีอาการเยื่อหุ้มหัวใจและปอดอักเสบ (serositis) ไตอักเสบ รวมทั้งหลอดเลือดอักเสบ (vasculitis) ร่วมด้วย เนื่องการทำลายเนื้อเยื้อจากภูมิคุ้มกันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เนื้อเยื่อข้อกระดูก ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
            ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ทราบเพียงว่าข้ออักเสบรูมาตอยด์เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง แต่ยังไม่ทราบว่าจู่ๆ ภูมิคุ้มกันหันมาทำลายตัวเองได้อย่างไร อะไรเป็นสิ่งที่ไปตัวไปกดสวิทช์ให้ภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดๆ ซึ่งในงานวิจัยล่าสุดพบหลักฐานที่ชี้ว่าแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
            ในท้องของเรานั้นมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมาย ประมาณกันว่าหากแยกจุลินทรีย์ออกมาชั่งน้ำหนักได้ น่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1 กิโลกรัม จุลินทรีย์ส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรียที่อยู่ร่วมกับเราอย่างสันติ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทั้งช่วยย่อยอาหาร ผลิตวิตามินให้กับเรา และป้องกันอันตรายจากเชื้อก่อโรค
8-11-2556 16-51-08
http://www.scientificamerican.com/article.cfm?id=microbiome-graphic-explore-human-microbiome
            ในทางวิวัฒนาการมองว่าแบคทีเรียเหล่านี้เดิมทีเป็นเชื้อก่อโรคที่เข้ามารุกรานร่างกาย ทำให้คนป่วย จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับตัว ลดความรุนแรงลง และสุดท้ายกลายเป็นอาศัยอยู่ร่วมกันแบบที่ได้ผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย แบคทีเรียได้ที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร เราได้สารอาหารที่จุลินทรีย์ผลิตขึ้นมา การที่ร่างกายจะยอมรับให้สิ่งมีชีวิตอื่นมาอาศัยอยู่ได้ ระบบภูมิคุ้มกันจะต้องสามารถแยกแยะแบคทีเรียที่เป็นมิตร กับแบคทีเรียก่อโรคที่ต้องกำจัดทิ้งออกจากกันให้ได้ แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารจึงมีความสัมพันธ์ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างซับซ้อน และนักวิทยาศาสตร์เองก็สงสัยอยู่แล้วว่าโรคภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง น่าจะเกี่ยวข้องกับแบคทีเรียในทางเดินอาหาร
            หลายปีก่อน Dan Littman แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์คได้พบเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หนูทดลองที่สั่งจากร้านหนึ่งมีเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T Helper 17 (Th17) ในระดับที่แตกต่างจากอีกร้านหนึ่ง และยังพบว่าหนูทดลองที่เลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อเป็นอย่างดีจะมีปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาว Th17 ในเลือดต่ำกว่า เมื่อตรวจสอบก็พบว่าความแตกต่างของเซลล์ Th17 เกิดจากจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของหนู
            เมื่อ Littman นำเสนอเรื่องนี้ในงานประชุมวิชาการ Mathis ซึ่งเป็นผู้ฟังคนหนึ่งได้ร่วมอภิปรายว่าเขาเองก็เคยเปลี่ยนร้านที่ซื้อหนูทดลองตอนที่ย้ายห้องแลปไปที่เมืองอื่นเหมือนกัน และพบว่าหนูที่ควรจะป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์กลับมีสุขภาพดีไม่เป็นโรคแต่อย่างใด Littman และ Mathis จึงร่วมมือกันเพื่อค้นหาสาเหตุของเรื่องนี้โดยตั้งสมมุติฐานไปที่แบคทีเรียในลำไส้ของคน
            Littman และ Mathis พยายามค้นหาแบคทีเรียชนิดใดชนิดหนึ่งที่เมื่อไปอาศัยในระบบทางเดินอาหารแล้วกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว Th17 ขึ้นมา และเซลล์ Th17 นี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำลายเนื้อเยื่อข้อกระดูก และเกิดการอักเสบตามมา
            ทีมของ  Littman และ Mathis เก็บตัวอย่างอุจจาระของชาวเมืองนิวยอร์ค 114 คน มาตรวจสอบ ตัวอย่างมาจากทั้งผู้ที่สุขภาพดีและผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์มาหลายปี รวมทั้งผู้ที่มีเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเองอื่นๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค เพราะคนกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการการรักษาจึงไม่น่าจะมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ ที่รบกวนผลการทดลอง
            ผลการวิเคราะห์ชนิดจุลินทรีย์ในอุจจาระพบว่า 75% ของผู้ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีแบคทีเรียที่ชื่อ Prevotella copri อยู่ในลำไส้ ในขณะที่คนปกติพบ P. copri  ในลำไส้เพียง 21% จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์ระหว่าง P. copri  ในลำไส้ กับผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์อย่างเห็นได้ชัด
F1.large
เชื้อแบคทีเรียที่พบในกลุ่มตัวอย่างต่างๆ
NORA คือ กลุ่มผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ 
สีแดง แทนเชื้อ P. Copri
            อย่างไรก็ตามจากผลการทดลองเพียงแค่นี้ไม่อาจสรุปได้ว่า  P. copri  เป็นต้นเหตุทั้งหมดของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ ด้วยข้อจำกัดทางจริยธรรมในการทดลอง ทำให้นักวิจัยไม่สามารถทดลองเอาแบคทีเรียให้คนสุขภาพปกติกินเพื่อดูว่าจะป่วยหรือไม่ จึงไม่อาจบอกว่าหากได้รับเชื้อ P. copri จะทำให้เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์แน่ๆ
            ในการทดลองกับหนู เมื่อนักวิทยาศาสตร์ลองให้หนูกินเชื้อ   P. copri  เพื่อดูกระบวนการที่เชื้อเข้าไปเจริญเติบโตในระบบทางเดินอาหาร และผลต่อสุขภาพ พบว่า P. copri  เพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว สามารถยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารเป็นที่อาศัยได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการอักเสบของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะบริเวณทางเดินอาหาร แต่กลับไม่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งผู้วิจัยอธิบายว่าอาจเป็นเพราะสายพันธุ์ของ P. copri ที่แยกมาจากมนุษย์แตกต่างจากสายพันธุ์ในหนู จึงให้ผลที่ต่างกัน แต่อย่างน้อย การที่เชื้อทำให้เกิดการอักเสบก็แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง P. copri   กับ กับอาการภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง
1471-2180-9-11-2
            การศึกษาขั้นต่อไปจะมุ่งไปที่การตรวจติดตามคนสุขภาพดีที่มีเชื้อ P. copri อยู่ในทางเดินอาหาร ว่าจะมีอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เกิดขึ้นในภายหลังหรือไม่ เพื่อให้หลักฐานแน่นหนายิ่งขึ้น และแม้จะยืนยันได้ว่า P. copri ก่อให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จริง ก็ยังต้องเผื่อใจไว้ว่าแบคทีเรียนี้อาจเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งจากหลายๆ สาเหตุกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของภูมิคุ้มกันจนนำไปสู่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
            ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการค้นพบนี้ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ถึงความสำคัญของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารมากขึ้น เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างแบคคทีเรียที่อาศัยในร่างกายกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ และอาจเป็นแนวทางในการพัฒนาวิธีรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันต่อไปในอนาคต
ที่มา:http://www.vcharkarn.com 
เรียบเรียงโดยตุลย์ร้าน1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan