วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การตรวจหาโรคอัลไซเมอร์จากเลือดใกล้จะเป็นจริง

ad_graph
ปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์กลายเป็นโรคยอดฮิตที่มียอดผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศออสเตรเลีย เป็นรูปแบบของภาวะสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด นักวิจัยได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2050 จะมีผู้ป่วยที่เป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นจาก 3 แสนคนเป็น 1.13 ล้านคน ในสหรัฐอเมริกา ปี 2011 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทั้งสิ้น 5.4 ล้านคน แต่มีเพียง 1 ใน 8 คนเท่านั้นที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์
โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease)  จัดเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่ง  ไม่ใช่ภาวะสมองเสื่อมตามธรรมชาติ  หรือตามอายุที่มากขึ้นแต่อย่างใด   โรคอัลไซเมอร์นี้เกิดจากการตายของเซลล์สมอง   ซึ่งเซลล์สมองมีทำหน้าที่ในการเรียนรู้  จดจำ  แต่หากเซลล์สมองเหล่านี้เสื่อมโทรมหรือเสียหายไป  ก็จะส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้และจดจำหายไปเช่นกัน
Age-change
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ อายุที่มากขึ้น โดยจะพบมากขึ้นสองเท่าทุก 5 ปี ที่อายุมากกว่า 60 ปี คือ ร้อยละ 1 ตอนอายุ 60 ปี เป็นร้อยละ 2 ตอน 65 ปี เพิ่มจนเป็นร้อยละ 32 ตอน 85 ปี และเนื่องจากปัจจุบันนี้คนเราอายุยืนขึ้น โรคนี้จึงพบได้มากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นปัญหาที่สำคัญของทุกประเทศ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การวินิจฉัยโรคนี้ให้ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเพื่อชะลอการดำเนินโรค ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการศึกษาถึงวิธีต่างๆ ในการป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังไม่ได้ผลชัดเจน
สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่ทราบชัด  แต่ที่ทราบว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์เนื่องจากได้มีการสังเกตเห็นถึงพยาธิสภาพของสมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งไม่มีใครทราบว่าการเปลี่ยนแปลงของสมองนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวไว้ว่า เกิดจากการสะสมของอะมัยลอยด์เบต้าในเซลล์สมอง และความผิดปกติของการม้วนพับของโปรตีน (protein misfolding disease)
Alzheimer's_disease_brain_comparisonแผนภาพเปรียบเทียบระหว่างสมองของผู้สูงอายุปกติ (ซ้าย) และสมองผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ (ขวา)
โปรตีนอะมัยลอยด์เบต้าจริงๆ แล้วไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของร่างกายแต่อย่างใด แต่จริงๆ แล้วเดิมทีอะมัยลอยด์เบต้านี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรตีนต้นกำเนิดอะมัยลอยด์ (Amyloid precursor protein; APP) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติมโต การดำรงชีวิต และการซ่อมแซมเซลล์ประสาท แต่โปรตีนต้นกำเนิดอะมัยลอยด์จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อถูกเอนไซม์ตัดเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการเท่านั้น ส่วนโปรตีนส่วนที่เหลือนั้นเองที่กลายเป็นอะมัยลอยด์เบต้า
ในคนปกตินั้นโปรตีนอะมัยลอยด์เบต้านี้จะถูกกำจัดทิ้งได้ด้วยกลไกของร่างกาย แต่ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์นั้นไม่สามารถกำจัดโปรตีนอะมัยลอยด์เบต้าออกจากสมองได้ เมื่อไม่สามารถกำจัดได้จึงเกิดการสะสมจับตัวเป็นตะกอน เป็นก้อน กลายเป็นองค์ประกอบหลักของพลาก (plaque) แต่ไม่ได้มีแต่อะมัยลอยด์เบต้าเท่านั้นที่มาเกาะรวมกัน ยังมีโปรตีนชนิดอื่นๆ อีกด้วย
800px-Amyloid-plaque_formation-big
จากคุณสมบัติของพลากที่ไม่ละลายน้ำนี้เอง ทำให้มีแนวโน้มที่ทำให้เกิดการวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มก้อนโปรตีนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นโครงสร้างใหม่ที่ต่างกันออกไป เช่น oligomeric, protofibrillar, amylospheroid, และ fibrillar forms การรวมตัวกันที่ผิดปกติของอะมัยลอยด์เบต้า หรือการไม่สามารถกำจัดอะมัยลอยด์เบต้าออกไปได้เต็มที่ เป็นเหตุให้เกิดกระบวนการต่างๆ ตามมา เช่น การตอบสนองต่อการอักเสบเริ่มต้น (pro-inflammatory response) ความผิดปกติในการทำงานของไมโตคอนเดรีย ( mitochondrial dysfunction) อันตรายจากสารอนุมูลอิสระ (oxidative stress) รวมถึงปัจจัยต่างๆ ทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม (genetic and environmental factors) จนนำไปสู่ภาวะเซลล์ตาย (apoptosis) และทำให้การทำงานของสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ผิดปกติไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้สารอะเซติลโคลีน (Acetylcholine, Ach) ลดลง ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเกิดอาการต่างๆ ตามมา
การที่โปรตีนอะมัยลอยด์เบต้าที่ผิดปกติรวมกลุ่มกันจนเกิดเป็นพลากและเกิดการการม้วนพับของโปรตีนนี้เอง ทำให้ไปขัดขวางการส่งสัญญาณภายในสมองส่วน Hippocampus  ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ ส่งผลให้สูญเสียเส้นประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับความทรงจำ จนมีอาการสูญเสียความทรงจำหรือเป็นโรคอัลไซเมอร์
ADdiagram
ปัจจุบัน โรคอัลไซเมอร์ยังไม่มีวิธีการที่จะตรวจหาโรคที่ง่ายและรวดเร็วเหมือนการตรวจวินิจฉัยโรคทั่วๆ ไป เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์นี้เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่สมอง วิธีตรวจที่เห็นผลที่ชัดเจนที่สุดก็คือการแสกนสมอง แต่คงไม่มีคนปกติคนใดเดินเข้าไปโรงพยาบาลเพื่อแสกนสมองเป็นแน่ อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการแสกนสมองหนึ่งครั้งนั้นยังแพงมากอีกด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งที่โรคอัลไซเมอร์ไม่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้เหมือนโรคทั่วๆ ไปเนื่องจากคุณสมบัติของพลากที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์หาพลากจากตัวอย่างเลือดได้
ดังนั้น นักวิจัยจากองค์การ Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation หรือ CSIRO ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติของประเทศออสเตรเลีย จึงได้พยายามหาโปรตีนที่ไปเกาะอยู่ร่วมกันกับอะมัยลอยด์เบต้าที่เป็นองค์ประกอบหลักของพลาก จนในที่สุดก็พบโปรตีนบ่งชี้ 9 ชนิด จากจุดนี้เองทำให้นักวิทยาศาสตร์กำลังเข้าใกล้วิธีการที่จะตรวจวิเคราะห์โรคอัลไซเมอร์จากเลือด
กว่าจะได้มาซึ่งโปรตีนบ่งชี้ทั้ง 9 ชนิดนี้ นักวิจัยจาก CSIRO ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลของอาสาสมัครชาวออสเตรเลียจำนวน 273 คน จากฐานข้อมูลของ The Australian Imaging, Biomarkers and Lifestyle (AIBL) โดยการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อค้นหาและระบุเฉพาะตัวบ่งชี้ 9 ชนิดที่มีความสัมพันธ์กับโปรตีนอะมัยลอยด์เบต้า กล่าวคืออาสาสมัครที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ในกระแสเลือดจะมีโปรตีนที่เป็นตัวบ่งชี้อย่างน้อย 1 ชนิดจาก 9 ชนิดที่ CSIRO ค้นพบ ซึ่งตัวบ่งชี้เหล่านี้เป็นโปรตีนที่ไปเกาะรวมตัวอยู่กับอะมัยลอยด์เบต้า ถ้าตรวจเจอโปรตีนในกลุ่มนี้จากตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครปริมาณมากแล้ว จะทำให้อนุมานได้ว่าอาสาสมัครคนนั้นเป็นโรคอัลไซเมอร์ การตรวจวัดปริมาณโปรตีนที่เป็นตัวบ่งชี้นี้ใช้วิธี positrion emission tomography (PET) ถ้าตัวอย่างเลือดของคนใดมีปริมาณโปรตีนเหล่านี้มากจะให้อาสาสมัครท่านนั้นไปแสกนสมองเพื่อยืนยันผลการวิเคราะห์ต่อไป
F1.large
จากการตรวจวัดปริมาณโปรตีนที่เป็นพิษ (ตัวบ่งชี้) จากเลือดอาสาสมัครทั้งหมดนี้ พบว่าวิธีการตรวจด้วย PET นั้น มีความแม่นยำและเที่ยงตรงมากกว่า 80% กล่าวคืออาสาสมัครส่วนมากที่ตรวจพบว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วยวิธี PET เมื่อนำไปแสกนสมองก็พบว่ามีการสะสมของอะมัยลอยด์เบต้ามากผิดปกติซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์
เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มียาใดที่สามารถชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์ได้ ดังนั้นการตรวจพบโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะทำให้สามารถรักษาหรือป้องกันไม่ให้เกิดอาการของโรคได้ อีกทั้งก่อนที่ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะมีอาการผิดปกติแสดงถึงอาการภาวะสมองเสื่อมนั้น ภายในสมองจะต้องใช้เวลาในการสะสมของโปรตีนอะมัยลอยด์เบต้ามากถึง 17 ปี ก่อนอาการของโรคจะแสดงให้เห็น จากจุดนี้เองถ้าสามารถตรวจพบความผิดปกตินี้ได้ ก็จะสามารถชะลออาการของโรคได้
ในขณะเดียวกันก็มีนักวิจัยท่านอื่นๆ ที่ศึกษาโรคของอัลไซเมอร์โดยมุ่งเน้นไปที่การศึกษาโครงสร้างของโปรตีนอะมัยลอยด์เบต้าโดยมีความคาดหวังว่า ถ้าทราบถึงโครงสร้างแล้วจะเข้าใจการทำงานของมันมากขึ้น การศึกษาโครงสร้างสามมิติของโปรตีนอะมัยลอยด์เบต้านี้ ใช้เทคนิคการยิงรังสีเอ็กซ์ในผลึกสาร (X-ray crystallography) ก่อนหน้าที่จะใช้เทคนิคนี้ได้นั้น ต้องทำให้อะมัยลอยด์เบต้าฟอร์มตัวอยู่ในรูปของผลึกก่อน นักวิจัยได้ใช้ shark antibody (heavy chain antibody) มาตรึงให้อะมัยลอยด์เบต้าเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ และควบคุมการเรียงตัวกันโดยอาศัยการปรับเปลี่ยนสภาวะการทำงานของ shark antibody จนในที่สุด ก็จะได้ผลึกของอะมัยลอยด์เบต้าที่มีโมเลกุลเรียงกันอย่างเป็นระเบียบขึ้นมา และใช้วิธี x-ray crystallography วิเคราะห์จนทราบโครงสร้างสามมิติของอะมัยลอยด์เบต้า การทราบถึงโครงสร้างของอะมัยลอยด์เบต้านี้เองมีผลต่อการนำไปใช้เพื่อการพัฒนายารักษาโรคต่อไป

resizePress_release_art_web_coloursรูปจำลองผลึกของอะมัยลอยด์เบต้าที่ถูกตรึงด้วย shark antibody
nanobodies02
รูปซ้าย แสดงลักษณะของ antibody ปกติ รูปขวา แสดงลักษณะของ shark antibody ซึ่งเป็น antibody ที่มีแต่ heavy chain
การงานวิจัยนี้ไม่แน่ว่าในอนาคตอีก 5 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า การตรวจหาโรคอัลไซเมอร์อาจง่ายเหมือนการตรวจวินิจฉัยโรคหวัดธรรมดาทั่วไป ถ้านักวิจัยสามารถพัฒนาวิธีวิเคราะห์ตรวจหาโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงอาจค้นพบยาที่สามารถหยุดกระบวนการสะสมอะมัยลอยด์เบต้าก่อนที่จะทำให้ เกิดอาการภาวะสมองเสื่อมได้อีกด้วย
ที่มา:http://www.vcharkarn.com เเละ www.csiro.au
เรียบเรียงโดยตุลย์ร้าน1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan