วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

โยเกิร์ต (ไขมันต่ำ) ลดความเสี่ยง เบาหวานชนิดที่ 2

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคเบาหวานได้เปิดเผยข้อมูล ออกมาว่า การบริโภคโยเกิร์ตไขมันต่ำในปริมาณมากสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวาน ประเภทที่ 2 ลงได้ถึง 28 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่บริโภค
ถ้าท่านมีลักษณะต่อไปนี้ ท่านมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเบาหวาน ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
  • พ่อ แม่ พี่ หรือ น้องเป็นเบาหวาน อ้วน อ้วนลงพุง
  • (หญิง รอบพุงมากกว่าหรือเท่ากับ 80 ซม. , ชาย รอบพุงมากกว่าหรือเท่ากับ 90 ซม.)
  • ความดันโลหิตสูงมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มม.ปรอท หรือได้ยาลดความดันโลหิต
  • ไขมันไตรกลีเซอไรด์มากกว่าหรือเท่ากับ 250 มก./ดล.
  • ไขมันโคเลสเตอรอลชนิดดี ค่าน้อยกว่า 35 มก./ดล.
  • ประวัติเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ บุตรน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กก.
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ อัมพาตจากหลอดเลือดสมองตีบ หลอดเลือดที่มาเลี้ยงขาหรือเท้าตีบ ถุงน้ำหลายถุงที่รังไข่
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือเกิดจากการดื้อต่อฤทธิ์ของอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ นำตาลในเลือดที่สูงอยู่เป็นระยะเวลานานทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนของอวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต ระบบประสาท โรคหลอดเลือดหัวใจ
โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ
เบาหวานชนิดที่ 1 Type I Diabetes (Insulin-dependent diabetes mellitus/ IDDM) 
เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำลายเซลล์ ซึ่งสร้างอินซูลินในส่วนของตับอ่อนทำให้ร่างกายหยุดสร้างอินซูลิน หรือสร้างได้น้อยมาก ดังที่เรียกว่า โรคภูมิต้านทานตัวเอง หรือ ออโตอิมมูน(autoimmune)
มักพบในคนอายุน้อย มักต่ำกว่า 30 ปี  มักผอม ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน ถ้าขาดอินซูลินจะเกิดภาวะหมดสติจากน้ำตาลสูงและกรดคีโตนคั่งในเลือด ในประเทศไทยพบผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ร้อยละ 3.4
เบาหวานชนิดที่ 2 Type II Diabetes (Non-insulin-dependent diabetes mellitus/NIDDM)
เป็นเบาหวานที่พบเห็นกันเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุที่แท้จริงนั้นยังไม่ทราบชัดเจน แต่มีส่วนเกี่ยวกับ พันธุกรรม นอกจากนี้ ยังมีความสัมพันธ์กับภาวะ น้ำหนักตัวมาก และขาดการออกกำลังกาย มีลูกดก อีกทั้งวัยที่เพิ่มขึ้น เซลล์ของผู้ป่วยยังคงมีการสร้างอินซูลินแต่ทำงานไม่เป็นปกติ เนื่องจากมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เซลล์ที่สร้างอินซูลินค่อยๆถูกทำลายไป 
พบมากถึงประมาณร้อยละ 95-97 ของผู้เป็นเบาหวานในประเทศไทย ผู้เป็นส่วนใหญ่มักอ้วน อายุมากกว่า 40 ปี ตับอ่อนยังพอผลิตอินซูลินได้บ้าง แต่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในระยะแรกอาจรักษาได้ด้วยการควบคุมอาหารหรือยาเม็ดลดลดระดับน้ำตาล แต่เมื่อเป็นเวลานานๆ ในบางรายมีเบต้าเซลล์เสื่อม ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีอาจจำต้องฉีดอินซูลิน
ปัจจุบันนี้พบในเด็กมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กอ้วนเนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป มีการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ขาดการออกกำลังกาย มักจะนั่งหน้าจอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์แทนการวิ่งเล่น หรือการเล่นกีฬา

shree-2

ผลิตภัณฑ์จากนมมีความสำคัญเนื่องจากเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง วิตามิน และเกลือแร่ งานวิจัยก่อนหน้านี้ได้ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคผลิตภัณฑ์นม (dairy product) ชนิดไขมันสูงหรือชนิดไขมันต่ำ กับโรคเบาหวาน ซึ่งในการวิจัยครั้งนั้นความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคผลิคภัณฑ์นมและการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่สองนั้นผลการทดลองไม่ชัดเจน จึงเกิดเปนงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ขึ้น โดยใช้ข้อมูลที่มีความละเอียดมากขึ้นกว่างานวิจัยเดิม
Nita Forouhi หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จาก Medical Research Council Epidemiology Unit แห่งมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ได้ใช้ข้อมูลจำนวนมากจาก EPIC-Norfolk ซึ่งมีข้อมูลการใช้ชีวิตของชายหญิงในนอร์ฟอร์กมากกว่า 25,000 คน ว่าในแต่ละวันมีการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอะไรบ้าง ซึ่งจากการสำรวจเป็นระยะเวลา 11 ปีพบว่ามีคนเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 เพิ่มขึ้น 753 คน จากการสุ่มตรวจคนทั้งหมด 3,502 คน ดังนั้น ดร. Nita Forouhi จึงได้นำข้อมูลการบริโภคอาหารเหล่านี้มาศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กับการรับประทานผลิตภัณฑ์นม
เริ่มแรกนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์การบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประเภทไขมันสูงหรือไขมันต่ำก็ตาม ไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคเบาหวานหน้าใหม่ เท่ากับปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น วิถีการดำรงชีวิต การศึกษา ระดับความอ้วน พฤติกรรมการบริโภค ประมาณแคลอรี่ที่ได้รับต่อวัน และการบริโภคนมและชีสนันก็ไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราเสียงที่จะเป็นเบาหวาน
organic-low-fat-yogurt
แต่ในทางกลับกันเมื่อเปรียบเทียบการบริภาคผลิตภัณฑ์นมหมักที่มีไขมันต่ำ (low-fat fermented dairy product) เช่น โยเกิร์ต ฟรอมาช ฟเร (fromage frais) หรือ คอตเทจชีสแบบไขมันต่ำ (low-fat cottage cheese) พบว่าจะสามารถลดจำนวนประชากรทีมีโอกาสเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากถึง 24% ในระยะเวลา 11 ปี เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่บริโภค
การวิเคราะห์โดยการมุ่งเน้นไปที่การบริโภคผลิตภัณฑ์นมหมักไขมันต่ำเท่านั้น ทำให้พบประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การบริโภคของผลิคภัณฑ์นมหมักไขมันต่ำสามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากถึง 28% โดยความเสี่ยงที่ลดลงนี้จะพบได้ผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์หมักนมปริมาณ 4 ถ้วยครึ่ง หรือประมาณ 125 กรัมต่อสัปดาห์ ถึงแม้ว่าจะรับประทานขนมเช่น มันฝรั่งทอด ก็ยังสามารถลดอัตราเสี่ยงการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
ถึงแม้ว่าในตอนแรกงานวิจัยนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันในประเด็นของความสามารถในการลดอัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานจากการบริโภคผลิตภัณฑ์นมหมัก แต่ก็มีงานวิจัยอื่นๆ ที่ยืนยันข้อดีของการรับประทานผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ เช่น เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี  ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและวิตามินดี ช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ลดอาการท้องเสียในเด็ก เนื่องจากจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียในโยเกิร์ตจะไปทำลายจุลินทรีย์ตัวที่ที่ไม่ดีที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย
นอกจากนี้ แบคทีเรียที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่มนมหมัก ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จากการศึกษาพบว่าแบคทีเรียในโยเกิร์ตและคีเฟอร์จะกระตุ้นการทำงานของเม็ด เลือดขาวให้ช่วยทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น และยังมีส่วนช่วยในการลดกลิ่นปาก และยังประกอบไปด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติก ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคเบาหวาน 
ผลิตภัณฑ์นมหมัก หรือผลิตภัณฑ์นม (dairy product) ที่ผ่านการหมัก (fermentation) ด้วยจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรียที่สร้างกรดแล็กทิก (lactic acid bacteria) รา หรือยีสต์ ได้แก่ โยเกิร์ต (yogurt), butter milk, คีเฟอร์ (kefir), acidulus milk และเนยแข็ง (cheese) การเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดนอกจากจะต้องเลือกชนิดไขมันต่ำแล้ว อาจต้องดูจำนวนจุลินทรีย์โปรไบโอติกที่อยู่ในโยเกิร์ตแต่ละชนิดด้วย
2014-02-13_16-13-26
 ที่มา:http://www.vcharkarn.com 
  เรียบเรียงโดยตุลย์ร้าน1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....












<ฝากขายสินค้า แอดไลน์ได้เลย คลิก>> LINE: vitaminthailand

คลิก! ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

..ขอเราเป็นเพื่อนด้วยคนนะ ครอบครัวสุขภาพ ครอบครัวหมอยา....


แจกรางวัล ฟรี! ทุกวัน


ข่าวดี !!ลุ้นสกินแคร์+อาหารเสริม 100 รางวัล มูลค่า 10,000 บาททุกเดือน และคูปองเงินสดส่วนลด รวมมูลค่า 10,000 บาททุกเดือน เพียงกดเราเป็นเพื่อนในไลน์ คลิกเลยร่วมสนุก> คลิก>> http://line.me/ti/p/%40morya


ปรึกษายาและปัญหาสุขภาพ และความงาม ได้ฟรี เพียงคลิก

คลิก>> http://line.me/ti/p/vitaminthailand หรือไลน์ vitaminthailand


ชุมชนคนสุขภาพดี

เข้าร่วมกลุ่มสังคมแห่งมิตรภาพแชร์เคล็ดลับดีๆร่วมกัน

คลิกเข้าร่วมฟรีมีของรางวัลและสิ่งดีๆแบ่งปันกัน>>

คลิก>>แชร์เคล็ดลับเพิ่มความสูง เพิ่มน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล และเพิ่มกล้าม







ฝากขายสินค้า, นำเสนอกับเราขายหน้าร้านและ/หรือออนไลน์

ฝากขายสินค้ากับเรา ผ่านช่องทางหน้าร้านขายยา 14 สาขาทั่ว กทม และ ปทุมธานี และทางออนไลน์ เวป www.MoryaNaresuan.com นำเสนอผ่าน LINE: vitaminthailand หรือคลิก>>http://line.me/ti/p/vitaminthailand


ช่องทางติดต่ออื่นๆ

มัครงาน ร่วมงานกับเรา LINE: @bestjob หรือ

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40bestjob

ร้องเรียนติดชม บริการ และสาระน่ารู้เรื่องยา โรค ตามเทรนยุคสมัย ก่อนใคร

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกยอดนิยม

ทางไปช้อปปิ้งสินค้าราคาส่ง

คลิก>> http://line.me/ti/p/%40pharmacythailand

ทางไปติดตามข่าวสารร้านเรา

คลิก>> https://www.facebook.com/moryanaresuan

ทางไปติดตามโปรโมชั่นโดนๆฮิตๆ

คลิก>> https://www.instagram.com/promotionhothit

ทางไปชมบล็อกสาระน่ารู้ของเรา

คลิก>> www.HAmorya.com

"หมอยานเรศวร เพื่อนสุขภาพ ครอบครัวเภสัชกร"

---------------------------------------------------------------------

หมอยานเรศวร STORY

"หมอยานเรศวร EVENT เล่าทุกเรื่องของเรา"

TIMELINE 2010-2018

คลิก>> https://www.MoryaNaresuan.Weebly.com

คลิก>> https://www.facebook.com/MoryaNaresuanOFFICIAL

คลิก>> https://twitter.com/moryanaresuan